ผู้ชายจำนวนไม่น้อยเชื่อว่า “ฮอร์โมนเพศชายต่ำ” เป็นปัญหาที่เกิดเฉพาะในผู้สูงวัยเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ภาวะนี้สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ชายหลากหลายช่วงอายุ และส่งผลกระทบต่อทั้งร่างกาย อารมณ์ และความสัมพันธ์โดยไม่รู้ตัว บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ และแนวทางการรักษาด้วย TRT (Testosterone Replacement Therapy) ทางเลือกที่ช่วยคืนความมั่นใจและคุณภาพชีวิตให้กับคุณผู้ชายอีกครั้ง
นพ. การันต์ หริมเทพาธิป (ว. 40009) ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน อธิบายว่า ภาวะฮอร์โมนเพศชายต่ำ หรือ Testosterone Deficiency คือภาวะที่ร่างกายผลิตฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนได้น้อยกว่าปกติ ซึ่งฮอร์โมนชนิดนี้มีบทบาทสำคัญต่อสุขภาพของผู้ชายในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ มวลกระดูก พลังงาน อารมณ์ สมรรถภาพทางเพศ และคุณภาพชีวิตโดยรวม

ฮอร์โมนเพศชายต่ำ เกิดจากอะไร?
โดยธรรมชาติ ระดับฮอร์โมนเพศชายจะค่อย ๆ ลดลงตามอายุ โดยเฉพาะหลังอายุ 30 – 40 ปีขึ้นไป นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ส่งผลต่อการทำงานของฮอร์โมนในร่างกาย และอาจทำให้ระดับฮอร์โมนเพศชายลดลงเร็วกว่าปกติ เช่น
- ภาวะอ้วนหรืออ้วนลงพุง
- โรคในกลุ่มเมตาบอลิก เช่น เบาหวาน หรือไขมันในเลือดสูง
- โรคเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิตสูง
- ความเครียดสะสม พักผ่อนไม่เพียงพอ
- การใช้ยาบางชนิด
- การดื่มแอลกอฮอล์หรือสูบบุหรี่
ซึ่งการวินิจฉัยที่ถูกต้องต้องอาศัยทั้ง “อาการร่วมกับผลตรวจเลือด” โดยต้องพบว่าระดับ Testosterone ต่ำอย่างน้อย 2 ครั้งในช่วงเช้า
สัญญาณเตือนที่ไม่ควรมองข้าม
ผู้ชายหลายคนอาจมีภาวะนี้โดยไม่รู้ตัว เพราะอาการค่อย ๆ เกิดขึ้น เช่น
- อ่อนเพลีย ไม่มีแรง เหนื่อยง่าย
- ความต้องการทางเพศลดลง
- สมรรถภาพทางเพศลดลง
- มวลกล้ามเนื้อลดลง ไขมันเพิ่มขึ้น
- อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิด หรือซึมเศร้า
- นอนหลับไม่สนิท หลับยาก
แม้อาการเหล่านี้อาจดูไม่รุนแรง หรือมองว่าเป็น “เรื่องปกติของวัย” แต่จริง ๆ แล้วบางรายอาจสัมพันธ์กับภาวะฮอร์โมนต่ำ ที่ควรได้รับการตรวจประเมินเพิ่มเติมโดยแพทย์ และรักษาอย่างเหมาะสม

