Office Syndrome หรือออฟฟิศซินโดรม
คืออาการปวดคอ บ่า ไหล่ และหลัง จากการนั่งทำงานหรือใช้มือถือเป็นเวลานาน
ทางการแพทย์มักเกี่ยวข้องกับ Myofascial Pain Syndrome หรือภาวะกล้ามเนื้อมีจุดกดเจ็บ (Trigger Point)
ใครเสี่ยงเป็น?
- นั่งทำงานหน้าคอมนาน ๆ
- ใช้โทรศัพท์/แท็บเล็ตต่อเนื่อง
- ท่าทางไม่เหมาะสม
- เครียด พักผ่อนน้อย
อาการเป็นอย่างไร?
- ปวดตึงคอ บ่า ไหล่
- ปวดร้าวขึ้นศีรษะหรือร้าวลงแขน
- กดแล้วเจ็บเป็นจุด
- บางครั้งมีอาการชา
ควรพบแพทย์ หากปวดต่อเนื่องเกิน 2–4 สัปดาห์ หรือมีอาการชาร่วมด้วย
วินิจฉัยอย่างไร?
แพทย์ซักประวัติ ตรวจร่างกาย และคลำหาจุด Trigger Point
บางรายอาจตรวจเพิ่มเติมเพื่อแยกโรคอื่นที่มีอาการคล้ายกัน
วิธีรักษา Office Syndrome
การรักษามักใช้หลายวิธีร่วมกัน ได้แก่
- ปรับท่าทาง (Ergonomics) จัดโต๊ะ เก้าอี้ และหน้าจอให้เหมาะสมเพื่อลดปัจจัยเสี่ยงต้นเหตุ
- กายภาพบำบัด คลายกล้ามเนื้อและสอนท่าบริหาร
- ฉีดยาลดปวดที่จุด Trigger Point (Trigger Point Injection) ลดปวดเฉพาะจุดได้รวดเร็ว
- ฝังเข็มแบบตะวันตก (Dry Needling) กระตุ้นจุด Trigger Point โดยไม่ใช้ยา
- คลื่นกระแทก Shockwave Therapy (Focus & Radial) เหมาะกับอาการเรื้อรัง
- Peripheral Magnetic Stimulation (PMS) คลื่นแม่เหล็กกระตุ้นเส้นประสาทและกล้ามเนื้อ ลดปวดลึก
แพทย์จะประเมินเพื่อเลือกแนวทางที่เหมาะกับแต่ละราย
ป้องกันอย่างไร?
- จัดโต๊ะทำงานให้เหมาะสม
- พักยืดเหยียดทุก 30–60 นาที
- ออกกำลังกายเสริมกล้ามเนื้อคอและไหล่
- ลดการก้มมองโทรศัพท์นาน
สรุป
Office Syndrome เป็นปัญหาที่พบบ่อยในวัยทำงาน แต่สามารถรักษาได้
หากมีอาการปวดคอ บ่า ไหล่ เรื้อรัง ไม่ควรปล่อยไว้นาน การประเมินตั้งแต่ระยะแรกช่วยให้รักษาได้ง่ายและลดการกลับมาเป็นซ้ำ








