Skip to main content
ปิด

ค้นหาแพทย์

ไม่แน่ใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร ?

คุณสามารถ นัดหมายแพทย์ โดยไม่ต้องค้นหาแพทย์

การนัดหมายแพทย์นี้ ไม่เหมาะสมในกรณีจำเป็นฉุกเฉิน
และไม่สามารถทำในวันเดียวกันกับวันเข้าพบแพทย์
ในกรณีฉุกเฉินโปรดติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์ +662 310 3000 หรือ 1719 (เบอร์ติดต่อท้องถิ่น)
CLOSE
 
ปิด
ค้นหาแพทย์
นัดหมายแพทย์
ศูนย์แจ้งเตือน
หน้าหลัก
ศูนย์รักษาโรค
ข้อมูลสำหรับผู้ป่วย
ข้อมูลสุขภาพ
เกี่ยวกับเรา
สินค้า โรงพยาบาล
ปิด

เทคโนโลยีเพื่อการนอนอย่างมีคุณภาพ ที่ศูนย์ตรวจการนอนหลับและศูนย์ลมชัก โรงพยาบาลกรุงเทพ

photo

รู้หรือไม่ว่าปัจจุบันนี้เราพบตัวเลขผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องนอนหลับไม่สนิท นอนกรนและหายใจผิดปกติ และภาวะง่วงในกลางวันพบได้ 5.3%ในผู้ชาย และ 3.5%ในผู้หญิง  ทำให้มีผลกระทบต่อคุณภาพของการนอน และเพิ่มความเสี่ยงของการเกิด โรคทางระบบหลอดเลือดและหัวใจ และโรคความผิดปกติของระบบต่อมไร้ท่อ และอุบัติเหตุ อีกทั้งยังมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นเรื่อยๆ แถมบางคนยังไม่รู้ว่าตัวเองมีความเสี่ยงที่จะมีปัญหาดังกล่าว แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะโรงพยาบาลกรุงเทพได้เปิดศูนย์ตรวจการนอนหลับและศูนย์ลมชักกรุงเทพ พร้อมเทคโนโลยีที่ทันสมัย ให้คุณตรวจเช็กสุขภาพตั้งแต่เนิ่นๆ กันไว้ดีกว่าแก้ ว่าไหมคะ

โรคลมชัก…ใครว่าโรคนี้ไกลตัว

หลายคนอาจจะไม่รู้จักโรคลมชักเท่าไหร่นัก แต่รู้ไหมว่าโรคนี้อยู่ใกล้ตัวเรามากทีเดียว แถมยังมีแนวโน้มที่จะเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ เพราะพบได้ทุกเพศทุกวัย แค่ในทวีปเอเชียก็พบผู้ป่วยเป็นโรคลมชักถึง 30 ล้านคนเลยทีเดียว ส่วนในบ้านเราก็มีผู้ป่วยโรคนี้ไม่ต่ำกว่า 700,000 คน

sleep-&-epilepsy-center-dr.yotin_.jpg      ดร.นพ.โยธิน ชินวลัญช์ หัวหน้าศูนย์ตรวจการนอนหลับและศูนย์ลมชักกรุงเทพ         แพทย์เฉพาะทางด้านระบบประสาทวิทยา โรคลมชัก การนอนหลับผิดปกติ และโรคความจำถดถอย ศูนย์สมองและระบบประสาทกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ อธิบายให้ฟังถึงที่มาของโรคนี้ว่าเกิดได้หลายสาเหตุ เช่น สมองมีพัฒนาการผิด ปกติ เช่น หยักสมองผิดปกติ สาเหตุต่อมาคือพันธุกรรม ซึ่งจะเกิดตั้งแต่ยังเด็ก ประการสุดท้ายคือ การมีรอยโรคในสมอง เช่น โรคหลอดเลือดสมองผิดปกติ เนื้องอกในสมอง แผลเป็นในสมอง ก็จะเกิดอาการชักได้ ลักษณะอาการของโรคนี้คือ  อาการชักแบบเหม่อลอย ชักแบบเกร็งกระตุก ผู้ป่วยจะไม่รู้ตัวและไม่สามารถควบคุมได้ซึ่งจะเกิดขึ้นได้ทั้งขณะที่หลับและตื่น การชักบ่อยๆ ก็จะส่งผลให้ประสิทธิภาพทางความคิด สติปัญญา ความจำลดลง และที่น่าอันตรายยิ่งกว่าคือ โรคลมชักนั้นมักแฝงอยู่ในกลุ่มผู้ป่วยโรคเบาหวาน ความดัน และโรคสมองเสื่อมอีกด้วย

