Skip to main content
ปิด

ค้นหาแพทย์

ไม่แน่ใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร ?

คุณสามารถ นัดหมายแพทย์ โดยไม่ต้องค้นหาแพทย์

การนัดหมายแพทย์นี้ ไม่เหมาะสมในกรณีจำเป็นฉุกเฉิน
และไม่สามารถทำในวันเดียวกันกับวันเข้าพบแพทย์
ในกรณีฉุกเฉินโปรดติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์ +662 310 3000 หรือ 1719 (เบอร์ติดต่อท้องถิ่น)
CLOSE
 
ปิด
ค้นหาแพทย์
นัดหมายแพทย์
ศูนย์แจ้งเตือน
หน้าหลัก
ศูนย์รักษาโรค
ข้อมูลสำหรับผู้ป่วย
ข้อมูลสุขภาพ
เกี่ยวกับเรา
สินค้า โรงพยาบาล
ปิด

หยุดหายใจ / หัวใจหยุดเต้นในขณะแข่งขันฟุตบอล

photo

  ถ้ายังจำกันได้ ครั้งหนึ่งเคยมีข่าวฮือฮาไปทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทยด้วย เมื่อนักฟุตบอลอดีตทีมชาติอังกฤษตั้งแต่รุ่นเยาวชน "ฟาบริซ มูอัมบ้า" วัย 23 ปี กองกลางของทีมโบลตัน วันเดอเรอร์ส ทีมดังในพรีเมียร์ลีกของอังกฤษ ฟุบหมดสติหยุดหายใจในนาทีที่ 41 ขณะแข่งขันกับทีมท็อตแนม ฮอตสเปอร์ โดยไม่มีการปะทะหรือมีคู่ต่อสู้อยู่ใกล้ๆเลย

          มีการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนในสนามแข่งขัน และมีการยกเลิกการแข่งขัน ขณะที่ทั้งสองทีมเสมอกันอยู่ 1:1 ทำให้มีเรื่องราวที่น่าจะนำมาให้ทุกท่านได้รับทราบ และหากท่านมีความเกี่ยวข้องกับการแข่งขันฟุตบอล ไม่ว่าจะเป็นนักฟุตบอล ผู้จัดการทีม แพทย์ หรือนักกายภาพบำบัดประจำทีม ผู้จัดการสนาม หรือท่านประธานสโมสรฟุตบอล ท่านจะต้องเตรียมความพร้อมอย่างไรสำหรับเหตุการณ์เหล่านี้ ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้ในอนาคต

สาเหตุการหยุดหายใจ / หัวใจหยุดเต้นของนักฟุตบอลในสนามฟุตบอล

         ในที่นี้จะขอกล่าวเฉพาะสาเหตุที่รุนแรงและที่อาจนำไปสู่การเสียชีวติของนักฟุตบอล เพราะสาเหตุย่อยๆ ที่อาจทำให้ผุ้เล่นหมดสติเป็นลม หรือดูเหมือนหยุดหายใจ อาจมีรายละเอียดค่อนข้างมากและอาจไม่ทำให้เกิดหัวใจหยุดเต้นอย่างทันทีทันใด

สาเหตุของภาวะหัวใจหยุดเต้น

1. ในกรณีที่ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 35-40 ปี

        ส่วนใหญ่จะมีสาเหตุมาจากความผิดปกติของกล้ามเนื้อ แต่นักกีฬาเหล่านี้ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ ร่างกายและหัวใจมีการปรับตัวจนสามารถทำให้เล่นกีฬาได้อย่างดีหรือเป็นเลิศได้ โดยตัวนักกีฬาไม่ทราบมาก่อนของตนเองมีความผิดปกติอยู่ แต่เมื่อมีการเล่นกีฬาที่หัวใจต้องทำงานหนัก (ซึ่งอาจเท่าเดิมที่เคยทำอยู่หรืออาจมากขึ้นกว่าปกติ) การทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ ก็จะเป็นสาเหตุจากการหยุดหายใจ (หัวใจหยุดเต้น)

