โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดต่อเรา
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    มะเร็งกระเพาะอาหาร ภัยร้ายที่แฝงตัวเงียบ เช็ค! ง่ายๆด้วยวิธีเป่าลมหายใจ สะดวก ไม่เจ็บ ทราบผลใน 30 นาที

    4 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา
    อัปเดตเมื่อ: 18 ก.ย. 2568
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี
    Package Image
    โปรโมชั่นพิเศษบัตรชีววัฒนะ MEGA CARE MEGA Sales Season 3
    มะเร็งกระเพาะอาหาร ภัยร้ายที่แฝงตัวเงียบ เช็ค! ง่ายๆด้วยวิธีเป่าลมหายใจ สะดวก ไม่เจ็บ ทราบผลใน 30 นาที
    โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา
    อัปเดตเมื่อ: 18 ก.ย. 2568

    หนึ่งในมะเร็งที่ติด 1 ใน 10 มะเร็งที่คนไทยเป็นกันมากคือ มะเร็งกระเพาะอาหาร ซึ่งข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (GLOBOCAN) 2020 ระบุว่า มะเร็งกระเพาะอาหารเป็นสาเหตุการตายอันดับที่ 4 ของการตายจากโรคมะเร็งทั้งหมดทั่วโลกและมีอุบัติการณ์เป็นอันดับที่ 5 ของโรคมะเร็งทั้งหมด โดยพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิงและมักพบในคนอายุ 40 ปีขึ้นไป เพราะฉะนั้นการใส่ใจตรวจสุขภาพ ไม่ละเลยความผิดปกติที่มาเยี่ยมเยือนร่างกาย และรู้เท่าทันโรคมะเร็งกระเพาะอาหารคือสิ่งสำคัญที่ต้องใส่ใจ

    รู้จักมะเร็งกระเพาะอาหาร

    กระเพาะอาหารเป็นส่วนหนึ่งของระบบย่อยอาหาร มีหน้าที่ย่อยและดูดซึมสารอาหารก่อนที่จะเคลื่อนต่อไปที่ลำไส้เล็กและลำไส้ใหญ่ สำหรับมะเร็งกระเพาะอาหาร (Gastric Cancer) เกิดขึ้นจากเซลล์เยื่อบุผิวด้านในกระจายมายังเยื่อบุผิวด้านนอก สามารถเกิดขึ้นหลายลักษณะ ได้แก่ เยื่อบุกระเพาะอาหาร มะเร็งต่อมน้ำเหลืองกระเพาะอาหาร มะเร็งเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน โดยเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุและหลายปัจจัย

    ตัวการมะเร็งกระเพาะอาหาร

    ตัวการที่ทำให้เกิดมะเร็งกระเพาะอาหารมีหลายปัจจัย ได้แก่

    1. การติดเชื้อแบคทีเรีย Helicobacter Pylori. (H.pylori) ซึ่งเชื้อแบคทีเรียตัวนี้เมื่อเข้าไปอาศัยอยู่ในกระเพาะอาหารจะสร้างสารพิษ ทำให้เกิดการอักเสบเรื้อรังเป็นแผลในกระเพาะอาหาร แผลในลำไส้เล็ก ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของเซลล์ กลายเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารได้ในที่สุด
    2. การอักเสบเรื้อรังของกระเพาะอาหารจากอาหารที่กระตุ้นการอักเสบ ได้แก่ 
      • อาหารที่มีสารกลุ่ม Polycyclic Aromatic Hydrocarbon (PAH) ปนเปื้อน ส่งผลให้เสี่ยงต่อมะเร็ง พบในส่วนที่ไหม้เกรียมของอาหารปิ้ง ย่าง รมควัน 
      • อาหารที่มีสารโพลาร์ (Polar Compounds) จากการใช้น้ำมันทอดซ้ำมากกว่า 1 ครั้ง
      • อาหารที่มีสาร Acrylamide มักพบในอาหารอบกรอบ ทอด ปิ้ง คั่ว
      • อาหารที่มีสารไนโตรซามีน (Nitrosamine) พบในของหมักดอง อาหารกระป๋อง อาหารปิ้งย่าง อาหารเค็มจัด 
      • อาหารที่มีสาร Heterocyclic Animes (HCAs) จากเนื้อสัตว์ที่ประกอบอาหารด้วยการผ่านความร้อน เช่น อบ ย่าง ต้ม หรือทอด เพิ่มความเสี่ยงต่อมะเร็งกระเพาะอาหาร มากน้อยแตกต่างกันไปตามลักษณะของการให้ความร้อน
    3. อายุ ยิ่งอายุมากขึ้นยิ่งเพิ่มโอกาสการเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารมากขึ้น
    4. เพศ ผู้ชายมีความเสี่ยงมากกว่าผู้หญิง
    5. การสูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ เพิ่มโอกาสเป็นมะเร็งกระเพาะอาหารให้สูงขึ้น
    6. เชื้อชาติ ชาวเอเชียพบมากกว่าชาวตะวันตก โดยเฉพาะญี่ปุ่น จีน เกาหลี
    7. มะเร็งเนื้อเยื่อเกี่ยวพันหรือมะเร็ง GIST จากความผิดปกติของเซลล์ในกระเพาะอาหารโดยไม่มีสาเหตุ
    8. พันธุกรรม คนในครอบครัวมีประวัติเคยเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร ทำให้มีความเสี่ยงสูงถึง 70%
    9. ผู้ที่มีเลือดกรุ๊ป A มีความเสี่ยงมากกว่ากรุ๊ปอื่น 20%
    10. ผู้ที่เคยได้รับการผ่าตัดกระเพาะอาหาร

