เมื่อพูดถึงมะเร็งต่อมไทรอยด์ ชนิดที่พบมากที่สุดคือพาพิลลารีและฟอลลิคูลาร์ ซึ่งหลายคนสับสนว่าต่างกันอย่างไร ความจริงที่ช่วยให้เข้าใจคือ ทั้งสองจัดอยู่ในกลุ่มที่ตอบสนองการรักษาได้ดีและพยากรณ์โรคดี แต่มีรายละเอียดต่างกันที่ส่งผลต่อการดูแล
ทำไมต้องรู้จัก 2 ชนิดนี้?
เพราะพาพิลลารีและฟอลลิคูลาร์รวมกันเป็น ส่วนใหญ่ของมะเร็งต่อมไทรอยด์ทั้งหมด ทั้งสองจัดอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่ามะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิดที่แยกชนิดเซลล์ได้ชัด ซึ่งโดยทั่วไปเติบโตช้าและมีการวินิจฉัยโรคได้ดี การเข้าใจความต่างช่วยให้ผู้ป่วยเข้าใจแผนการรักษาและการติดตามของตนเอง
มะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิดพาพิลลารี (Papillary)
เป็นชนิดที่ พบบ่อยที่สุด มักโตช้า บางรายอาจกระจายไปต่อมน้ำเหลืองที่คอ แต่โดยรวมมีการวินิจฉัยโรคได้แม่นยำ โดยเฉพาะเมื่อตรวจพบและรักษาเร็ว เป็นชนิดที่ผู้ป่วยจำนวนมากใช้ชีวิตได้ตามปกติหลังการรักษา
มะเร็งต่อมไทรอยด์ชนิดฟอลลิคูลาร์ (Follicular)
เป็นชนิดที่ พบรองลงมา ส่วนใหญ่มีการพยากรณ์โรคที่ดีเช่นกัน แต่ต่างจากพาพิลลารีตรงที่มีแนวโน้มกระจายทางกระแสเลือดไปอวัยวะไกล เช่น ปอดหรือกระดูก ได้มากกว่าในบางราย จึงต้องอาศัยการประเมินและติดตามที่เหมาะสม
|
สำคัญ: ทั้งสองชนิดส่วนใหญ่พยากรณ์โรคดี พาพิลลารีและฟอลลิคูลาร์จัดอยู่ในกลุ่มที่ตอบสนองการรักษาได้ดีและมีการพยากรณ์โรคที่ดีเมื่อรักษาอย่างเหมาะสม การวินิจฉัยที่แม่นยำเพื่อระบุชนิดมีความสำคัญต่อการวางแผนการรักษาและติดตาม ไม่ควรสรุปหรือกังวลจากชื่อชนิดเพียงอย่างเดียว |
ความแตกต่างหลักที่ควรรู้
- ความถี่ที่พบ: พาพิลลารีพบบ่อยที่สุด ฟอลลิคูลาร์พบรองลงมา
- รูปแบบการกระจาย: พาพิลลารีมักไปต่อมน้ำเหลืองที่คอ ฟอลลิคูลาร์มีแนวโน้มกระจายทางกระแสเลือดมากกว่าในบางราย
- การพยากรณ์โรค: ทั้งคู่โดยทั่วไปดี โดยเฉพาะเมื่อพบและรักษาเร็ว
- กลุ่มเดียวกัน: ทั้งสองเป็นชนิดที่แยกชนิดเซลล์ได้ชัด ตอบสนองการรักษาได้ดี
การวินิจฉัยแยกชนิด
เริ่มจากการตรวจร่างกายและ อัลตราซาวด์ต่อมไทรอยด์ ร่วมกับการเจาะดูดเซลล์ด้วยเข็มเล็ก (FNA) เพื่อตรวจทางเซลล์วิทยา ในบางกรณีการแยกระหว่างพาพิลลารีและฟอลลิคูลาร์ต้องอาศัยผลพยาธิวิทยาหลังผ่าตัด ซึ่งช่วยยืนยันชนิดและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม
แนวทางการรักษาในภาพรวม
- การผ่าตัด เป็นการรักษาหลักของทั้งสองชนิด
- การกลืนแร่ไอโอดีนรังสี ใช้หลังผ่าตัดในบางรายตามข้อบ่งชี้
- การให้ฮอร์โมนไทรอยด์ เพื่อทดแทนและช่วยควบคุมหลังการรักษา
- การติดตามต่อเนื่อง ตรวจเลือดและภาพเป็นระยะ เพื่อเฝ้าระวังการกลับเป็นซ้ำ
|
สรุปความต่างพาพิลลารีกับฟอลลิคูลาร์ พาพิลลารี: พบบ่อยสุด มักกระจายไปต่อมน้ำเหลืองที่คอ ฟอลลิคูลาร์: พบรองลงมา มีแนวโน้มกระจายทางเลือดมากกว่าในบางราย ทั้งคู่กลุ่ม Differentiated วินิจฉัยโรคได้แม่นยำ การรักษาหลักคือผ่าตัด |
ข่าวดีของทั้งสองชนิด
ทั้งพาพิลลารีและฟอลลิคูลาร์ จัดอยู่ในกลุ่มที่มีการพยากรณ์โรคดีเมื่อรักษาอย่างเหมาะสม ผู้ป่วยจำนวนมากใช้ชีวิตได้ตามปกติหลังการรักษาและการติดตามต่อเนื่อง สิ่งสำคัญคือการวินิจฉัยที่แม่นยำเพื่อระบุชนิด และการดูแลโดยทีมเฉพาะทาง การไม่ละเลยก้อนที่คอและเข้ารับการตรวจตั้งแต่เนิ่น ๆ ช่วยให้ผลการดูแลดี
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: พาพิลลารีกับฟอลลิคูลาร์ต่างกันอย่างไร?
