อาการปวดศีรษะเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อยในทุกช่วงวัย หลายคนเคยมีประสบการณ์ปวดหัวจากความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ หรือไมเกรน แต่เมื่ออาการปวดศีรษะเกิดขึ้นบ่อยหรือรุนแรงขึ้น ความกังวลที่ตามมาคือ “จะเป็นเนื้องอกในสมองหรือไม่”
ความจริงคือ อาการปวดศีรษะส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากเนื้องอกในสมอง และไมเกรนเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยกว่ามาก อย่างไรก็ตาม เนื้องอกในสมองบางชนิดสามารถแสดงอาการคล้ายไมเกรนได้ในระยะแรก การเข้าใจความแตกต่างของทั้งสองภาวะจึงช่วยให้สังเกตสัญญาณเตือนได้อย่างเหมาะสม และรู้ว่าเมื่อใดควรเข้ารับการตรวจเพิ่มเติม
ปวดหัวทุกครั้ง ไม่ได้แปลว่าเป็นเนื้องอกในสมอง
หลายคนเชื่อมโยงอาการปวดศีรษะกับโรคร้ายแรงทันที แต่ในความเป็นจริง อาการปวดศีรษะมีสาเหตุได้หลากหลาย ตั้งแต่ความเครียด การอดนอน ภาวะขาดน้ำ ไปจนถึงโรคไมเกรน ซึ่งเป็นโรคทางระบบประสาทที่พบได้บ่อย
ในทางกลับกัน ผู้ป่วยเนื้องอกในสมองจำนวนไม่น้อยอาจไม่มีอาการปวดศีรษะในระยะแรก แต่มีอาการอื่นทางระบบประสาทร่วมด้วย เช่น ชัก แขนขาอ่อนแรง หรือการมองเห็นผิดปกติ ดังนั้น การพิจารณาเพียงอาการปวดหัวอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอในการแยกโรค
ไมเกรนคืออะไร?
ไมเกรนเป็นโรคทางระบบประสาทที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะเป็น ๆ หาย ๆ โดยมักมีลักษณะเฉพาะ เช่น
- ปวดตุบ ๆ หรือปวดเป็นจังหวะ
- มักปวดด้านใดด้านหนึ่งของศีรษะ
- อาการอาจกินเวลาหลายชั่วโมงถึงหลายวัน
- คลื่นไส้หรืออาเจียนร่วมด้วย
- ไวต่อแสง เสียง หรือกลิ่น
บางรายมีอาการนำก่อนปวดศีรษะ เช่น เห็นแสงวูบวาบ เห็นภาพเบลอ หรือชาตามแขนขา
แม้ไมเกรนอาจส่งผลต่อคุณภาพชีวิตอย่างมาก แต่ไม่ได้เป็นมะเร็งสมอง และไม่มีหลักฐานว่าไมเกรนจะพัฒนาไปเป็นเนื้องอกในสมองในอนาคต
อาการของเนื้องอกในสมองเป็นอย่างไร?
เพราะพฤติกรรมยุคใหม่ที่ไม่ดี เช่น นอนน้อย เครียดสะสม และขาดการเคลื่อนไหว แม้จะยังไม่มีหลักฐานว่าก่อเนื้องอกสมองโดยตรง แต่ ส่งผลเสียต่อสุขภาพสมองและร่างกายในด้านอื่นชัดเจน เช่น ความจำ สมาธิ อารมณ์ สุขภาพหลอดเลือด และความเสี่ยงโรคเรื้อรังอื่น การดูแลจึงคุ้มค่าเพื่อสุขภาพโดยรวม ไม่ใช่เฉพาะเรื่องเนื้องอก
เนื้องอกในสมองเกิดจากการเจริญเติบโตผิดปกติของเซลล์ภายในสมองหรือบริเวณใกล้เคียง อาการที่เกิดขึ้นขึ้นอยู่กับขนาด ตำแหน่ง และอัตราการเติบโตของก้อนเนื้อ
อาการที่อาจพบได้ ได้แก่
- ปวดศีรษะที่ค่อย ๆ รุนแรงขึ้น
- ปวดศีรษะแบบเปลี่ยนไปจากเดิมที่เคยเป็น
- ปวดมากในช่วงเช้าหลังตื่นนอน
- คลื่นไส้หรืออาเจียนโดยไม่ทราบสาเหตุ
- แขนหรือขาอ่อนแรง
- พูดไม่ชัด
- เดินเซหรือเสียการทรงตัว
- การมองเห็นผิดปกติ
- มีอาการชัก
- ความจำหรือพฤติกรรมเปลี่ยนแปลง
สิ่งสำคัญคือ เนื้องอกในสมองไม่ได้ทำให้เกิดอาการเหมือนกันทุกคน บางรายอาจมีอาการเพียงเล็กน้อยในระยะแรก ขณะที่บางรายอาจมาพบแพทย์ด้วยอาการทางระบบประสาทที่ชัดเจน
สัญญาณอันตรายที่ไม่ควรมองข้าม
แม้อาการปวดศีรษะส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากเนื้องอกในสมอง แต่มีบางสถานการณ์ที่ควรรีบพบแพทย์ ได้แก่
- ปวดศีรษะรุนแรงผิดปกติครั้งแรกในชีวิต
- ปวดหัวมากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน
- ปวดจนรบกวนการนอนหลับ
- มีอาการชักร่วมด้วย
- แขนหรือขาอ่อนแรง
- พูดไม่ชัด
- เดินเซหรือเสียการทรงตัว
- การมองเห็นเปลี่ยนแปลง
- มีความสับสนหรือพฤติกรรมเปลี่ยนไป
อาการเหล่านี้ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเนื้องอกในสมองเสมอไป แต่เป็นสัญญาณที่ควรได้รับการประเมินโดยแพทย์เฉพาะทาง
เมื่อใดที่ควรตรวจ MRI สมอง?
