การเล่นน้ำในช่วงเทศกาลสงกรานต์อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อระบบหูและการได้ยิน หากไม่ระมัดระวังโดยมีความเสี่ยงและวิธีป้องกันที่สำคัญดังนี้
อันตรายจากน้ำเข้าหูในช่วงสงกรานต์
-
โรคหูชั้นนอกอักเสบ (Otitis Externa)หรือ “หูนักว่ายน้ำ”
เกิดจากน้ำที่ขังอยู่ในช่องหูทำให้ผิวหนังเปื่อยยุ่ยและเกราะป้องกันผิวหนังอ่อนแอลง จนกลายเป็นแหล่งเพาะเชื้อแบคทีเรีย หากผู้ป่วยมีโรคประจำตัวอย่างเบาหวาน การติดเชื้ออาจลุกลามทำลายกระดูกหูและเส้นประสาทได้
-
เชื้อราในช่องหู (Otomycosis)
สภาพอากาศร้อนชื้นในเดือนเมษายนประกอบกับความชื้นจากการเล่นน้ำ เอื้อต่อการเจริญเติบโตของเชื้อรา ทำให้มีอาการคันรุนแรง หูอื้อ หรือมีสารคัดหลั่งผิดปกติคล้ายขุยสีขาวหรือจุดดำในหู
-
แก้วหูทะลุจากแรงดันน้ำ
การใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง หรือท่อ PVC ที่ฉีดน้ำเข้าสู่รูหูโดยตรง สามารถสร้างแรงปะทะที่ทำให้เยื่อแก้วหูฉีกขาดได้ทันที ส่งผลให้สูญเสียการได้ยินอย่างเฉียบพลันและเสี่ยงต่อการติดเชื้อในหูชั้นกลาง
-
ขี้หูพองอุดตัน
น้ำจะไปทำให้ขี้หูอุ้มน้ำจนขยายตัวและอุดตันช่องหู ก่อให้เกิดแรงกดจนปวดหูและหูอื้อ
-
สิ่งปนเปื้อนและเชื้อโรค
น้ำที่ใช้เล่นมักมาจากแหล่งที่ไม่ผ่านการบำบัด เช่น คลองหรือคูเมือง ซึ่งอาจปนเปื้อนแบคทีเรียกลุ่ม Coliform, นอกจากนี้ แป้งหรือดินสอพองที่ผสมน้ำอาจกลายเป็นคราบเหนียวเข้าไปอุดตันและแข็งตัวภายในรูหูได้
วิธีป้องกันและดูแลตนเอง
-
สวมอุปกรณ์ป้องกัน ควรใช้ที่อุดหูกันน้ำ (Waterproof Earplugs)
โดยเฉพาะชนิดซิลิโคนแบบปั้นได้ซึ่งสามารถปิดรูหูได้สนิท หรือแบบขี้ผึ้ง และควรสวมหมวกว่ายน้ำหรือหมวกคลุมผมปิดใบหูเพื่อป้องกันอีกชั้น
-
หลีกเลี่ยงความรุนแรง
ไม่ใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง และไม่ฉีดน้ำใส่หน้าหรือหูของผู้อื่นโดยตรง
-
ระวังแหล่งน้ำ
เลือกเล่นน้ำที่สะอาด และพยายามปิดปากขณะเล่นน้ำเพื่อป้องกันเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย
-
การเตรียมตัว
ผู้ที่มีประวัติแก้วหูทะลุหรือเคยผ่าตัดหูควรระวังเป็นพิเศษและป้องกันน้ำเข้าหู 100%
วิธีจัดการเมื่อน้ำเข้าหูอย่างถูกต้อง
-
เอียงศีรษะ
ให้หูข้างที่มีน้ำลงต่ำขนานกับพื้น ดึงใบหูขึ้นและไปทางหลัง (สำหรับผู้ใหญ่) เพื่อให้ช่องหูตรงและน้ำไหลออกมาได้ง่ายขึ้น
-
ใช้ไดร์เป่าผม
เปิดลมระดับต่ำสุดหรือลมเย็น เป่าห่างจากหูประมาณ 1 ฟุต เพื่อช่วยให้น้ำระเหยออก
-
ห้ามทำเด็ดขาด
ห้ามใช้ไม้พันสำลี (Cotton Swabs) หรือของแข็งแคะหู เพราะจะยิ่งดันน้ำและขี้หูให้ลึกไปถึงเยื่อแก้วหู และอาจเกิดแผลถลอกติดเชื้อได้
-
ห้ามสั่งน้ำมูกแรงๆ
ขณะน้ำเข้าหู เพราะแรงดันอาจดันเชื้อโรคเข้าสู่หูชั้นกลางได้
หากพบอาการผิดปกติ เช่น ปวดหูรุนแรง หูอื้อนานเกิน 48 ชั่วโมง หรือมีหนองและเลือดไหลออกจากหู ควรรีบพบแพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูก ทันที