    อาการมะเร็งกระเพาะอาหาร

    ผู้ป่วยมะเร็งกระเพาะอาหารส่วนใหญ่มักพบว่าป่วยในระยะลุกลาม เนื่องจากในระยะเริ่มต้นของโรคมักไม่แสดงอาการใด ๆ จนกระทั่งอาการรุนแรงขึ้น 

    อาการในระยะยังไม่ลุกลาม ได้แก่

    • อาหารไม่ย่อย
    • ไม่สบายช่องท้อง
    • ท้องอืด
    • จุก
    • แน่นท้อง
    • คลื่นไส้
    • เบื่ออาหาร
    • น้ำหนักลด
    • อาจปวดแสบปวดร้อนที่หน้าอก

    อาการในระยะลุกลาม ได้แก่

    • อุจจาระสีดำ
    • เลือดปนในอุจจาระ
    • ปวดท้อง
    • อาเจียนเป็นเลือด
    • น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ
    • ตัวเหลือง ตาเหลือง
    • คลำได้ก้อนต่อมน้ำเหลืองที่แอ่งไหปลาร้าข้างซ้าย
    • ท้องบวมจากน้ำในช่องท้อง

    การตรวจวินิจฉัย

    วิธีการตรวจวินิจฉัยมะเร็งกระเพาะอาหารสามารถทำได้โดย

    • ซักประวัติและอาการต่าง ๆ ตรวจร่างกาย ตรวจดูลักษณะก้อนและสิ่งผิดปกติในช่องท้อง ตรวจหาต่อมน้ำเหลืองบริเวณไหปลาร้า
    • ตรวจทางห้องปฏิบัติการ ได้แก่ ตรวจเลือด ตรวจการทำงานของตับและไต เป็นต้น
    • เอกซเรย์กลืนแป้ง (Double – Contrast Barium Swallow) ตรวจความผิดปกติของหลอดอาหารและกระเพาะอาหาร
    • ส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน (Esophago – Gastro – Duodenoscope, EGD) เป็นวิธีที่แนะนำ เพราะทำให้เห็นภายในกระเพาะอาหารทั้งหมด ทำให้เห็นบริเวณที่ผิดปกติและตัดชิ้นเนื้อที่สงสัยไปตรวจหาเซลล์มะเร็งต่อได้ สามารถใช้ในการวินิจฉัยได้มากกว่า 95% 
    • ส่องกล้องตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง (Endoscopic Ultrasonography, EUS) ช่วยให้เห็นชั้นต่าง ๆ ของกระเพาะอาหารและความลึกของโรคมะเร็งที่ลุกลาม
    • ตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ช่องท้อง (Computed Tomography, CT) ช่วยให้เห็นพยาธิสภาพของกระเพาะอาหาร ตรวจดูการกระจายไปยังต่อมน้ำเหลืองและอวัยวะต่าง ๆ ในช่องท้อง
    • ตรวจหาการแพร่กระจาย โดยเอกซเรย์ปอด สแกนกระดูก ตรวจด้วย PET/CT Scan 
    • ตรวจหาเชื้อ H.pylori โดยการส่องกล้องตัดชิ้นเนื้อ ตรวจสอบจากลมหายใจ ตรวจเลือด ตรวจหาภูมิคุ้มกัน