วิธีการรักษานั้นคุณหมอจะเริ่มต้นหาจุดกำเนิดของการชักในสมอง และหาสาเหตุของการชักนั้น เพื่อตัดสินใจว่าจะรักษาด้วยวิธีกินยา ผ่าตัด หรือใช้ไฟฟ้ากระตุ้น โดยจะดูว่าคุณเป็นโรคลมชักชนิดไหน เพราะโรคลมชักมีหลายชนิด ซึ่งทางศูนย์แห่งนี้มีเทคโนโลยีการวินิจฉัยที่ทันสมัยเริ่มจากการตรวจด้วยคลื่นไฟฟ้าสมอง (EEG-fMRI) โดยนำคนไข้เข้าไปอยู่ในเครื่องสแกน แล้วติดอุปกรณ์คลื่นไฟฟ้าสมอง เครื่องนี้จะสามารถบันทึกข้อมูลได้ว่าสมองเราทำงานอย่างไร เพื่อช่วยหาตำแหน่งของโรคได้แม่นยำมากขึ้น  สองคือการตรวจด้วยเครื่อง PET Scan เป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในการตรวจเซลล์สมองที่มีความผิดปกติ สามารถชี้ตำแหน่งที่เกิดความผิดปกติได้อย่างตรงจุด นอกจากนี้ทางโรงพยาบาลยังมีห้อง EMU (EEG monitoring unit) โดยจะให้ผู้ป่วยมานอนตรวจโดยจะมีการบันทึกภาพวิดีโอและคลื่นไฟฟ้าสมอง ข้อมูลของผู้ป่วยไปฉายในมอนิเตอร์ที่ห้อง Control room ที่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลตลอด 24 ชั่วโมง  ถ้าคนไข้มีอาการชัก คอมพิวเตอร์จะส่งสัญญาณทันที นอกจากนี้คุณหมอก็ยังสามารถล็อกอินเข้าไปดูอาการผู้ป่วยได้จากที่บ้านอีกด้วย... ว้าว

ในกรณีที่ต้องการวินิจฉัยหาจุดกำเนิดของการชักให้แม่นยำขึ้นคุณหมอจะใช้วิธีการตรวจทางกัมมันตรังสี เรียกว่า Ictal SPECT โดยฉีดสารเข้าไปขณะที่ผู้ป่วยมีอาการชัก ซึ่งทางโรงพยาบาลกรุงเทพสามารถฉีดยาให้คนไข้ได้ภายใน 30-60 วินาทีซึ่งถือว่ารวดเร็ว ทำให้ได้ข้อมูลหาจุดกำเนิดของการชักที่แม่นยำ และช่วยให้สามารถทำการรักษาได้ตรงจุด

 

photo

โรคง่วงนอนผิดปกติ…นอนเท่าไหร่ก็ไม่รู้จักพอ!

เคยเป็นกันไหมคะ อยู่ดีๆ ก็รู้สึกง่วงนอนทั้งวัน ทั้งๆ ที่เมื่อคืนก็นอนครบ 8 ชั่วโมง แม้จะแอบงีบกลางวันแล้ว แต่ก็ยังง่วงอยู่ดี ถ้าคุณมีอาการแบบนี้ไม่น่าสบายใจแล้วล่ะค่ะ เพราะคุณอาจจะเป็นโรคง่วงนอนผิดปกติก็ได้

ง่วงแค่ไหนถึงเรียกว่าง่วงนอนผิดปกติ

sleep-&-epilepsy-center-dr.jakkarin.jpgนพ.จักริน ลบล้ำเลิศ แพทย์เฉพาะทางด้านระบบประสาทวิทยา โรคลมชักและการนอนหลับผิดปกติ ศูนย์สมองและระบบประสาทกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ อธิบายให้ฟังว่า โรคง่วงนอนผิดปกติเกิดได้จากหลายสาเหตุ อันได้แก่ อดนอน ภาวะหยุดหายใจในขณะหลับ โรคทางกายหรือทางใจ ยา หรือความผิดปกติทางระบบประสาทที่เราเรียกสั้นๆ ว่าโรคลมหลับ (Narcolepsy) เกิดจากการที่คนไข้ขาดสารสื่อสารในสมองตัวหนึ่ง ซึ่งเป็นตัวหลั่งเพื่อแยกการหลับและการตื่น คนที่เป็นโรคนี้จะมีอาการหลับแทรกตื่นและตื่นแทรกหลับ เช่น นั่งคุยอยู่ดีๆ พอมีอารมณ์ขำก็ฟุบไป อีกสักพักก็ลุกขึ้นมาคุยใหม่ บางรายมีอาการผีอำ นอนอยู่บนเตียงแล้วขยับตัวไม่ได้ ต้องใช้เวลาสักพักถึงจะลุกได้ บางคนอาจมีอาการหูแว่ว ซึ่งโรคลมหลับนี้จะเกิดกับผู้ป่วยตั้งแต่อายุน้อย บางคนเป็นตั้งแต่เด็กจนโต คุณหมอย้ำอีกว่าโรคนี้เป็นปัญหาระดับประเทศ เพราะคนไข้บางรายไม่รู้ตัวว่าเป็นโรคนี้ แล้วเผอิญไปขับรถก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุได้จากการหลับใน