TRT คืออะไร? ช่วยได้อย่างไร
TRT (Testosterone Replacement Therapy) คือการให้ฮอร์โมนทดแทน เพื่อปรับระดับฮอร์โมนเพศชายให้อยู่ในช่วงที่เหมาะสม ภายใต้การดูแลของแพทย์ โดยมีรูปแบบการรักษาที่ใช้ในปัจจุบัน ได้แก่
1) การให้ฮอร์โมนในรูปแบบยาฉีด 2) เจลทาผิวหนัง 3) การให้ฮอร์โมนในรูปแบบยาเม็ดสำหรับรับประทาน
ซึ่งการรักษาด้วย TRT อย่างเหมาะสมนี้ อาจช่วยให้เพิ่มพลังงานและความกระฉับกระเฉง เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ ลดไขมัน ปรับอารมณ์ให้ดีขึ้น ฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศ และเพิ่มคุณภาพชีวิตโดยรวมของคุณผู้ชายให้ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และไม่ได้ช่วยแก้ไขทุกอาการเสมอไป
ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ TRT
X ความเชื่อ: “TRT คือการใช้ฮอร์โมนที่อันตราย”
✔ ความจริง: หากอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ มีการตรวจและติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ การรักษาด้วย TRT มีความปลอดภัยและเหมาะสมกับผู้ป่วยที่ได้รับการคัดกรองอย่างถูกต้อง
X ความเชื่อ: “เมื่อเริ่มฉีดฮอร์โมนแล้วต้องใช้ไปตลอดชีวิต”
✔ ความจริง: การรักษาจะพิจารณาเป็นรายบุคคล แพทย์สามารถปรับ เปลี่ยน หรือหยุดการรักษาได้ตามความเหมาะสมและการตอบสนองของร่างกาย
X ความเชื่อ: “เหมาะแค่เฉพาะผู้สูงอายุเท่านั้น”
✔ ความจริง: ผู้ชายวัยทำงานที่มีอาการและระดับฮอร์โมนต่ำ ก็สามารถรับการรักษาได้เช่นกัน หากผ่านการประเมินจากแพทย์

ก่อนเริ่ม TRT ต้องตรวจอะไรบ้าง?
ก่อนเริ่มการรักษา แพทย์จะทำการตรวจระดับฮอร์โมนในเลือด ตรวจความเข้มข้นของเลือด คัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมาก ประเมินอาการและสุขภาพโดยรวม และการตรวจสุขภาพเพิ่มเติม หรือภาวะเสี่ยงอื่น ๆ เพื่อให้การรักษามีความปลอดภัยและเหมาะสมกับแต่ละบุคคลมากที่สุด และมีการติดตามผลเป็นระยะระหว่างการรักษา เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
ความเสี่ยงที่ควรทราบก่อนเริ่ม TRT
การรักษาด้วย TRT อาจมีความเสี่ยง เช่น
- ระดับเม็ดเลือดแดงสูงขึ้น (Polycythemia)
- ค่า PSA เปลี่ยนแปลง จำเป็นต้องติดตามต่อมลูกหมาก
- บวมน้ำ หรือ Fluid Retention
- อาจกดการสร้างอสุจิ ทำให้มีบุตรยากชั่วคราวหรือถาวรในบางราย
จึงจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ และมีการติดตามผลอย่างสม่ำเสมอ
TRT ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด…แต่เป็น “ทางเลือกที่เหมาะสม”
“การรักษาด้วย TRT ไม่ใช่เพียงการเพิ่มฮอร์โมน แต่คือการดูแลสุขภาพของผู้ชายแบบองค์รวม ควบคู่ไปกับการปรับพฤติกรรม เช่น การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสม การพักผ่อนให้เพียงพอ และการควบคุมน้ำหนัก จะช่วยให้ผลการรักษาดียิ่งขึ้น” นพ. การันต์ กล่าว
หากคุณเริ่มรู้สึกว่า “ร่างกายไม่เหมือนเดิม” อย่ามองข้ามสัญญาณเหล่านี้ ควรเข้ารับการประเมินอย่างเหมาะสม เพราะการตรวจพบและรักษาอย่างถูกต้องตั้งแต่เนิ่นๆ สามารถช่วยให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมั่นใจ แข็งแรง และเต็มศักยภาพอีกครั้ง
นพ. การันต์ หริมเทพาธิป
ศัลยแพทย์ระบบทางเดินปัสสาวะ
**************************************************************************
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือทำนัดหมายพบแพทย์ กรุณาติดต่อ :
โทร. 032-616-880 (7.00 – 19.00 น.) แผนกอายุรกรรม (ระบบทางเดินปัสสาวะ) ชั้น 1
โทร. 032-616-800 Call Center โรงพยาบาลกรุงเทพหัวหิน
ข่าวสาร & โปรโมชั่น >> Line ID : @bangkokhuahin





![แพ็กเกจรักษาภาวะหย่อนสมรรถภาพทางเพศ ด้วย Focused Shockwave [ราคาเริ่มต้นที่ 8,500 บาท]](https://static.bangkokhospital.com/uploads/2025/11/12000-12000-shockwave_0-48-07-640x640.jpg)


