Skip to main content
ปิด

ค้นหาแพทย์

ไม่แน่ใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร ?

คุณสามารถ นัดหมายแพทย์ โดยไม่ต้องค้นหาแพทย์

การนัดหมายแพทย์นี้ ไม่เหมาะสมในกรณีจำเป็นฉุกเฉิน
และไม่สามารถทำในวันเดียวกันกับวันเข้าพบแพทย์
ในกรณีฉุกเฉินโปรดติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์ +662 310 3000 หรือ 1719 (เบอร์ติดต่อท้องถิ่น)
CLOSE
 
ปิด
ค้นหาแพทย์
นัดหมายแพทย์
ศูนย์แจ้งเตือน
หน้าหลัก
ศูนย์รักษาโรค
ข้อมูลสำหรับผู้ป่วย
ข้อมูลสุขภาพ
เกี่ยวกับเรา
สินค้า โรงพยาบาล
ปิด

อาการปัสสาวะมีเลือดปน

photo

รู้ไหมว่าโดยปกติแล้วในน้ำปัสสาวะของคนเรานั้นมีเม็ดเลือดแดงปนอยู่ด้วยนะ !!

ตามหลักทางสรีรวิทยา โดยปกติแล้วร่างกายของเราจะมีการขับเอาเม็ดเลือดแดงออกมาในน้ำปัสสาวะประมาน 1,000,000 เซลล์ ต่อวัน เมื่อนำน้ำปัสสาวะไปปั่นในห้องปฏิบัติการแล้วนำไปส่องใต้กล้องจุลทรรศน์กำลังขยายปานกลาง (HPF) จะสามารถพบเม็ดเลือดแดงได้ประมาน 1-3 เซลล์ ดังนั้นหากมีปริมานเม็ดเลือดแดงเกิน 3 เซลล์จะถือว่าผิดปกติ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นค่าเหล่านี้จะเชื่อถือได้ก็จะต้องมีวิธีการเก็บปัสสาวะที่ถูกต้องด้วยเช่นกัน  เมื่อผู้สูงวัยมาตรวจสุขภาพประจำปี สิ่งที่ควรเตรียมตัวให้พร้อม คือ

 

  1. ควรอาบน้ำและชำระล้างบริเวณอวัยวะเพศก่อนทำการเก็บปัสสาวะ หลีกเลี่ยงการทาแป้งบริเวณอวัยวะเพศ เนื่องจากอาจจะทำให้ค่าที่ได้จากการตรวจปัสสาวะผิดพลาด
  2. หากกำลังมีประจำเดือน หรือ มีเลือดออกจากช่องคลอดอยู่ ไม่ว่าจะโดยสาเหตุใดๆก็ตาม หรือมีการอักเสบติดเชื้อในทางนรีเวช ควรเลื่อนการตรวจออกไปก่อน เนื่องจากเลือดจากช่องคลอดอาจเข้ามาปนเปื้อนในน้ำปัสสาวะที่เก็บได้ ทำให้แปลผลได้ยาก
  3. ให้ปัสสาวะช่วงแรกทิ้งไปก่อนแล้วนำกระปุกมาตวงปัสสาวะช่วงกลางให้ได้ปริมาตร ประมาน 10-15 มิลลิลิตร แล้วปัสสาวะช่วงท้ายทิ้งไปในโถปัสสาวะ
  4. ปิดฝากระปุกเก็บปัสสาวะให้สนิท แล้วส่งตรวจภายใน 1 ชั่วโมง หากไม่สามารถส่งตรวจภายใน 1 ชั่วโมงได้ ควรเก็บปัสสาวะไว้ในอุณหภูมิ 2-8 องศาเซลเซียส แต่ก็ควรส่งไปห้องปฏิบัติการไม่เกิน 24 ชั่วโมง

 

กล่าวถึงปริมานเม็ดเลือดแดงที่ออกมาในปัสสาวะนั้น หากมีปริมานไม่มากอาจไม่ทำให้เราเห็นปัสสาวะเป็นสีแดง แต่ถ้าหากมีปริมานมากก็จะทำให้เราเห็นปัสสาวะเป็นสีแดง หรือสีน้ำตาลได้  มีการประมานว่าเลือดของคนเราเพียง 1 ซีซี ที่ออกมาในปัสสาวะก็สามารถทำให้ปัสสาวะเป็นสีแดงได้แล้ว

