มะเร็งปากมดลูกเป็นหนึ่งในมะเร็งที่พบได้บ่อยในผู้หญิงไทย แต่ก็เป็นหนึ่งในมะเร็งไม่กี่ชนิดที่สามารถป้องกันและตรวจพบความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะก่อนเป็นมะเร็ง เนื่องจากผู้ป่วยส่วนใหญ่มีความเกี่ยวข้องกับการติดเชื้อ HPV ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญ ปัจจุบันจึงมีทั้งวัคซีนสำหรับช่วยลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ และการตรวจคัดกรองที่สามารถค้นหาความผิดปกติของเซลล์ได้ตั้งแต่ก่อนเกิดมะเร็งจริง ทำให้มีโอกาสได้รับการดูแลรักษาได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น
มะเร็งปากมดลูกคืออะไร?
มะเร็งปากมดลูก (Cervical Cancer) คือมะเร็งที่เกิดบริเวณ ปากมดลูก ซึ่งเป็นส่วนล่างของมดลูกที่เชื่อมต่อกับช่องคลอด ส่วนใหญ่พัฒนาจากการเปลี่ยนแปลงของเซลล์ปากมดลูกที่ค่อย ๆ ผิดปกติผ่านระยะก่อนเป็นมะเร็ง (Dysplasia) ใช้เวลาหลายปี ช่วงเวลานี้เปิดโอกาสให้ตรวจพบและรักษาก่อนกลายเป็นมะเร็งจริง
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
สาเหตุหลักคือการติดเชื้อ HPV สายพันธุ์ความเสี่ยงสูงแบบเรื้อรัง ซึ่งสัมพันธ์กับมะเร็งปากมดลูกเกือบทั้งหมด ปัจจัยที่เพิ่มความเสี่ยง ได้แก่ :
- ติดเชื้อ HPV สายพันธุ์เสี่ยงสูงเรื้อรัง
- สูบบุหรี่ ซึ่งสัมพันธ์กับการคงอยู่ของเชื้อและความผิดปกติของเซลล์
- ภูมิคุ้มกันต่ำ เช่น จากโรคหรือยาบางชนิด
- มีคู่นอนหลายคน หรือเริ่มมีเพศสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย
- ไม่เคยตรวจคัดกรองหรือไม่ได้รับวัคซีน HPV
อาการของมะเร็งปากมดลูก
ระยะก่อนเป็นมะเร็งและระยะแรกมักไม่มีอาการ ทำให้ตรวจพบช้าหากไม่คัดกรอง อาการที่ควรสังเกตเมื่อปรากฏ ได้แก่:
- เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด เช่น หลังมีเพศสัมพันธ์ ระหว่างรอบเดือน หรือหลังหมดประจำเดือน
- ตกขาวผิดปกติ มีกลิ่น มีเลือดปน หรือปริมาณมากผิดปกติ
- ปวดท้องน้อยหรือเจ็บขณะมีเพศสัมพันธ์เรื้อรัง
- ในระยะลุกลาม อาจมีปวดหลัง ขาบวม หรือปัสสาวะ/ขับถ่ายผิดปกติ
การคัดกรองและวินิจฉัย
การตรวจคัดกรอง
การตรวจ Pap smear และการตรวจ HPV ช่วยตรวจหาความผิดปกติของเซลล์หรือเชื้อ HPV ตั้งแต่ระยะก่อนเป็นมะเร็ง โดยทั่วไปแนะนำให้ผู้หญิงเริ่มตรวจตามช่วงอายุและคำแนะนำแพทย์
การวินิจฉัยยืนยัน
หากผลคัดกรองผิดปกติ แพทย์อาจส่องกล้องตรวจปากมดลูก (Colposcopy) และเก็บชิ้นเนื้อตรวจทางพยาธิวิทยาเพื่อยืนยัน รวมถึงตรวจภาพเพื่อประเมินระยะเมื่อจำเป็น
ระยะของมะเร็งปากมดลูก
แบ่งคร่าว ๆ จากระยะก่อนเป็นมะเร็ง (Dysplasia) ไปจนถึงระยะลุกลาม โดยรวม ยิ่งพบเร็ว โอกาสรักษาหายยิ่งสูง ระยะก่อนเป็นมะเร็งและระยะแรกมีโอกาสรักษาหายสูงมาก ขณะที่ระยะลุกลามเน้นการควบคุมโรคและคุณภาพชีวิตร่วมด้วย
แนวทางการรักษา
วางแผนตามระยะและสภาพผู้ป่วย โดยทีมสหสาขาวิชาชีพ:
- การรักษารอยโรคก่อนเป็นมะเร็ง เช่น การจี้หรือตัดบริเวณผิดปกติ ป้องกันการพัฒนาเป็นมะเร็ง
- การผ่าตัด ในระยะที่ยังจำกัด มีโอกาสหายสูง
- การฉายรังสีและเคมีบำบัด ใช้ร่วมกันในหลายกรณี โดยเฉพาะระยะลุกลามเฉพาะที่
- ยาพุ่งเป้าและภูมิคุ้มกันบำบัด เป็นทางเลือกในระยะลุกลามตามข้อบ่งชี้
แนวทางการป้องกัน
- ฉีดวัคซีน HPV โดยเฉพาะก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์ ผู้ใหญ่บางช่วงวัยก็อาจได้ประโยชน์
- เข้ารับการตรวจคัดกรอง (Pap smear และ/หรือ HPV) สม่ำเสมอตามคำแนะนำแพทย์
- งดบุหรี่ ซึ่งเพิ่มความเสี่ยงการคงอยู่ของเชื้อและความผิดปกติของเซลล์
- มีเพศสัมพันธ์อย่างปลอดภัย และดูแลสุขภาพโดยรวม
- ไม่ละเลยอาการผิดปกติ เช่น เลือดออกหรือตกขาวผิดปกติ ควรพบแพทย์
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: มะเร็งปากมดลูกป้องกันได้จริงไหม?
