Skip to main content
ปิด

ค้นหาแพทย์

ไม่แน่ใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร ?

คุณสามารถ นัดหมายแพทย์ โดยไม่ต้องค้นหาแพทย์

การนัดหมายแพทย์นี้ ไม่เหมาะสมในกรณีจำเป็นฉุกเฉิน
และไม่สามารถทำในวันเดียวกันกับวันเข้าพบแพทย์
ในกรณีฉุกเฉินโปรดติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์ +662 310 3000 หรือ 1719 (เบอร์ติดต่อท้องถิ่น)
CLOSE
 
ปิด
ค้นหาแพทย์
นัดหมายแพทย์
ศูนย์แจ้งเตือน
หน้าหลัก
ศูนย์รักษาโรค
ข้อมูลสำหรับผู้ป่วย
ข้อมูลสุขภาพ
เกี่ยวกับเรา
ซื้อโปรโมชั่นแพคเกจออนไลน์
ปิด

รพ.กรุงเทพร่วมรณรงค์ต่อต้านพิษร้ายของควันบุหรี่ เนื่องในวันงดสูบบุหรี่โลก

photo

องค์การอนามัยโลก (WHO) เผยข้อมูลว่า ในควันบุหรี่เต็มไปด้วยนิโคติน (สารเสพติด) สารเคมี 7,000 ชนิด สารพิษมากกว่า 250 ชนิด และสารก่อมะเร็งมากกว่า 70 ชนิด ยิ่งสูบบุหรี่นานเท่าไหร่ก็ยิ่งเสี่ยงต่อโรคภัยไข้เจ็บที่บั่นทอนชีวิตให้สั้นลง อีกทั้งยังส่งผลกระทบต่อคนรอบข้าง (Second Hand Smoker) ถึงแม้จะไม่ได้สูบเองก็ตาม แต่พิษร้ายจากควันของบุหรี่สามารถสร้างความอันตรายไม่ต่างกับสูบด้วยตัวเอง โดยเฉพาะหญิงมีครรภ์ ทารก และเด็ก จึงควรหลีกเลี่ยงไม่ให้อยู่ใกล้ชิดผู้สูบบุหรี่หรือสิ่งแวดล้อมที่มีควันบุหรี่

tobaccoday-pic3_0.jpg

โรคที่เกิดจากควันบุหรี่ อาทิ

• โรคหลอดลมอุดกั้นเรื้อรัง

• มะเร็งปอด

• โรคหัวใจและหลอดเลือด เป็นต้น

 

dr.pojjana.jpg พญ.พจนา จิตตวัฒนรัตน์ แพทย์อายุรกรรมโรคมะเร็ง ศูนย์อายุรกรรมมะเร็งวัฒโนสถ โรงพยาบาลวัฒโนสถ กล่าวว่า มะเร็งปอดถือเป็นมะเร็งที่พบได้บ่อย จากสถิติทั่วโลกล่าสุดพบว่า ทุกปีมีคนได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งปอดปีละ 1.8 ล้านคน ในประเทศไทยมะเร็งปอดถือเป็นมะเร็งที่พบบ่อยเป็นอันดับ 2 ในผู้ชายและอันดับ 4 ในผู้หญิง แม้ว่ามะเร็งปอดไม่ได้เป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุด แต่มะเร็งปอดเป็นมะเร็งที่มีอัตราการเสียชีวิตอันดับ 1 เนื่องจากมะเร็งปอดเป็นโรคร้ายแรงและมักพบมะเร็งเมื่อเป็นระยะกระจาย

โดยปัจจัยเสี่ยงการเกิดมะเร็งปอดหลักๆ คือ

  • การสูบบุหรี่ รวมไปถึงการสูบบุหรี่มือสอง คือ ไม่ได้สูบเองแต่ได้รับควันบุหรี่จากผู้อื่น

  • ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ในการเกิดมะเร็งปอด เช่น ก๊าชเรดอน (Radon Gas) เยื่อใยหิน (Asbestos) ประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งปอด