ในบทความฉบับนี้จะได้กล่าวถึงการวินิจฉัยภาวะการมีเม็ดเลือดแดงปนเปื้อนในทางเดินปัสสาวะไว้ดังนี้

ภาวะการมีเม็ดเลือดแดงปนเปื้อนในทางเดินปัสสาวะนั้น (Hematuria) หมายถึง การมีปริมานเม็ดเลือดแดงในปัสสาวะ “ มากกว่าเท่ากับ 3 เซลล์”  ขึ้นไปเมื่อส่องดูด้วยกล้องจุลทรรศน์ขนาดกำลังขยายปานกลาง (HPF) โดยการวินิจฉัยที่ถูกต้องนั้นต้องพบความปกติดังกล่าวจากการเก็บปัสสาวะ “อย่างน้อย 2 ใน 3 ครั้ง” ของการเก็บปัสสาวะส่งตรวจ โดยการเก็บปัสสาวะนั้นต้องเก็บอย่างถูกต้องตามวิธีการที่กล่าวมาข้างต้น  ดังนั้นจะเห็นได้ว่าในการตรวจครั้งแรกนั้นหากมีผลผิดปกติผู้ป่วยยังไม่ควรมีความกังวลไปก่อน เนื่องจากหากเรามีภาวะติดเชื้อ มีไข้ ได้รับอุบัติเหตุ หรือหลังออกกำลังกายอย่างหนัก อาจทำให้มีเม็ดเลือดแดงหลุดออกมาในปัสสาวะได้มากกว่าในสภาวะปกติ แต่เมื่อปัจจัยดังกล่าวหมดไป การตรวจปัสสาวะซ้ำในครั้งถัดๆไปผลก็จะกลับมาเป็นปกติดังเดิม 

 

ดังนั้นควรมาตรวจซ้ำอีก 2 ครั้งตามแพทย์นัดเพื่อให้ได้การวินิจฉัยที่ถูกต้องชัดเจนต่อไป 

 

แล้วถ้าตรวจซ้ำแล้วถูกวินิจฉัยว่ามีภาวะนี้จริงๆล่ะ จะทำอย่างไร ?

กรณีที่ผลตรวจพบว่าเม็ดเลือดแดงหลุดออกมาปนเปื้อนในปัสสาวะในปริมานที่มากเกินค่าปกติ แพทย์จะทำการซักประวัติและตรวจร่างกายโดยละเอียดเพื่อวินิจฉัยโรค โดยทั่วไปแล้วผู้ป่วยอาจมีอาการที่บ่งบอกถึงความผิดปกติในจุดต่างๆของทางเดินปัสสาวะ เช่น มีไข้ ปวดท้องน้อย ปวดบั้นเอว ปัสสาวะแสบขัด มีตะกอนหรือมีฟองปน คลำได้ก้อนในท้อง บวม ความดันโลหิตสูง ฯลฯ หรือในบางรายอาจไม่มีอาการใดๆผิดปกติเลยก็ได้  ซึ่งการตรวจพบภาวะที่มีเม็ดเลือดแดงปนเปื้อนในปัสสาวะโดยไม่แสดงอาการนั้นเป็นภาวะที่พบเจออยู่เรื่อยๆในการตรวจสุขภาพประจำปี ทำให้ผู้ป่วยมีความกังวลอยู่ไม่น้อย  โดยเฉพาะในผู้สูงอายุซึ่งมักมีความเสี่ยงในการเป็นโรคที่รุนแรงมากกว่าหนุ่มสาว ดังนั้นควรหมั่นสังเกตลักษณะของปัสสาวะและอาการทางระบบทางเดินปัสสาวะที่อาจเกี่ยวข้อง ถ้าหากพบความผิดปกติควรรีบมาพบแพทย์ ทางที่ดีที่สุดควรมารับการตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปีหากมีความผิดปกติจะได้สามารถแก้ไขตั้งแต่เนิ่นๆได้

 

บทความโดย : พญ.ชัญญา ชมเชย


สอบถามเพิ่มเติมที่ ศูนย์เวชศาสตร์อายุรวัฒน์กรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ
ชั้น 2 อาคารโรงพยาบาลวัฒโนสถ
โทร. 0 2310 3755 หรือโทร. 1719 Fax. 0 2310 3335 
Email: BangkokLongevityCenter@bangkokhospital.com