    รักษามะเร็งกระเพาะอาหาร

    การรักษามะเร็งกระเพาะอาหารทำได้โดยผ่าตัด ให้เคมีบำบัด และฉายรังสีรักษาขึ้นอยู่กับระยะ อาการ และความรุนแรงของผู้ป่วย

    ในช่วงแรกที่มีอาการคล้ายโรคกระเพาะอาหารอักเสบหรือแผลในกระเพาะอาหารแพทย์จะให้รับประทานยาฆ่าเชื้อหากอาการไม่ดีขึ้นใน 2 สัปดาห์ หรืออาการกำเริบเมื่อครบ 6 – 8 สัปดาห์ของการรักษาจำเป็นจะต้องเข้ารับการส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารเพื่อการรักษาในขั้นต่อไป

    มะเร็งระยะเริ่มแรกที่ยังอยู่ที่ผิวเยื่อบุส่วนมากตัดออกโดยการส่องกล้องกระเพาะอาหารระยะเริ่มต้นของมะเร็งกระเพาะอาหารแพทย์อาจทำการผ่าตัดส่วนที่เป็นมะเร็งออกไปโดยเป็นการผ่าตัดกระเพาะอาหารและการผ่าตัดเลาะต่อมน้ำเหลืองที่มีการกระจายของโรคมะเร็งจากนั้นจึงให้ยาเคมีบำบัดหลังผ่าตัดเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งที่เหลืออยู่หรือหยุดการเติบโตของเซลล์มะเร็งทั่วร่างกาย

    ระยะลุกลามของมะเร็งกระเพาะอาหารแพทย์จะทำการให้เคมีบำบัดเป็นหลักร่วมกับการฉายรังสีรักษาในบางครั้งหากเกิดภาวะแทรกซ้อนจะใช้การผ่าตัดรักษาเช่นก้อนมะเร็งอุดกั้นทางเดินน้ำดีเป็นต้นเพราะในระยะนี้หากแพทย์ใช้การผ่าตัดเพียงอย่างเดียวมะเร็งมีโอกาสกลับมาอีกมากกว่า 2 ใน 3 ของผู้ป่วยกลุ่มนี้ พร้อมกับการแพร่กระจายไปที่ต่อมน้ำเหลือง บางคนมะเร็งกลับเป็นซ้ำและลุกลามไปอวัยวะอื่น

    การตรวจติดตามผู้ป่วยหลังทำการรักษามีความสำคัญมากเพราะหากเกิดการเป็นซ้ำของโรคแพทย์จะสามารถตรวจพบและทำการรักษาได้อย่างทันท่วงทีผู้ป่วยจึงควรมาตรวจตามนัดหมายอย่างสม่ำเสมอ

    ป้องกันมะเร็งกระเพาะอาหาร

    • กินร้อนช้อนกลางทุกมื้อ
    • กินผักผลไม้ให้ได้ครึ่งหนึ่งของปริมาณอาหารในแต่ละมื้อ
    • เลี่ยงอาหารปิ้ง ย่าง หมัก ดอง เค็มจัด มันจัด 
    • ออกกำลังกายเป็นประจำ 
    • งดสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
    • ตรวจคัดกรองมะเร็งกระเพาะอาหารด้วยการส่องกล้องเมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป
    • ประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งกระเพาะอาหาร ตรวจคัดกรองโดยการส่องกล้องและตรวจหาเชื้อ Helicobacter Pylori เพื่อทำการรักษา

     

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์ระบบทางเดินอาหารและตับ

    อาคาร A ชั้น 3

    วันจันทร์ - อาทิตย์
    08:00 - 17:00 น.

    +66 3890 9345

    +66 3825 9986

    [email protected]

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปีโปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี
    โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปี

    4,290 - 159,000 บาท

    รายละเอียด
    โปรโมชั่นพิเศษบัตรชีววัฒนะ MEGA CARE MEGA Sales Season 3โปรโมชั่นพิเศษบัตรชีววัฒนะ MEGA CARE MEGA Sales Season 3
    โปรโมชั่นพิเศษบัตรชีววัฒนะ MEGA CARE MEGA Sales Season 3

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ตับอักเสบ ภัยเงียบที่ค่อย ๆ ทำลายตับของคุณ Image
    ตับอักเสบ ภัยเงียบที่ค่อย ๆ ทำลายตับของคุณ
    6 อาการเตือนมะเร็งลำไส้ ที่ไม่ควรมองข้าม Image
    6 อาการเตือนมะเร็งลำไส้ ที่ไม่ควรมองข้าม
    คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคมะเร็งตับ Image
    คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคมะเร็งตับ
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