เมื่อพูดถึง “โรคหลอดเลือดสมอง” หรือ Stroke ความกังวลที่ฝังรากลึกที่สุดไม่ใช่แค่เรื่องการรอดชีวิต แต่คือความกลัวที่จะต้องเผชิญกับความพิการ หรือการไม่สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้เหมือนเดิมอีกต่อไป เพราะทุกวินาทีที่เลือดไม่ไปเลี้ยงสมองหมายถึงการสูญเสียโอกาสในการเป็นตัวของตัวเอง
ศูนย์ความเป็นเลิศด้านระบบประสาทและสมอง (Center of Excellence in Neuroscience: CoE Neuro) โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา กำลังเปลี่ยนภาพจำเลวร้ายเหล่านั้นให้กลายเป็นความหวัง ด้วยมาตรฐานระดับสากลอย่าง ICHOM (International Consortium for Health Outcomes Measurement) ซึ่งเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรอง
ในปี 2568 มีการเติบโตของปริมาณผู้รับบริการอย่างต่อเนื่อง สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้ป่วยและเครือข่ายการส่งต่อ รวมถึงบทบาทที่ชัดเจนของศูนย์ฯ ในการเป็นศูนย์ดูแลผู้ป่วยโรคทางระบบประสาทแบบครบวงจร แสดงให้เห็นถึงแนวโน้มการขยายตัวของบริการอย่างสม่ำเสมอ แม้อยู่ในบริบทของโรคที่มีความซับซ้อนและต้องใช้ทรัพยากรเฉพาะทางสูง
World Stroke Organization (5%)
ค่าเฉลี่ยระดับประเทศไทย 26.1%
มาตรฐานสากลที่กำหนดไว้ไม่เกิน 1.5%
แสดงถึงมาตรฐานการรักษาระดับสูง โดยเป็นโรงพยาบาลแห่งแรกในประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน ICHOM ซึ่งสะท้อนถึงการวัดผลลัพธ์การรักษาที่ยึดผู้ป่วยเป็นศูนย์กลางอย่างแท้จริง โดยมีรายละเอียดความโดดเด่นเทียบกับมาตรฐานสากลดังนี้
องค์กรระดับนานาชาติอย่าง AHA (75%) และการศึกษา ESCAPE (72%)
องค์กรระดับนานาชาติอย่าง AHA (78%) และ การศึกษา ESCAPE (53%)
ดำเนินการได้ภายใน 120 นาที
ต่ำกว่าเป้าหมายสากล (25%)
Patient Experience
Net Promoter Score
แม้ในกลุ่มผู้ป่วยที่มีความรุนแรงสูง (Moderate to Severe และ Severe) มากกว่า 80% ของผู้ป่วยทั้งหมด โรงพยาบาลยังสามารถคงอัตราการเสียชีวิตไว้ที่ 11% ซึ่งต่ำกว่าเป้าหมายสากล (25%) และมีแนวโน้มที่ดีกว่าศูนย์ดูแลผู้ป่วย ICH ชั้นนำในต่างประเทศ
ผลลัพธ์ด้านความพึงพอใจสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานทั้งในระดับเครือข่ายและสากล
Golden hour คือช่วงเวลา 4.5 ชั่วโมงแรกนับตั้งแต่เริ่มมีอาการ (เช่น หน้าเบี้ยว แขนขาอ่อนแรง พูดไม่ชัด) หากผู้ป่วยมาถึงโรงพยาบาลและได้รับการฉีดยาสลายลิ่มเลือด (RTPA) ทันในเวลานี้ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการฟื้นตัวและลดความเสี่ยงอัมพฤกษ์ อัมพาตได้อย่างมาก
ให้สังเกตหลัก B.E.F.A.S.T. ได้แก่ B (Balance – เสียการทรงตัว), E (Eyes – มองไม่เห็น หรือเห็นภาพซ้อน), F (Face – หน้าเบี้ยว มุมปากตก), A (Arms – แขนขาอ่อนแรงครึ่งซีก), S (Speech – พูดไม่ชัด นึกคำพูดไม่ออก) และ T (Time – ควรรีบไปโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด)
เรามีบริการดูแลแบบครบวงจร ตั้งแต่ การให้ยาสลายลิ่มเลือดทางหลอดเลือดดำ (RTPA), การใส่สายสวนลากลิ่มเลือด (Mechanical Thrombectomy) ในกรณีที่อุดตันเส้นใหญ่ ไปจนถึง การผ่าตัดสมองและการทำกายภาพบำบัดฟื้นฟู
ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรคและเวลาที่ได้รับการรักษา จากสถิติของเรา ผู้ป่วยจำนวนมากที่ได้รับการรักษาทันท่วงที (ภายใน 4.5 ชั่วโมง) และเข้ารับการฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง มีโอกาสกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้ใกล้เคียงปกติสูงมาก