พ่อแม่หลายบ้านคงเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ กลางวันลูกยังเล่นได้ดี แต่พอตกกลางคืน…ตัวร้อน ไข้ขึ้นสูงอีกแล้ว เป็นเพราะอะไรวันนี้คุณหมอไผ่จะเล่าให้ฟังกันค่ะ

พญ.วงศิยา ทินนิมิตร (ว.44721) กุมารแพทย์ โรงพยาบาลกรุงเทพเพชรบุรี กล่าวว่า เพราะร่างกายของเรามีนาฬิกาชีวิต (Circadian rhythm) โดยอุณหภูมิร่างกายของคนเราจะเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลาอยู่แล้ว และมักจะสูงขึ้นเล็กน้อยในช่วงเย็นถึงกลางคืน
ขณะเดียวกัน ในช่วงเวลากลางคืนระดับ Cortisol ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่มีส่วนช่วยควบคุมการอักเสบ จะลดลงตามธรรมชาติ จึงทำให้แสดงอาการ จากการอักเสบและไข้ขึ้นได้ในเวลากลางคืน
เมื่อร่างกายของลูกกำลังต่อสู้กับเชื้อโรค ระบบภูมิคุ้มกันจะทำงานและหลั่งสารที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบออกมา กระบวนการเหล่านี้อาจทำให้ไข้ขึ้นและอาการไม่สบายตัวของลูกเด่นชัดขึ้นในช่วงกลางคืนค่ะ
ถ้าลูกมีไข้ตอนกลางคืน ควรทำอย่างไร?
สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ตัวเลขไข้ แต่ต้องดู “อาการของลูก” ร่วมด้วย
- สวมใส่เสื้อผ้าที่บางและระบายอากาศได้ดี ไม่จำเป็นต้องห่มผ้าหนาเพื่อให้ “เหงื่อออก”
- ให้จิบน้ำบ่อย ๆ จะทานนม ทานน้ำ หรือจิบเกลือแร่ ORS ก็ได้เช่นกัน โดยเฉพาะเด็กที่มีไข้สูญเสียน้ำมากขึ้น การดื่มน้ำจะช่วยลดโอกาสขาดน้ำ
- รับประทาน ยาลดไข้พาราเซตามอล ใช้เมื่อเด็กมีไข้ ไม่สบายตัวและควรคำนวณขนาดยาตาม น้ำหนักตัว ถ้าหากไม่แน่ใจเรื่องขนาดหรือความถี่ในการให้ยา ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนใช้ยาค่ะ
- เช็ดตัวด้วย น้ำอุ่นเล็กน้อย หรือน้ำอุณหภูมิห้อง หากลูกไม่สบายตัว เน้นเช็ดเบา ๆ เน้นตามข้อพับ หลีกเลี่ยงการเช็ดตัวด้วยน้ำเย็นจัด เพราะอาจทำให้เด็กหนาวสั่นและไม่สบายตัวมากขึ้น
- วัดไข้ซ้ำเมื่อจำเป็น โดยไม่จำเป็นต้องปลุกลูกทุกครั้งเพียงเพื่อให้เช็ดตัว หากเด็กหลับสบาย หายใจปกติ และไม่มีอาการผิดปกติอื่น ๆ
แล้วเมื่อไหร่เรียกว่า “มีไข้จริง”?
เกณฑ์การมีไข้ อาจพิจารณาแตกต่างกันตามตำแหน่งที่วัด เช่น
- วัดทางรักแร้ ≥ 37.5°C
- วัดทางปาก ≥ 37.8°C
- วัดทางหูหรือหน้าผาก ≥ 38°C
ดังนั้น เวลาบอกว่า “ลูกมีไข้” คุณหมอจะไม่ได้ดูแค่ตัวเลขอย่างเดียว แต่จะพิจารณาร่วมกับ วิธีวัด ตำแหน่งที่วัด อายุ และอาการของเด็กด้วยค่ะ
สิ่งที่อยากให้พ่อแม่ดูมากกว่า “ไข้กี่องศา”
ลองสังเกตอาการต่อไปนี้ค่ะ
- ลูกยังรู้สึกตัวดีไหม
- ยังดื่มน้ำ / นมได้ไหม
- ปัสสาวะยังออกปกติหรือไม่
- หายใจปกติหรือมีหอบเหนื่อย
- ยังตื่นเล่นดีหรือซึมลง มีปฏิสัมพันธ์กับพ่อแม่หรือไม่

แล้วเมื่อไหร่ควรรีบพบแพทย์?
หากลูกมีอาการเหล่านี้ อย่ารอดูไข้เพียงอย่างเดียว
- เด็กอายุน้อยกว่า 3 เดือน และมีไข้
- ซึมมาก ปลุกยาก หรือไม่ตอบสนองเหมือนปกติ
- หายใจเร็ว หอบ หน้าอกบุ๋ม หรือริมฝีปากเขียวคล้ำ
- ดื่มนมหรือน้ำ ไม่ได้หรือมีอาการขาดน้ำ ปัสสาวะออกน้อยลง
- ชักเกร็งกระตุก
- มีผื่นจุดเลือดออก หรือผื่นผิดปกติร่วมกับไข้
- ไข้ต่อเนื่องหลายวัน หรืออาการโดยรวมไม่ดีขึ้น
หมอไผ่ กล่าวทิ้งท้าย
ไข้สูงในช่วงกลางคืน อาจพบได้บ่อย และไม่ได้หมายความว่าโรครุนแรงขึ้นเสมอไป สิ่งสำคัญจึงไม่ใช่เพียงตัวเลขบนปรอทวัดไข้ แต่คือการสังเกตว่า ลูกเป็นอย่างไรในระหว่างที่มีไข้
หากไข้ยังคงต่อเนื่องเกิน 2–3 วัน หรือคุณพ่อคุณแม่รู้สึกว่า “ลูกวันนี้ไม่เหมือนเดิม” ควรพาลูกมาพบแพทย์เพื่อประเมินหาสาเหตุของไข้ และได้รับการรักษาที่เหมาะสมอย่างทันท่วงทีค่ะ







