อาการอย่างปวดท้อง เหนื่อยง่าย หรือน้ำหนักลด เป็นอาการที่พบได้บ่อยจากหลายสาเหตุ จึงมักถูกมองข้าม แต่ในบางกรณีก็เป็นสัญญาณของมะเร็งตับ ซึ่งระยะแรกมักไม่มีอาการ ทำให้ตรวจพบช้า การรู้ว่าอาการแบบใดควรใส่ใจและใครคือกลุ่มเสี่ยง จึงช่วยให้ตรวจพบเร็วและเพิ่มโอกาสรักษาหาย
ทำไมมะเร็งตับมักตรวจพบช้า?
ตับเป็นอวัยวะที่ทำงานชดเชยได้ดีและไม่มีปลายประสาทรับความเจ็บปวดในเนื้อตับโดยตรง มะเร็งตับระยะแรกจึงมักไม่มีอาการ กว่าจะแสดงอาการชัดเจน ก้อนมักโตหรือลุกลามแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น อาการเริ่มต้นมักไม่เฉพาะเจาะจงและคล้ายปัญหาสุขภาพทั่วไป ทำให้ผู้ป่วยและบางครั้งแพทย์มองข้ามได้
ปวดท้อง เหนื่อยง่าย น้ำหนักลด เสี่ยงหรือไม่?
อาการเหล่านี้ส่วนใหญ่ ไม่ได้เกิดจากมะเร็งตับ แต่จุดที่ต้องใส่ใจคือ เมื่ออาการเป็นเรื้อรัง ไม่หาย หรือเกิดในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคตับ
ปวดหรือแน่นท้องใต้ชายโครงขวา
ตำแหน่งของตับอยู่ใต้ชายโครงขวา อาการปวดตื้อ ๆ แน่น หรือคลำได้ก้อนบริเวณนี้ที่เป็นเรื้อรัง ควรได้รับการตรวจ
เหนื่อยง่าย อ่อนเพลียเรื้อรัง
เมื่อการทำงานของตับเริ่มผิดปกติ ผู้ป่วยอาจรู้สึกอ่อนเพลียผิดปกติแม้พักผ่อนเพียงพอ ซึ่งมักถูกเข้าใจว่าเป็นความเครียดหรือพักผ่อนไม่พอ
น้ำหนักลดและเบื่ออาหารโดยไม่ทราบสาเหตุ
น้ำหนักลดลงชัดเจนทั้งที่ไม่ได้ตั้งใจ ร่วมกับเบื่ออาหารหรืออิ่มเร็วผิดปกติ เป็นสัญญาณที่ไม่ควรละเลย
สัญญาณเตือนอื่นที่ควรระวัง
- ตัวเหลือง ตาเหลือง (ดีซ่าน) ปัสสาวะสีเข้ม หรืออุจจาระสีซีด
- ท้องอืด ท้องโตขึ้น หรือมีน้ำในช่องท้อง (ท้องมาน)
- คลื่นไส้ อาเจียน หรือรู้สึกอิ่มเร็วผิดปกติ
- คันตามตัวเรื้อรัง หรือมีจ้ำเลือด/เลือดออกง่ายผิดปกติ
| กลุ่มเสี่ยงต้องใส่ใจเป็นพิเศษ หากมีอาการข้างต้นเรื้อรัง โดยเฉพาะในผู้ที่เป็นไวรัสตับอักเสบบี/ซี ตับแข็ง ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ หรือมีไขมันพอกตับ ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ |
ใครคือกลุ่มเสี่ยงของมะเร็งตับ?
ผู้ที่มีปัจจัยต่อไปนี้มีความเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป และควรใส่ใจอาการรวมถึงการตรวจคัดกรอง:
- ไวรัสตับอักเสบบีหรือซีเรื้อรัง ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่สุด
- ภาวะตับแข็ง จากสาเหตุใดก็ตาม
- ดื่มแอลกอฮอล์เป็นประจำ และโรคไขมันพอกตับ
- เพศชาย อายุมากขึ้น และมีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งตับ
อาการแบบนี้ใช่มะเร็งเสมอไปไหม?
ไม่เสมอไป อาการปวดท้อง เหนื่อย หรือน้ำหนักลด เกิดจากสาเหตุอื่นได้มากมาย เช่น โรคกระเพาะ ความเครียด หรือโรคตับที่ไม่ใช่มะเร็ง แต่เนื่องจากแยกด้วยตัวเองไม่ได้ และมะเร็งตับระยะแรกรักษาได้ผลดีกว่ามาก การพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุจึงคุ้มค่าเสมอ ไม่ควรรอหรือรักษาเอง
ควรทำอย่างไรเมื่อพบสัญญาณ?
