Skip to main content
ปิด

ค้นหาแพทย์

ไม่แน่ใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร ?

คุณสามารถ นัดหมายแพทย์ โดยไม่ต้องค้นหาแพทย์

การนัดหมายแพทย์นี้ ไม่เหมาะสมในกรณีจำเป็นฉุกเฉิน
และไม่สามารถทำในวันเดียวกันกับวันเข้าพบแพทย์
ในกรณีฉุกเฉินโปรดติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์ +662 310 3000 หรือ 1719 (เบอร์ติดต่อท้องถิ่น)
CLOSE
 
ปิด
ค้นหาแพทย์
นัดหมายแพทย์
ศูนย์แจ้งเตือน
หน้าหลัก
ศูนย์รักษาโรค
ข้อมูลสำหรับผู้ป่วย
ข้อมูลสุขภาพ
เกี่ยวกับเรา
สินค้า โรงพยาบาล
ปิด

เราตรวจสมรรถภาพปอดทำไม? ใครบ้างที่ควรตรวจ?

photo

ปอดเป็นอวัยวะที่มีความสำคัญมาก

ถ้าปอดหยุดทำงานเราจะตายภายในเวลาไม่กี่นาที หรือถ้าปอดทำงานได้น้อยกว่าปกติเราจะมีอาการเหนื่อยง่าย หายใจลำบาก โรคปอดเรื้อรังเป็นจำนวนมากเกิดขึ้นช้า ๆและค่อย ๆ ทำลายเนื้อปอดไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะมีอาการคือ เหนื่อยง่ายหายใจลำบากก็อาจสายเกินไป การตรวจสมรรถภาพปอดในระยะแรก ๆสำหรับผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงสูง หรือผู้ที่มีอาการทางปอดจึงมีความสำคัญอย่างมาก เพื่อการวินิจฉัยโรค ประเมินสภาพของผู้ป่วย และติดตามผลการรักษาโรค

ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงสูงได้แก่

  • ผู้ที่อาศัยในบริเวณที่มีมลภาวะเป็นพิษสูง เช่น ใกล้โรงงานที่ปล่อยควันพิษ ควันรถยนต์ ควันบุหรี่

  • ทำงานในที่มีมลภาวะเป็นพิษสูง เช่น ทำงานในโรงงานมีฝุ่น ทำเหมือง โม่หิน มีไอสารเคมี

  • ผู้ที่สูบบุหรี่ ผู้ที่มีโรคปอดเรื้อรัง และอาจมีการทำลายเนื้อปอดและหลอดลม เช่น โรคหอบหืด ถุงลมโป่งพอง ฯลฯ

ผู้ที่มีอาการทางปอด ได้แก่

  • ผู้ที่ไอเรื้อรัง

  • ผู้ที่มีอาการเหนื่อยง่าย อย่าลืมว่าปอดเมื่อเสียหน้าที่จากการทำลายเนื้อปอดโดยพยาธิสภาพของโรคแล้ว ส่วนใหญ่จะไม่มีการกลับคืนมา ผู้ป่วยที่เป็นโรคปอดเรื้อรัง กว่าจะมีอาการเหนื่อย ปอดจะถูกทำลายไปมากแล้ว (เกิน 50%)และต้องทนทรมานจากอาการเหนื่อยหอบหายใจลำบากจนเสียชีวิต

การตรวจสมรรถภาพปอดต้องตรวจอะไรบ้าง

การตรวจสมรรถภาพปอดทำได้ง่าย ไม่เจ็บตัว ใช้เวลาไม่มาก ไม่ต้องเตรียมตัวมาก เพียงแต่ใส่เสื้อผ้าที่หลวมไม่คับ เพื่อให้ออกแรงหายใจได้เต็มที่และไม่ควรทานอาหารหนักก่อนมาทำ ผู้ที่ใช้ยาขยายหลอดลมควรหยุดยา รวมทั้งหยุดสูบบุหรี่ก่อน 24 ชั่วโมง ถ้าตรวจแบบทั่ว ๆ ไปจะใช้เวลา 15-30 นาที

  • การตรวจแบบมาตรฐานที่ใช้กันในโรงพยาบาลและคลินิกแพทย์ทั่วไปที่เรียกว่า Spirometry นั้น ตรวจปริมาตรที่หายใจเข้าออก และความเร็วที่เราหายใจออกแต่ละครั้ง ซึ่งผลจะได้เป็นกราฟบันทึกความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณอากาศกับเวลาหรือเป็นอัตราความเร็วของการไหลของอากาศกับปริมาตร การแปลผลที่ออกมาจะเป็นผลปกติ (Normal) ผลมีการอุดตันของหลอดลมขณะหายใจออก (Obstructive Pattern) ผลมีปริมาตรอากาศหายใจเข้าออกแต่ละครั้งได้น้อยกว่าปกติ (Restrictive Pattern)และผลมีค่าต่ำกว่าปกติทั้งสองอย่างร่วมกัน (Mixed Pattern)