A: ทั้งคู่เป็นมะเร็งต่อมไทรอยด์กลุ่มที่แยกชนิดเซลล์ได้ชัด พาพิลลารีพบบ่อยที่สุดและมักกระจายไปต่อมน้ำเหลืองที่คอ ส่วนฟอลลิคูลาร์พบรองลงมาและมีแนวโน้มกระจายทางกระแสเลือดมากกว่าในบางราย
Q: ชนิดไหนอันตรายกว่ากัน?
A: ทั้งสองชนิดโดยทั่วไปมีการวินิจฉัยโรคได้แม่นยำเมื่อรักษาอย่างเหมาะสม ความเสี่ยงขึ้นกับหลายปัจจัย เช่น ระยะและการกระจาย ไม่ควรสรุปจากชื่อชนิดเพียงอย่างเดียว ควรปรึกษาแพทย์
Q: แยกชนิดได้อย่างไร?
A: เริ่มจากอัลตราซาวด์และการเจาะดูดเซลล์ (FNA) ในบางกรณีการแยกพาพิลลารีจากฟอลลิคูลาร์ต้องอาศัยผลพยาธิวิทยาหลังผ่าตัด ซึ่งช่วยยืนยันชนิดและวางแผนการรักษา
Q: ทั้งสองชนิดรักษาหายได้ไหม?
A: ทั้งคู่จัดอยู่ในกลุ่มที่ตอบสนองการรักษาได้ดีและวินิจฉัยโรคได้ดี โดยเฉพาะเมื่อพบเร็ว การผ่าตัดเป็นการรักษาหลัก ร่วมกับการกลืนแร่หรือฮอร์โมนตามข้อบ่งชี้ ผลขึ้นกับชนิดและระยะ
|
สถาบันมะเร็งกรุงเทพภูเก็ต พร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน ทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพจาก 3 โรงพยาบาลชั้นนำในเครือ BDMS เทคโนโลยีการวินิจฉัยและรักษาระดับมาตรฐานสากล บริการทั้งผู้ป่วยชาวไทยและผู้ป่วยชาวต่างชาติ เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น. | ชั้น 3 โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต นัดหมายได้ที่ [email protected] หรือโทร 17199 |
เอกสารอ้างอิง (References)
- Cabanillas, M. E., McFadden, D. G., & Durante, C. (2016). Thyroid cancer. The Lancet, 388(10061), 2783–2795. https://doi.org/10.1016/S0140-6736(16)30172-6
- Fagin, J. A., & Wells, S. A. (2016). Biologic and clinical perspectives on thyroid cancer. New England Journal of Medicine, 375(11), 1054 – 1067. https://doi.org/10.1056/NEJMra1501993
- Haugen, B. R., Alexander, E. K., Bible, K. C., et al. (2016). 2015 American Thyroid Association management guidelines for adult patients with thyroid nodules and differentiated thyroid cancer. Thyroid, 26(1), 1 – 133. https://doi.org/10.1089/thy.2015.0020
- Filetti, S., Durante, C., Hartl, D., et al. (2019). Thyroid cancer: ESMO clinical practice guidelines. Annals of Oncology, 30(12), 1856 – 1883. https://doi.org/10.1093/annonc/mdz400
- Lim, H., Devesa, S. S., Sosa, J. A., et al. (2017). Trends in thyroid cancer incidence and mortality in the United States, 1974 – 2013. JAMA, 317(13), 1338 – 1348. https://doi.org/10.1001/jama.2017.2719
- World Health Organization. (2023). Cancer fact sheet. WHO / IARC. https://www.who.int/news-room/fact-sheets
บทความนี้จัดทำโดย สถาบันมะเร็งกรุงเทพภูเก็ต | โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต | BDMS | bangkokhospital.com/phuket
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อการให้ความรู้เท่านั้น ไม่สามารถทดแทนคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้