เมื่อเข้ามาที่ศูนย์แห่งนี้ คุณหมอจะให้คุณทำ Sleep Test  เป็นเวลา 1 วัน โดยเริ่มจากการทำ test กลางคืนซึ่งให้คนไข้นอนเหมือนที่บ้านเพื่อตรวจหาความผิดปกติในขณะหลับ แล้วตามด้วย test กลางวันโดยจะให้คนไข้หลับทั้งหมด 5 งีบ แต่ละงีบห่างกัน 2 ชั่วโมง โดยให้คุณนอนใน Sleep Lab จากนั้นก็ดูว่าหลังจากปิดไฟคนไข้เริ่มหลับภายในกี่นาที ถ้าน้อยกว่า 8 นาทีถือว่าเป็นโรคง่วงนอนผิดปกติ คนไข้บางรายสามารถหลับได้ภายใน 5 นาทีแถมยังมีฝันร่วมด้วย ซึ่งถือว่ารุนแรงมาก นอกจากนี้ยังมีวิธีการตรวจที่ด้วยเครื่อง Actigraphy ซึ่งเป็นนาฬิกาที่ใช้จับวัดการเคลื่อนไหวโดยให้คนไข้สวมข้อมือเป็นเวลา 1-2 สัปดาห์ สามารถวัดความแรง ความถี่ ติดตามพฤติกรรมการหลับของคนไข้ สามารถบอกได้ว่า คนไข้นอนไปกี่ชั่วโมง มีการหลับที่ต่อเนื่องหรือไม่ มีการหลับลึกเท่าไหร่ ฝันเท่าไหร่ สามารถบอกคุณภาพและประสิทธิภาพการนอน เพื่อเป็นข้อมูลประกอบการวินิจฉัยและการรักษา ส่วนวิธีการรักษานั้นขึ้นอยู่กับสาเหตุของความง่วงนอนมากผิดปกติ นอกจากการแก้ไขที่ต้นเหตุแล้ว ในคนไข้บางรายโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นโรคลมหลับ คุณหมออาจจะให้กินยากระตุ้นตอนเช้า-กลางวัน เพื่อให้คุณตื่นตัว ประกอบกับการนอนเป็นพักๆ ในช่วงกลางวันจะช่วยให้แจ่มใสมากขึ้น ที่สำคัญคือโรคนี้ต้องการความเข้าใจกับคนรอบตัวเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นคุณแม่คนไหนที่เห็นลูกชอบงีบ หรือขี้เซา ควรพามาตรวจที่ศูนย์แห่งนี้ ลูกคุณอาจจะไม่ได้เป็นเด็กขี้เกียจอย่างที่คิด แต่อาจจะเป็นโรคลมหลับก็ได้นะ   

ใครว่าการกรนเป็นเรื่องธรรมดา... คุณอาจเป็นโรคนอนกรนหยุดหายใจก็ได้    

ถ้าคุณคิดว่าการนอนกรนเป็นเรื่องปกติ เราอยากให้คุณเปลี่ยนความคิดใหม่ เพราะถ้าคุณเริ่มมีเสียงกรนเมื่อไหร่ อาจจะเป็นสัญญาณว่าคุณอาจจะเป็นโรคนอนกรนและมีภาวะหยุดหายใจร่วมด้วยก็ได้