2. ในกรณีผู้ที่มีอายุมากกว่า 35-40 ปี

       ส่วนใหญ่จะมีสาเหตุมาจากการอุดตันของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ ทำให้เวลาร่างกายออกแรงมาก หัวใจจะทำงานมากขึ้น แต่เลือด (ที่มีอ็อกซิเจนอยู่ด้วย) ไม่สามารถมาเลี้ยงตัวกล้ามเนื้อหัวใจได้เพียงพอ ก็จะทำให้หัวใจหยุดเต้นได้

การจัดบริการทางการแพทย์ฉุกเฉินในสนามแข่งขันฟุตบอล

1. เพื่อให้ท่านผู้อ่านเข้าใจในภาพรวม ผมขอให้ข้อมูลดังนี้ แต่ละทีมฟุตบอลที่เข้าร่วมการแข่งขันควรต้องมีเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ประจำทีมได้แก่ แพทย์ประจำทีม นักกายภาพบำบัดประจำทีม ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีกฎระเบียบแน่ชัดว่าต้องมีอย่างแน่นอน แต่ในอนาคตทางสหพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือเอเอฟซี จะออกกฎระเบียบออกมาให้ทีมชาติของแต่ละประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขันจะต้องมีแพทย์ประจำทีมติดตามทีมไปด้วย

ดังนั้นฝ่ายจัดการแข่งขัน โดยเฉพาะฝ่ายจัดบริการทางการแพทย์จึงต้องทราบข้อมูลเบื้องต้นว่า มีทีมใดบ้างที่ไม่มีแพทย์ประจำทีม นักกายภาพบำบัด

2. ในปัจจุบันการแข่งขันทัวร์นาเมนต์นานาชาติที่เอเอฟซีรับผิดชอบส่งผู้ควบคุมการแข่งขันชาวต่างชาติเข้ามาดูแลเรื่องการจัดการแข่งขัน ฝ่ายจัดการแข่งขันจะต้องเตรียมรถพยาบาล จำนวน 2 ชุด พร้อมแพทย์ประจำสนาม 1 ท่าน เพื่อให้มีความพร้อมในการดูแลภาวะฉุกเฉินในสนามแข่งขัน พร้อมที่จะนำผู้บาดเจ็บส่งไปยังโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด และ/หรือ โรงพยาบาลที่รับผิดชอบในการแข่งขันนั้นๆ การที่จำเป็นต้องมีรถพยาบาล 2 คัน เพราะเมื่อถึงคราวที่ต้องส่งโรงพยาบาลและการแข่งขันยังไม่เสร็จสิ้น อาจมีกรณีฉุกเฉินรายต่อไปเกิดขึ้นได้ 

        สำหรับอุปกรณ์ช่วยชีวิตขั้นสูงนั้น หมายถึง อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็นต้องใช้ในการช่วยฟื้นคืนชีพ (CPR- Cardio Pulmonary Resuscitations) ในภาวะที่ผู้ป่วยหัวใจหยุดเต้น ไม่หายใจหรือหมดสติ เช่น เครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจ (Defibrillator) เครื่องมือสำหรับใส่ท่อหายใจเข้าไปยังหลอดลม รวมทั้งยาที่จำเป็นสำหรับการช่วยชีวิตในภาวะวิกฤต

3. เปลสนาม จะต้องมีเปลพร้อมเจ้าหน้าที่ 4 ท่าน จำนวน 2 ชุด เพราะในขณะขนผู้เล่นออก จากสนามการแข่งขันและการแข่งขันดำเนินต่อไป อาจเกิดการปะทะและมีการบาดเจ็บที่จำเป็นต้องใช้เปลอีกรายหนึ่งในเวลาไล่เลี่ยกันได้ การจัดเปลสนามจึงต้องมี 2 ชุด และในข้อกำหนดของฟีฟ่าที่เขียนเอาไว้เกี่ยวกับเจ้าหน้าที่เปล ก็คือ จะต้องเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่ได้รับการฝึกอบรมในการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยด้วยการคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้เล่นเป็นหลัก โดยเฉพาะในกรณีการบาดเจ็บของกระดูกสันหลัง กระดูกคอ เวลาปะทะกันอย่างรุนแรง การเคลื่อนย้ายผิดวิธีอาจทำให้เกิดอัมพาตขึ้นได้ นอกจากนี้แพทย์ประจำสนาม 1 ท่าน (Pitch Doctor) จะต้องคอยเฝ้าติดตามการแข่งขันว่าในบางกรณี อาจต้องลงไปในสนามพร้อมเวรเปล เพื่อประเมินความรุนแรงและควบคุมการเคลื่อนย้าย