อาการของมะเร็งปอด เช่น

  • ไอ

  • เหนื่อยง่าย

  • น้ำหนักลด

  • ไม่มีแรง

  • เบื่ออาหาร

  • ปวดตามตัวหรือกระดูก 

จะเห็นว่าอาการเหล่านี้ไม่ได้มีแค่มะเร็งและพบได้บ่อยในผู้ที่สูบบุหรี่อยู่แล้ว กว่ามะเร็งจะเกิดอาการมักเป็นระยะท้ายๆ ดังนั้นจึงแนะนำให้ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงหรือผู้ที่เลิกสูบน้อยกว่า 15 ปี มาตรวจ Low dose CT chest (เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ปอด) ปีละครั้งเพื่อการค้นหามะเร็งระยะแรก (Lung Cancer Screening) ซึ่งจะมีโอกาสรักษาหายได้มากขึ้น ถ้าหากแพทย์ผู้รักษาสงสัยจะส่งตรวจโดยการเจาะเนื้อที่ปอดมาดูเพื่อยืนยันชิ้นเนื้อ หลังยืนยันว่าเป็นมะเร็งปอดจะมีการทำ CT หรือ PET/CT ร่วมกับ MRI สมองเพื่อวินิจฉัยระยะของโรคเพื่อวางแผนการรักษาต่อไป ถ้าเป็นระยะแรกก็ใช้การผ่าตัดร่วมกับการฉายแสงและเคมีบำบัดขึ้นกับผู้ป่วย ขนาดของมะเร็งและตำแหน่งของมะเร็งหากเป็นระยะกระจายหรือที่เรียกกันว่า “ระยะที่4” นั้นจะใช้การรักษาด้วยยา ซึ่งยาจะมีทั้ง เคมีบำบัด ยาพุ่งเป้า (Targeted Therapy) หรือยากลุ่ม Immunotherapy ซึ่งถือเป็นยากลุ่มใหม่ที่ใช้รักษามะเร็งปอดและเริ่มมีการใช้มาในช่วง 4-5 ปีนี้ เพราะที่ผ่านมาการรักษามะเร็งปอดยังไม่ค่อยมีอะไรใหม่ ทำให้คนที่ป่วยเป็นโรคนี้เสียชีวิตเร็วและเพิ่มมากขึ้น


dr.veera_.jpg นพ.วีระ ลุวีระ อายุรแพทย์หัวใจ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ กล่าวว่า การสูบบุหรี่เป็นการเพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบหมุนเวียนเลือด โดยพบว่าผู้ที่สูบบุหรี่มีความเสี่ยงต่อการทำให้หลอดเลือดเสื่อมและตีบตันเร็วกว่าผู้ที่ไม่สูบบุหรี่ถึง 10-15 ปี และพบว่า 25% ของผู้ที่เสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจตีบคือผู้ที่สูบบุหรี่ในประเทศที่พัฒนาแล้วคนที่สูบบุหรี่ตายจากโรคหัวใจขาดเลือดมากกว่าคนที่ไม่สูบเกือบ 3 เท่า

 

tobaccoday-pic1.jpg A ปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดโรค คือ การสูบบุหรี่มากกว่า 10 มวนขึ้นไปต่อวัน ยิ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงสูงมากขึ้น
B สูบบุหรี่ร่วมกับปัจจัยอื่นๆ เช่น เป็นความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง อ้วนลงพุง มีเบาหวานด้วยแล้ว ยิ่งทำให้อัตราการเกิดโรคนั้นสูงมากขึ้นตามลำดับ
C โดยปกติแล้วหัวใจคนเราจะเต้นประมาณ 60-80 ครั้งต่อนาที ซึ่งอยู่ในอัตราที่พอเหมาะต่อการสูบฉีดโลหิตไปเลี้ยงร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่เมื่อเราสูบบุหรี่เข้าไป

tobaccoday-pic2.jpg

  • ในระยะแรก สารนิโคตินและก๊าซคาร์บอนมอนอกไซด์จะทำให้หัวใจเต้นเร็ว หลอดเลือดหัวใจหดตัว นอกจากนี้ยังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในหลอดเลือด โดยมีการจับตัวของไขมันที่ผนังหลอดเลือด

  • ในระยะต่อมา เมื่อมีการเพิ่มขึ้นของไขมันที่หลอดเลือดจะทำให้หลอดเลือดทั่วร่างกายตีบแคบลง ส่งผลให้มีเลือดไปเลี้ยงหัวใจไม่เพียงพอ หัวใจขาดออกซิเจน เกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลันได้ และหากเกิดกับหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงสมองจะทำให้สมองเสื่อมนำไปสู่การเป็นอัมพฤกษ์อัมพาตได้

และควันบุหรี่ยังทำให้เกล็ดเลือดเกาะกันมากขึ้น เกล็ดเลือดอายุสั้นลง เลือดแข็งตัวเร็วขึ้น ความข้นของเลือดสูง จึงทำให้เลือดจับกันเป็นก้อนได้ง่าย เป็นสาเหตุทำให้หลอดเลือดแดงที่มีไขมันเกาะอยู่ชั้นในของหลอดเลือดหรือหลอดแดงที่ตีบอยู่แล้วเกิดการอุดตันได้ในทีทันใด ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจตาย อาจเสียชีวิตได้ทันที

 

โรงพยาบาลกรุงเทพพร้อมให้คำแนะนำแนวทางการหยุดสูบบุหรี่เพื่อลดอัตราการเกิดโรคร้ายแรง เริ่มจากการตัดสินใจที่จะหยุด หันมาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดีต่อร่างกายและจิตใจ รวมทั้งคนรอบข้างก็มีสุขภาพดีด้วย


สอบถามเพิ่มเติมที่ 

ศูนย์โรคปอดและระบบทางเดินหายใจ

ชั้น 5 รพ.กรุงเทพ โทร 0 2310 3000 หรือ โทร 1719

Email: info@bangkokhospital.com