รอยช้ำหรือจ้ำเขียวที่เกิดขึ้นง่ายโดยไม่ได้กระแทกแรง เป็นสิ่งที่หลายคนมักมองข้าม แต่ในบางกรณีอาจเป็นสัญญาณเตือนของมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้ แม้ส่วนใหญ่รอยช้ำจะไม่ได้เกิดจากมะเร็ง แต่การรู้จักสังเกตอาการผิดปกติร่วมด้วยจะช่วยให้พบโรคได้เร็วขึ้นและได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม
ทำไมมะเร็งเม็ดเลือดขาวจึงทำให้เกิดรอยช้ำง่าย?
มะเร็งเม็ดเลือดขาวส่งผลต่อการสร้างเม็ดเลือดในไขกระดูก รวมถึงเกล็ดเลือดที่มีหน้าที่ช่วยให้เลือดแข็งตัว เมื่อเกล็ดเลือดลดลง ร่างกายจึงอาจมีอาการดังต่อไปนี้
- รอยช้ำหรือจ้ำเขียวตามร่างกายง่าย (bruises / ecchymosis)
- จุดเลือดออกเล็ก ๆ ใต้ผิวหนัง (petechiae)
- เลือดออกง่ายกว่าปกติ
- เลือดหยุดได้ยากกว่าเดิม
หากมีอาการเหล่านี้ร่วมกับอาการผิดปกติอื่น ควรเข้ารับการตรวจเพิ่มเติม
7 อาการที่ไม่ควรมองข้าม
1. รอยช้ำหรือจ้ำเขียวง่ายโดยไม่ทราบสาเหตุ
มีรอยช้ำเกิดขึ้นเอง หรือเกิดจากการกระแทกเพียงเล็กน้อย แต่มีขนาดใหญ่กว่าปกติและใช้เวลานานกว่าจะหาย
2. มีจุดเลือดออกเล็ก ๆ ใต้ผิวหนัง
เป็นจุดสีแดงหรือม่วงขนาดเล็กคล้ายผื่น มักพบที่แขน ขา หรือบริเวณที่ถูกกดทับ โดยเมื่อกดแล้วสีไม่จางลง
3. เลือดออกง่ายผิดปกติ
เช่น เลือดกำเดาไหลบ่อย เลือดออกตามไรฟัน แผลเล็ก ๆ แต่เลือดหยุดยาก หรือมีเลือดออกผิดปกติในบริเวณอื่น
4. ซีด อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
รู้สึกไม่มีแรง เหนื่อยง่ายกว่าปกติ เวียนศีรษะ ใจสั่น หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ลดลง
5. เป็นไข้บ่อย ติดเชื้อง่ายและหายช้า
มีไข้โดยไม่ทราบสาเหตุ ติดเชื้อซ้ำ ๆ หรือใช้เวลาฟื้นตัวนานกว่าปกติ
6. ต่อมน้ำเหลืองโต ตับโต หรือม้ามโต
อาจคลำพบก้อนที่คอ รักแร้ หรือขาหนีบ มีอาการแน่นท้องหรือทานอาหารแล้วอิ่มเร็วขึ้น ซึ่งเกิดจากตับหรือม้ามที่มีขนาดโตขึ้น
7. น้ำหนักลด เหงื่อออกกลางคืน หรือปวดกระดูก
น้ำหนักลดลงโดยไม่ได้ตั้งใจ เหงื่อออกมากขณะนอนหลับ หรือมีอาการปวดกระดูกเรื้อรัง
รอยช้ำแบบไหนที่ควรใส่ใจเป็นพิเศษ?
ควรเข้ารับการตรวจหากมีลักษณะดังต่อไปนี้
- รอยช้ำเกิดขึ้นเองโดยไม่ได้กระแทก
- มีรอยช้ำจำนวนมาก หรือเกิดหลายตำแหน่งพร้อมกัน
- รอยช้ำมีขนาดใหญ่ผิดปกติ หรือหายช้ากว่าปกติ
- มีจุดเลือดออกเล็ก ๆ ใต้ผิวหนังร่วมด้วย
- มีอาการซีด อ่อนเพลีย เป็นไข้ หรือเลือดออกง่ายร่วมกัน
แม้อาการส่วนใหญ่อาจไม่ใช่มะเร็ง แต่ก็ไม่ควรละเลย
รอยช้ำหรือจ้ำเขียวส่วนใหญ่มักเกิดจากการกระแทก ยาบางชนิด หรือสาเหตุที่ไม่รุนแรง และไม่ได้หมายความว่าจะเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวเสมอไป
อย่างไรก็ตาม หากรอยช้ำเกิดขึ้นบ่อยโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีอาการซีด อ่อนเพลีย เลือดออกง่าย เป็นไข้บ่อย หรือน้ำหนักลดร่วมด้วย ควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์
การวินิจฉัยจำเป็นต้องอาศัยการตรวจโดยแพทย์และผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการร่วมด้วย
รอยช้ำหรือจ้ำเขียว หมายถึงมะเร็งเม็ดเลือดขาวเสมอไปหรือไม่?