- อย่าตื่นตระหนกแต่อย่าเพิกเฉย นัดพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุให้เร็ว
- จดบันทึกว่าเริ่มมีอาการเมื่อใด ลักษณะอย่างไร และเปลี่ยนแปลงหรือไม่
- แจ้งประวัติไวรัสตับอักเสบ การดื่มแอลกอฮอล์ และประวัติครอบครัวให้แพทย์ทราบ
- ไม่ซื้อยาหรือใช้สมุนไพรบำรุงตับเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์ เพราะบางชนิดอาจเป็นพิษต่อตับ
- กลุ่มเสี่ยงสูงควรเข้ารับการตรวจคัดกรองตับสม่ำเสมอตามคำแนะนำแพทย์
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ปวดใต้ชายโครงขวาแปลว่าเป็นมะเร็งตับไหม?
A: ไม่เสมอไป อาการนี้เกิดจากหลายสาเหตุ ทั้งโรคกระเพาะ นิ่วถุงน้ำดี หรือกล้ามเนื้อ แต่หากปวดเรื้อรัง คลำได้ก้อน หรือเกิดในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อโรคตับ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจ
Q: มะเร็งตับระยะแรกมีอาการไหม?
A: ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ เพราะตับทำงานชดเชยได้ดีและไม่มีปลายประสาทรับความเจ็บปวดในเนื้อตับโดยตรง ทำให้มักตรวจพบช้า กลุ่มเสี่ยงจึงควรคัดกรองแม้ไม่มีอาการ
Q: น้ำหนักลดเองควรกังวลแค่ไหน?
A: น้ำหนักลดชัดเจนโดยไม่ได้ตั้งใจ โดยเฉพาะร่วมกับเบื่ออาหาร อ่อนเพลีย หรืออาการทางตับอื่น ๆ ควรพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุ ไม่ควรรอดูอาการนาน
Q: ตัวเหลืองตาเหลืองอันตรายไหม?
A: เป็นสัญญาณที่ควรพบแพทย์โดยเร็ว เพราะอาจบ่งถึงปัญหาของตับหรือทางเดินน้ำดี รวมถึงมะเร็งตับหรือมะเร็งท่อน้ำดี ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยทันที
| สถาบันมะเร็งกรุงเทพภูเก็ต พร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน ทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพจาก 3 โรงพยาบาลชั้นนำในเครือ BDMS เทคโนโลยีการวินิจฉัยและรักษาระดับมาตรฐานสากล บริการทั้งผู้ป่วยชาวไทยและผู้ป่วยชาวต่างชาติ เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น. | ชั้น 3 โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต นัดหมายได้ที่ [email protected] หรือโทร 1719 |
เอกสารอ้างอิง (References)
- Akinyemiju, T., Abera, S., Ahmed, M., et al. (2017). The burden of primary liver cancer and underlying etiologies from 1990 to 2015 at the global, regional, and national level. JAMA Oncology, 3(12), 1683–1691. https://doi.org/10.1001/jamaoncol.2017.3055
- Llovet, J. M., Kelley, R. K., Villanueva, A., et al. (2021). Hepatocellular carcinoma. Nature Reviews Disease Primers, 7, 6. https://doi.org/10.1038/s41572-020-00240-3
- Reig, M., Forner, A., Rimola, J., et al. (2022). BCLC strategy for prognosis prediction and treatment recommendation: The 2022 update. Journal of Hepatology, 76(3), 681–693. https://doi.org/10.1016/j.jhep.2021.11.018
- Singal, A. G., Lampertico, P., & Nahon, P. (2020). Epidemiology and surveillance for hepatocellular carcinoma: New trends. Journal of Hepatology, 72(2), 250–261. https://doi.org/10.1016/j.jhep.2019.08.025
- Siegel, R. L., Miller, K. D., Wagle, N. S., & Jemal, A. (2024). Cancer statistics, 2024. CA: A Cancer Journal for Clinicians, 74(1), 12–49. https://doi.org/10.3322/caac.21820
- World Health Organization. (2023). Liver cancer fact sheet. WHO / IARC. https://www.who.int/news-room/fact-sheets