sleep-&-epilepsy-center-dr.niratchada.jpg พญ.ณิรัชดา ทรัพย์อนันต์ แพทย์เฉพาะทางด้านระบบประสาทวิทยา โรคลมชักและการนอนหลับผิดปกติ ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพ กล่าวว่า เมื่อคุณรู้สึกว่าตัวเองเริ่มมีอาการหายใจผิดปกตินั้น ให้คนที่นอนข้างๆ ลองสังเกตว่าคุณมีอาการหายใจแผ่ว หยุดหายใจ หรือกรนร่วมด้วยหรือไม่ ถ้ามีแสดงว่าทางเดินหายใจของคุณเกิดการยุบตัวมากกว่าปกติจนตีบ แต่หากทางเดินหายใจตีบมากจนตัน เสียงกรนก็จะหายไป อาการถัดมาคือ คุณจะสะดุ้งเฮือก แล้วอาจหลับต่อได้หรือหลับต่อไม่ได้ หากหลับต่อและทางเดินหายใจตีบอีก เสียงกรนก็จะเกิดอีกครั้ง การสะดุ้งเฮือกเกิดจากสมองตื่นตัวตอบสนองต่อภาวะหยุดหายใจ เพื่อให้กลับมาหายใจได้ หลายครั้งจะพบออกซิเจนในเลือดต่ำร่วมด้วยขณะหยุดหายใจหรือหายใจแผ่ว ด้วยการตื่นตัวของสมองดังกล่าวที่มักเกิดขึ้นบ่อยระหว่างหลับทำให้สมองไม่ได้พักเต็มที่ เมื่อตื่นขึ้นมาจะรู้สึกเพลียเหมือนหลับไม่สนิท ถ้าคุณปล่อยอาการนี้ไว้นานๆ จะเสี่ยงต่อการเป็นโรคทางกายหลายอย่างเช่น ความดันโลหิตสูง โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากการขาดเลือด ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ แรงความดันโลหิตในปอดสูง และโรคหลอดเลือดในสมองตีบ ปวดศีรษะ ประสิทธิภาพเรื่องความคิดความจำสมาธิลดลง หรือแม้แต่สภาวะซึมเศร้า เป็นต้น ภาวะหยุดหายใจขณะหลับนี้มีโอกาสเกิดกับผู้ชายได้มากกว่า เนื่องจากผู้ชายมีฮอร์โมนแอนโดรเจนทำให้ความสามารถในการคงตัวของทางเดินหายใจขณะหลับน้อย ส่วนคนที่น้ำหนักตัวเยอะหรืออ้วนจะมีโอกาสเสี่ยงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับมากขึ้น เพราะด้วยเนื้อเยื่อบริเวณลำคอและไขมันที่สะสมทำให้ความกว้างของทางเดินหายใจช่องปากช่องคอส่วนต้นตีบแคบลง นอกจากนี้ ทุกช่วงอายุสามารถพบภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้ ตั้งแต่เด็กถึงผู้สูงอายุ ซึ่งเกี่ยวข้องกับโครงสร้างของใบหน้า ช่องคอ และการทำงานของทางเดินหายใจส่วนต้นที่ต่างกันในแต่ละคน

การรักษามีหลายวิธีเช่น เริ่มจากการใช้ยา หากพบสาเหตุการหยุดหายใจจากการบวมของทางเดินหายใจในจมูกและคอ สองคือใช้เครื่องช่วยหายใจชนิดแรงดันบวก  หรืออุปกรณ์เสริมเพื่อเปิดช่องคอและหรือช่องจมูก และสามคือการผ่าตัด สำหรับการใช้เครื่องช่วยหายใจชนิดแรงดันบวก เครื่องจะสร้างแรงดันลมออกมาเพื่อถ่างขยายทางเดินหายใจไม่ให้ตีบขณะหลับ ปัญหาการหยุดหายใจหรือกรนขณะหลับก็จะลดลง ซึ่งเป็นวิธีที่ง่ายและประสิทธิภาพดี แต่ต้องมีการปรับแรงดันลมที่เหมาะสม ซึ่งแรงดันนี้จะได้จากการตรวจการนอนหลับที่โรงพยาบาล ส่วนการรักษาด้วยผ่าตัดจะทำในกรณีที่โครงสร้างใบหน้าหรือในช่องจมูกช่องปากและช่องคอมีความผิดปกติมีผลทำให้ทางเดินหายใจตีบแคบ เช่น คนที่มีติ่งเนื้อขนาดใหญ่ในจมูก  ลิ้นไก่ยาว ลิ้นโต หรือในกรณีของเด็กเล็กที่มักจะมาด้วยปัญหาต่อมอะดีนอยด์หรือต่อมทอนซิลใหญ่ ทำให้เกิดการอุดตันของทางเดินหายใจ การผ่าตัดรักษา มีโอกาสช่วยให้หายได้

สำหรับใครที่รู้สึกว่าตัวเองเข้าข่ายทั้ง 3 โรคที่กล่าวมาข้างต้น แนะนำให้คุณควรรับการตรวจเช็กอาการกับคุณหมอ ทั้งนี้การวินิจฉัยที่แม่นยำด้วยเครื่องมือที่ทันสมัยจะช่วยให้การนอนมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น ‘ศูนย์ตรวจการนอนหลับและศูนย์ลมชักกรุงเทพ’ จึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคุณค่ะ

สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมตลอด 24 ชั่วโมงได้ที่ Call Center โรงพยาบาลกรุงเทพ โทร.1719


ศูนย์ตรวจการนอนหลับและศูนย์ลมชักโรงพยาบาลกรุงเทพ
วันและเวลาทำการ วันจันทร์-วันศุกร์ 07.00-20.00 น. วันเสาร์-อาทิตย์ 07.00-17.00 น.
ชั้น 4 อาคารเวชศาสตร์ฟื้นฟู (อาคาร R)
โทร 0 2310 3011 หรือ โทร 1719 แฟกซ์ 0 2310 3012
Email: info@bangkokhospital.com