ไม่เสมอไป สาเหตุที่พบบ่อยกว่า ได้แก่
- การกระแทกหรืออุบัติเหตุเล็กน้อย
- อายุที่มากขึ้น
- ยาบางชนิด
- ภาวะเลือดออกง่ายจากสาเหตุอื่น
ดังนั้น การมีรอยช้ำเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่าเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว แต่หากมีอาการผิดปกติร่วมด้วยควรเข้ารับการตรวจจากแพทย์
ควรทำอย่างไรเมื่อพบสัญญาณเหล่านี้?
- อย่าเพิ่งตื่นตระหนก เพราะอาการเหล่านี้อาจเกิดจากหลายสาเหตุ
- สังเกตตำแหน่ง ขนาด และความถี่ของรอยช้ำ
- ถ่ายรูปเก็บไว้เพื่อเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลง
- หากมีรอยช้ำโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีหลายอาการร่วมกัน ควรพบแพทย์เพื่อตรวจเลือด
- หากมีเลือดออกมากผิดปกติ เลือดหยุดยาก หรือมีอาการรุนแรง ควรรีบพบแพทย์ทันที
สรุป 7 อาการที่ควรเช็ก
1. รอยช้ำหรือจ้ำเขียวง่ายผิดปกติ
2. มีจุดเลือดออกเล็ก ๆ ใต้ผิวหนัง
3. เลือดออกง่ายหรือหยุดยาก
4. ซีด อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย
5. เป็นไข้บ่อย ติดเชื้อง่าย
6. ต่อมน้ำเหลืองโต ตับโต หรือม้ามโต
7. น้ำหนักลด เหงื่อออกกลางคืน หรือปวดกระดูก
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
Q: รอยช้ำง่ายเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวหรือไม่?
A: ไม่จำเป็นเสมอไป เพราะรอยช้ำสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ แต่หากเกิดขึ้นบ่อยโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือมีอาการอื่นร่วมด้วย ควรเข้ารับการตรวจเลือด
Q: หากมีอาการเพียงข้อเดียว ต้องกังวลหรือไม่?
A: โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องกังวลมาก เพราะอาการแต่ละข้อสามารถเกิดจากสาเหตุอื่นได้ แต่หากอาการเป็นต่อเนื่อง หรือมีหลายอาการเกิดขึ้นพร้อมกัน ควรปรึกษาแพทย์
Q: จุดเลือดออกเล็ก ๆ ใต้ผิวหนังอันตรายหรือไม่?
A: หากมีจำนวนมาก ไม่จางเมื่อกด หรือเกิดร่วมกับรอยช้ำและเลือดออกง่าย ควรได้รับการตรวจเพิ่มเติม เพราะอาจเกี่ยวข้องกับภาวะเกล็ดเลือดต่ำ
Q: แพทย์จะตรวจอะไรบ้างหากสงสัยมะเร็งเม็ดเลือดขาว?
A: โดยทั่วไปจะเริ่มจากการตรวจเลือด เพื่อดูความผิดปกติของเม็ดเลือดและเกล็ดเลือด หากพบความผิดปกติ แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติม เช่น การตรวจไขกระดูก เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและระบุชนิดของโรค
สถาบันมะเร็งกรุงเทพภูเก็ต พร้อมดูแลคุณทุกขั้นตอน
ทีมแพทย์สหสาขาวิชาชีพจาก 3 โรงพยาบาลชั้นนำในเครือ BDMS เทคโนโลยีการวินิจฉัยและรักษาระดับมาตรฐานสากล บริการทั้งผู้ป่วยชาวไทยและผู้ป่วยชาวต่างชาติ
เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 09.00 – 17.00 น. │ ชั้น 3 โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต นัดหมายได้ที่ [email protected] หรือโทร 1719
เอกสารอ้างอิง (References)
- Döhner, H., Wei, A. H., Appelbaum, F. R., et al. (2022). Diagnosis and management of AML in adults: 2022 recommendations from an international expert panel on behalf of the ELN. Blood, 140(12), 1345–1377. https://doi.org/10.1182/blood.2022016867
- Khoury, J. D., Solary, E., Abla, O., et al. (2022). The 5th edition of the World Health Organization Classification of Haematolymphoid Tumours: Myeloid and histiocytic/dendritic neoplasms. Leukemia, 36(7), 1703–1719. https://doi.org/10.1038/s41375-022-01613-1
- National Cancer Institute. (2024). Leukemia — Patient version. https://www.cancer.gov/types/leukemia
- Siegel, R. L., Giaquinto, A. N., & Jemal, A. (2024). Cancer statistics, 2024. CA: A Cancer Journal for Clinicians, 74(1), 12–49. https://doi.org/10.3322/caac.21820
บทความนี้จัดทำโดย สถาบันมะเร็งกรุงเทพภูเก็ต | โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต | BDMS | bangkokhospital.com/phuket
ข้อมูลในบทความนี้มีจุดประสงค์เพื่อการให้ความรู้เท่านั้น ไม่สามารถทดแทนคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้