MRI สมองเป็นการตรวจที่ให้รายละเอียดของเนื้อสมองและโครงสร้างภายในกะโหลกศีรษะได้อย่างชัดเจน ช่วยในการวินิจฉัยเนื้องอกในสมอง โรคหลอดเลือดสมอง และความผิดปกติทางระบบประสาทอื่น ๆ
แพทย์อาจพิจารณาส่งตรวจ MRI สมองเมื่อพบว่า
- มีอาการทางระบบประสาทผิดปกติ
- ปวดศีรษะที่มีลักษณะผิดไปจากเดิม
- มีอาการชักโดยไม่ทราบสาเหตุ
- ผลการตรวจร่างกายทางระบบประสาทพบความผิดปกติ
- จำเป็นต้องหาสาเหตุของอาการที่ยังไม่สามารถอธิบายได้
การตรวจ MRI ไม่ใช้รังสีเอกซเรย์ และโดยทั่วไปถือว่าปลอดภัยสำหรับผู้ป่วยส่วนใหญ่
อาการปวดศีรษะส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดจากเนื้องอกในสมอง และไมเกรนเป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยกว่ามาก อย่างไรก็ตาม หากอาการปวดหัวมีลักษณะเปลี่ยนไป รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หรือมีอาการทางระบบประสาทร่วม เช่น ชัก แขนขาอ่อนแรง หรือการมองเห็นผิดปกติ ควรเข้ารับการประเมินโดยแพทย์เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง
สำหรับผู้ที่มีข้อกังวลเกี่ยวกับอาการทางระบบประสาท หรือสงสัยภาวะเนื้องอกในสมอง ทีมแพทย์เฉพาะทางของสถาบันมะเร็งกรุงเทพภูเก็ต โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต พร้อมให้คำปรึกษา ประเมินอาการ และวางแผนการตรวจวินิจฉัยตามมาตรฐานสากล
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: ปวดหัวทุกวันแปลว่าเป็นเนื้องอกในสมองหรือไม่?
A: ไม่จำเป็น อาการปวดศีรษะเรื้อรังมีหลายสาเหตุ รวมถึงไมเกรน ความเครียด การอดนอน และปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ควรให้แพทย์ประเมินอาการร่วมด้วย
Q: ไมเกรนกลายเป็นมะเร็งสมองได้หรือไม่?
A: ไม่ได้ ไมเกรนไม่ได้พัฒนาเป็นมะเร็งสมอง และไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ที่ระบุว่าไมเกรนเป็นสาเหตุของเนื้องอกในสมอง
Q: เนื้องอกในสมองต้องมีอาการปวดหัวเสมอหรือไม่?
A: ไม่เสมอไป ผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการชัก แขนขาอ่อนแรง หรือความผิดปกติด้านการมองเห็นก่อนเกิดอาการปวดศีรษะ
Q: MRI สมองปลอดภัยหรือไม่?
A: MRI ไม่ใช้รังสีเอกซเรย์ และโดยทั่วไปมีความปลอดภัยสูงสำหรับผู้ป่วยส่วนใหญ่
Q: เมื่อใดควรพบแพทย์?
A: หากมีอาการปวดศีรษะที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หรือมีอาการทางระบบประสาทร่วม เช่น ชัก พูดไม่ชัด แขนขาอ่อนแรง หรือการมองเห็นเปลี่ยนแปลง ควรเข้ารับการประเมินโดยแพทย์โดยเร็วที่สุด
| สถาบันมะเร็งกรุงเทพภูเก็ต พร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน ทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพจาก 3 โรงพยาบาลชั้นนำในเครือ BDMS เทคโนโลยีการวินิจฉัยและรักษาระดับมาตรฐานสากล บริการทั้งผู้ป่วยชาวไทยและผู้ป่วยชาวต่างชาติ เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น. | ชั้น 3 โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต นัดหมายได้ที่ [email protected] หรือโทร 1719 |
เอกสารอ้างอิง (References)
- McNeill, K. A. (2016). Epidemiology of brain tumors. Neurologic Clinics, 34(4), 981–998. https://doi.org/10.1016/j.ncl.2016.06.014
- Ostrom, Q. T., Cioffi, G., Waite, K., et al. (2022). CBTRUS statistical report: primary brain and other central nervous system tumors diagnosed in the United States in 2015–2019. Neuro-Oncology, 24(Suppl 5), v1–v95. https://doi.org/10.1093/neuonc/noac202
- Lapointe, S., Perry, A., & Butowski, N. A. (2018). Primary brain tumours in adults. The Lancet, 392(10145), 432–446. https://doi.org/10.1016/S0140-6736(18)30990-5
- Louis, D. N., Perry, A., Wesseling, P., et al. (2021). The 2021 WHO classification of tumors of the central nervous system: a summary. Neuro-Oncology, 23(8), 1231–1251. https://doi.org/10.1093/neuonc/noab106
- Wesseling, P., & Capper, D. (2018). WHO 2016 classification of gliomas. Neuropathology and Applied Neurobiology, 44(2), 139–150. https://doi.org/10.1111/nan.12432
- World Health Organization. (2023). Cancer fact sheet. WHO / IARC. https://www.who.int/news-room/fact-sheets
บทความนี้จัดทำโดย สถาบันมะเร็งกรุงเทพภูเก็ต | โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต | BDMS | bangkokhospital.com/phuket
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อการให้ความรู้เท่านั้น ไม่สามารถทดแทนคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้