  • การตรวจแบบสมบูรณ์นั้นมีการทำอยู่ไม่กี่แห่งในประเทศไทย การตรวจหลายอย่างที่ทำ ๆ เพื่อการวิจัย แต่ที่นำมาใช้และมีประโยชน์ในการวินิจฉัยโรคและรักษาโรคนั้นมีดังนี้

        o การตรวจวัดหาปริมาตรความจุอากาศปอดทั้งหมด (Total Lung Capacity)
        o การตรวจวัดหาความสามารถในการแลกเปลี่ยนก๊าซในปอด (Diffusing Capacity)
        o ความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด (Oxygen Saturation) โดยใช้ Oximeter ซึ่งไม่ต้องเจาะเลือด
        o การหาค่าของก๊าซในเลือดแดง (Arterial Blood Gases Determination)

  • การตรวจสมรรถภาพปอดอื่น ๆ ที่ห้องตรวจทำได้ แต่มักทำในการวิจัยมากกว่า ได้แก่ การตรวจหาความต้านทานของหลอดลม (Airway Resistance) การตรวจหาความยืดหยุ่นของปอด (Lung Compliance) การตรวจหาการแลกเปลี่ยนออกซิเจนสูงสุดในอากาศกับเลือด (Maximum Oxygen Uptake) และแรงหายใจเข้าสูงสุด (Maximum Inspiratory Pressure) เป็นต้น

  • การตรวจหาความไวของหลอดลมต่อสิ่งเร้า (Bronchial Challenge Test) เป็นการตรวจหาว่า หลอดลมของผู้ป่วยเมื่อหายใจเอาสิ่งที่ระคายหรือแพ้เข้าไปแล้ว หลอดลมจะรับสนองมากกว่าคนปกติ (Hyperresponsiveness) หรือไม่ การตรวจนี้มีประโยชน์ในการวินิจฉัยโรคหอบหืดในกรณีที่ประวัติและการตรวจอื่น ๆ ยังแสดงผลไม่ได้ชัดเจน

หน่วยตรวจสมรรถภาพปอด โรงพยาบาลกรุงเทพ

หน่วยตรวจสมรรถภาพปอด โรงพยาบาลกรุงเทพได้เริ่มก่อตั้งขึ้นพร้อม ๆ กับศูนย์โรคปอด โดยยึดถือความแน่นอนของผลการตรวจ ความปลอดภัยของผู้ป่วยและความพอใจของผู้ป่วยเป็นสำคัญโดยมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคปอดเป็นผู้ควบคุมดูแลหน่วยและแปลผลการตรวจ
บุคลากรในศูนย์เป็นพนักงานที่ได้รับการอบรม มีความรู้

ความสามารถในการใช้เครื่องมือเป็นอย่างดีและได้รับการอบรมทางมารยาทในการบริการผู้ป่วยพร้อมที่จะช่วยเหลือและตอบคำถามผู้ป่วย

การทดสอบ การแปลผล
และความปลอดภัยยึดมาตรฐานคำแนะนำของสมาคมอุรเวชของสหรัฐฯ และของยุโรปเป็นหลัก

  • เครื่องมือที่ใช้ทำจากบริษัทที่สมาคมอุรเวชของสหรัฐฯ และของยุโรปรับรองคุณภาพ และมีการตรวจดูแลการทำงานอย่างสม่ำเสมอ

  • มีการตรวจความแน่นอนของผลเป็นประจำ

  • ดูแลความสะอาดของเครื่องมืออย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการติดเชื้อต่อผู้ที่มาทดสอบ

  • ดูแลความปลอดภัยของเครื่องมือ

เครื่องมือที่ใช้ตรวจหาความจุอากาศของปอดทั้งหมดในหน่วยนี้ เรียกว่า "เครื่อง Body Pletysmograph" ซึ่งผลที่ได้แน่นอนมาก
และมีไม่กี่สถาบันในประเทศไทยที่มีเครื่องมือชนิดนี้ใช้อยู่

  • การเตรียมความพร้อมที่จะช่วยผู้ป่วยในกรณีที่เกิดอาการแทรก ซึ่งโอกาสที่จะเกิดน้อยมากมีเครื่องมือที่จะช่วยการหายใจและช่วยทางการนวดหัวใจอย่างครบครันและบุคลากรในหน่วยได้รับการอบรมช่วยผู้ป่วยมาแล้วโดยคำนึงถึงความแน่นอนของผล พร้อมบริการให้ดีที่สุด

 


สอบถามเพิ่มเติมที่ 
ศูนย์โรคปอดและระบบทางเดินหายใจกรุงเทพ
ชั้น 5 รพ.กรุงเทพ โทร 0 2310 3000 หรือ โทร 1719
Email: info@bangkokhospital.com