Skip to main content
ปิด

ค้นหาแพทย์

ไม่แน่ใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร ?

คุณสามารถ นัดหมายแพทย์ โดยไม่ต้องค้นหาแพทย์

การนัดหมายแพทย์นี้ ไม่เหมาะสมในกรณีจำเป็นฉุกเฉิน
และไม่สามารถทำในวันเดียวกันกับวันเข้าพบแพทย์
ในกรณีฉุกเฉินโปรดติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์ +662 310 3000 หรือ 1719 (เบอร์ติดต่อท้องถิ่น)
CLOSE
 
ปิด
ค้นหาแพทย์
นัดหมายแพทย์
ศูนย์แจ้งเตือน
หน้าหลัก
ศูนย์รักษาโรค
ข้อมูลสำหรับผู้ป่วย
ข้อมูลสุขภาพ
เกี่ยวกับเรา
ซื้อโปรโมชั่นแพคเกจออนไลน์
ปิด

แผลหลอดเลือด อันตรายกว่าที่คิด

แผลหลอดเลือด

 

แผลหลอดเลือดมีทั้งแผลหลอดเลือดแดงตีบตันและแผลหลอดเลือดดำทำงานผิดปกติ ซึ่งนับว่าเป็นแผลเรื้อรังที่นอกจากสร้างความทรมานให้กับผู้ป่วย หากไม่รีบรักษาอาจร้ายแรงจนทำให้ต้องสูญเสียอวัยวะส่วนนั้นได้ในที่สุด ดังนั้นการทำความเข้าใจเพื่อทำการรักษาอย่างถูกวิธีและทันท่วงทีคือสิ่งสำคัญ

 

แผลหลอดเลือดตีบตัน แบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ ได้แก่

  1. แผลหลอดเลือดแดงตีบตัน
  2. แผลหลอดเลือดดำทำงานผิดปกติ

 

แผลหลอดเลือด, แผลเรื้อรัง, ศัลยกรรม

1) แผลหลอดเลือดแดงตีบตัน
 

แผลหลอดเลือดแดงตีบตันส่วนใหญ่พบในคนอายุมาก เกิดจากภาวะที่ทำให้หลอดเลือดแดงตีบตัน ได้แก่ แคลเซียมที่เกิดจากคอเลสเตอรอล โรคของหลอดเลือด เช่น หลอดเลือดแดงอักเสบ เบาหวาน เป็นต้น

ลักษณะบาดแผลหลอดเลือดแดงตีบตันที่สำคัญ ได้แก่

  • แผลจะซีดๆ
  • แผลไม่มีเลือดออก
  • แผลสามารถลึกถึงเส้นอ้นถึงกระดูกได้
  • รู้สึกปวดมาก
  • แผลจะลึกและเจ็บ

 

กลุ่มเสี่ยงแผลหลอดเลือดแดงตีบ
 

  1. ผู้ที่เป็นโรคเบาหวาน โรคอ้วน ไขมันในเลือดสูง
  2. ผู้ที่เท้าชา เท้าผิดรูป
  3. ผู้ที่มีเส้นประสาทผิดปกติ
  4. ผู้ที่มีโรคข้อต่าง ๆ
  5. ผู้ที่ใส่รองเท้าไม่ถูกต้อง ไม่สามารถป้องกันเท้าได้ ทำให้เกิดแรงกดบริเวณปุ่มกระดูกมาก

***รองเท้าที่ดีจะต้องเป็นรองเท้าสวม เช่น รองเท้ากีฬา ขนาดรองเท้าต้องพอดี ไม่คับ ไม่หลวม หัวแม่เท้าห่างจากหัวรองเท้าประมาณ 1 หัวแม่มือ

 

ความรุนแรงของแผลหลอดเลือดแดงตีบ
 

หากเป็นแผลหลอดเลือดแดงตีบแล้วปล่อยไว้ไม่รักษาจะเกิดแผลที่เจ็บ ลึก รุนแรง และอาจติดเชื้อ เมื่อแผลติดเชื้อมากๆ อาจลุกลามจนเนื้อตายเป็นบริเวณกว้าง เพราะเลือดไปเลี้ยงไม่เพียงพอ และอาจต้องตัดอวัยวะส่วนนั้นในที่สุด ยกตัวอย่างเช่น หากเป็นแผลหลอดเลือดแดงตีบจากนิ้วเท้าลามมาถึงเท้า ถ้าติดเชื้อจนเนื้อตายมาก ๆ อาจต้องตัดเท้า เป็นต้น ซึ่งระยะการลุกลามนั้นไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับว่าบาดแผลขาดเลือดมากแค่ไหนและเชื้อโรครุนแรงแค่ไหน