A: ได้ในระดับที่ดีมาก เพราะเกือบทั้งหมดสัมพันธ์กับเชื้อ HPV ซึ่งมีวัคซีนป้องกัน ร่วมกับการคัดกรองสม่ำเสมอที่ช่วยตรวจพบและรักษาความผิดปกติได้ตั้งแต่ระยะก่อนเป็นมะเร็ง
Q: มะเร็งปากมดลูกระยะแรกมีอาการไหม?
A: ส่วนใหญ่ไม่มีอาการ โดยเฉพาะระยะก่อนเป็นมะเร็งและระยะแรก จึงตรวจพบช้าหากไม่คัดกรอง อาการ เช่น เลือดออกผิดปกติ มักปรากฏเมื่อโรคดำเนินไปแล้ว
Q: ฉีดวัคซีน HPV แล้วไม่ต้องตรวจคัดกรองใช่ไหม?
A: ไม่ใช่ วัคซีนช่วยลดความเสี่ยงแต่ไม่ครอบคลุมทุกสายพันธุ์ การตรวจคัดกรองตามคำแนะนำยังจำเป็นเพื่อตรวจหาความผิดปกติของเซลล์ตั้งแต่เนิ่น ๆ
Q: มะเร็งปากมดลูกรักษาหายได้ไหม?
A: ได้ โดยเฉพาะเมื่อพบในระยะก่อนเป็นมะเร็งหรือระยะแรกซึ่งมีโอกาสหายสูงมาก ส่วนระยะลุกลามมีการรักษาที่ช่วยควบคุมโรคและรักษาคุณภาพชีวิต ขึ้นกับระยะและสภาพผู้ป่วย
| สถาบันมะเร็งกรุงเทพภูเก็ต พร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน ทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพจาก 3 โรงพยาบาลชั้นนำในเครือ BDMS เทคโนโลยีการวินิจฉัยและรักษาระดับมาตรฐานสากล บริการทั้งผู้ป่วยชาวไทยและผู้ป่วยชาวต่างชาติ เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น. | ชั้น 3 โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต นัดหมายได้ที่ [email protected] หรือโทร 1719 |
เอกสารอ้างอิง (References)
- Cohen, P. A., Jhingran, A., Oaknin, A., & Denny, L. (2019). Cervical cancer. The Lancet, 393(10167), 169–182. https://doi.org/10.1016/S0140-6736(18)32470-X
- Schiffman, M., Doorbar, J., Wentzensen, N., et al. (2016). Carcinogenic human papillomavirus infection. Nature Reviews Disease Primers, 2, 16086. https://doi.org/10.1038/nrdp.2016.86
- Lei, J., Ploner, A., Elfström, K. M., et al. (2020). HPV vaccination and the risk of invasive cervical cancer. New England Journal of Medicine, 383(14), 1340–1348. https://doi.org/10.1056/NEJMoa1917338
- Fontham, E. T. H., Wolf, A. M. D., Church, T. R., et al. (2020). Cervical cancer screening for individuals at average risk: 2020 guideline update from the American Cancer Society. CA: A Cancer Journal for Clinicians, 70(5), 321–346. https://doi.org/10.3322/caac.21628
- World Health Organization. (2023). Cervical cancer fact sheet. WHO. https://www.who.int/news-room/fact-sheets/detail/cervical-cancer
- Siegel, R. L., Miller, K. D., Wagle, N. S., & Jemal, A. (2024). Cancer statistics, 2024. CA: A Cancer Journal for Clinicians, 74(1), 12–49. https://doi.org/10.3322/caac.21820