 

รักษาแผลหลอดเลือดแดงตีบ
 

การรักษาแผลหลอดเลือดแดงตีบสามารถทำได้เช่นดียวกับรักษาแผลเรื้อรังทั่วไปและตรวจแก้เส้นเลือด หากเส้นเลือดไม่ดีต้องให้ยา อาจร่วมกับการถ่างขยายเส้นเลือดไม่ให้ตีบ หากไม่ได้ผลอาจต้องผ่าตัด โดยแพทย์จะเลือกใช้เทคโนโลยีการรักษาที่เหมาะสมเข้ามาช่วย การดูแลแผลหลอดเลือดแดงมักจะทำให้แผลแห้งเพื่อลดการติดเชื้อ

 

ป้องกันไม่ให้เกิดแผลหลอดเลือดแดงตีบซ้ำ
 

  • ห้ามสูบบุหรี่
  • ห้ามนั่งไขว่ห้าง
  • เลี่ยงอากาศเย็น
  • ใส่รองเท้าที่ดี
  • ออกกำลังกายเท่าที่ทำได้

 

แผลหลอดเลือด, แผลเรื้อรัง, ศัลยกรรม

2) แผลหลอดเลือดดำทำงานผิดปกติ
 

แผลหลอดเลือดดำทำงานผิดปกติจะอยู่ที่ขา เกิดจากการที่เนื้อเยื่อเลือดที่ไหลมาตามหลอดเลือดแดงไหลกลับไปที่หลอดเลือดดำ เกิดการคั่งค้างไม่สามารถไหลกลับสู่หัวใจได้ดี ทำให้ขาบวม ออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อไม่ดี ขาดสารอาหารที่มีประโยชน์ และเกิดเป็นแผลขึ้น

ลักษณะบาดแผลหลอดเลือดดำตีบตันที่สำคัญ ได้แก่

  • มักเกิดบริเวณด้านข้างขา
  • แผลมีสีดำคล้ำ
  • ขาบวม
  • ไม่ปวด
  • แผลจะไม่ค่อยลึกถึงเส้นเอ็น
  • แผลจะตื้นและไม่เจ็บ

 

รักษาแผลหลอดเลือดดำตีบ
 

  1. ทำแผลตามหลักการของแพทย์
  2. ใช้การรัดพันขาให้แน่นในระดับหนึ่งเพื่อให้ยุบ ไม่บวม ซึ่งข้อจำกัดของการพันขาในแผลหลอดเลือดดำทำงานผิดปกติจะต้องไม่มีปัญหาหลอดเลือดแดงร่วมด้วย เพราะหากมีปัญหาหลอดเลือดแดงเมื่อพันขาจะเกิดแรงกดทับ ทำให้หลอดเลือดแดงไปเลี้ยงไม่ได้
  3. การผ่าตัดแก้ไขสาเหตุ เพราะแผลหลอดเลือดดำอาจเกิดจากปัญหาหลอดเลือดดำได้

 

ป้องกันไม่ให้เกิดแผลหลอดเลือดดำตีบซ้ำ

  • เมื่อรักษาจนหายแล้วต้องดูแลเท้าให้ดี
  • สังเกตตัวเองทุกวัน หากมีแผลต้องรีบพบแพทย์โดยเร็วเพื่อทำการรักษา
  • ลดน้ำหนักให้เป็นไปตามเกณฑ์
  • ไม่ยืนหรือนั่งห้อยขานานๆ

 

หากเป็นแผลหลอดเลือด ไม่ว่าจะเป็นแผลหลอดเลือดแดงตีบตันหรือแผลหลอดเลือดดำทำงานผิดปกติ ควรรีบมาพบแพทย์เฉพาะทางเพื่อทำการรักษาอย่างต่อเนื่องจนหายขาด ปัจจุบันมีเครื่องมือและเทคโนโลยีในการรักษาที่ช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อ ลดความรุนแรงที่จะเกิดขึ้น ทำให้ผู้ป่วยกลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีอีกครั้ง
 

ข้อมูล : นพ.อรรถ นิติพน ผู้อำนวยการศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ


สอบถามเพิ่มเติม

คลินิกรักษาบาดแผล ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ

ชั้น 1 อาคาร D โรงพยาบาลกรุงเทพ

โทร. 02-310-3000 หรือ โทร 1719

Email: info@bangkokhospital.com