4. ห้องพยาบาล หรือ Medical Room สนามแข่งขันทุกแห่งจะต้องมีห้องพยาบาลพร้อมอุปกรณ์พื้นฐาน ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้จากส่วนที่มีอยู่ในรถแอมบูลานซ์และนำไปติดตั้ง เตรียมพร้อมไว้ในกรณีที่นำผู้ป่วยเข้าไปรักษาเบื้องต้นอยู่ในห้องพยาบาล และในบางสนามที่ผู้เขียนเคยเห็นว่าในต่างประเทศ จะมีตู้ยาพร้อมยาจำเป็นพื้นฐาน ที่คนทั่วไปอาจหยิบออกมาใช้ได้ เสมือนหนึ่งเป็นตู้ยาสามัญประจำบ้าน หรือตู้ยาสามัญประจำสนามการแข่งขัน มีรายชื่อยาพร้อมกับข้อมูลสรรพคุณเบื้องต้น รวมทั้งขนาดยาที่ควรใช้ มีวันเวลาบอกไว้สำหรับวันหมดอายุของยาและเวชภัณฑ์ที่อยู่ในตู้ยา เช่น ที่สนามแข่งขันฟุตบอลของเมืองแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย

        ในบางประเทศ เช่น ญี่ปุ่น มีกฎหมายออกมาว่าต้องมีอุปกรณ์ AED (Automatic External Defibrillator)  หรือเครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจแบบอัตโนมัติ สำหรับคนทั่วไป ที่ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ก็สามารถใช้งานได้โดยมีคำแนะนำเป็นเสียงเทปให้ผู้ที่ต้องการใช้อุปกรณ์ เออีดี นี้ปฏิบัติตามเป็นขั้นตอนไปเรื่อยๆ โดยหากใช้ผิดพลาดก็จะไม่มีอันตรายใดๆต่อตัวผู้ป่วย

        ซึ่งผมได้พบเห็นในบริเวณห้องเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวในสนามแข่งขันขนาดไม่ใหญ่นัก ในการแข่งขันฟุตบอลไซตามะคัพ ที่เมืองไซตามะ ประเทศญี่ปุ่น สำหรับเครื่องกระตุกไฟฟ้าหัวใจฉุกเฉินนี้มีการติดตั้งอยู่ทั่วไปในสถานที่สาธารณะของประเทศสหรัฐอเมริกา เช่น สนามบินทุกแห่ง ซึ่งจะต้องมีจำนวนเครื่องที่เหมาะสมต่อพื้นที่นั้นๆด้วยและเครื่องชนิดนี้ได้ออกแบบมาให้คนทั่วไป อาจหาซื้อไว้ในบ้านของตนเอง หากมีสมาชิกบางรายของครอบครัว อาจเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้นได้

5. โรงพยาบาลที่มีความพร้อม และอยู่ใกล้สนามแข่งขันมากที่สุด เราจะต้องมีการวางแผนและประสานงานไว้ล่วงหน้าว่า ในวันที่มีการแข่งขันในกรณีฉุกเฉินมาก รถพยาบาลจากในสนามอาจต้องแวะไปที่ห้องฉุกเฉินของรพ.ต่างๆที่อยู่ใกล้ที่สุด เพื่อความปลอดภัยของผู้ป่วยที่อยู่ในรถพยาบาลขณะนั้น และได้รับการประเมินแล้วว่าต้องได้รับการรักษาทันที

6. การบริการทางการแพทย์สำหรับผู้ชมและผู้อยู่ในบริเวณใกล้เคียงสนามแข่งขัน ในการแข่งขันนัดสำคัญๆที่มีผู้ชมต็มความจุของสนามแข่งขัน และมีผู้ที่มาและไม่สามารถเข้าชมในสนามแข่งขันได้ การจัดบริการทางการแพทย์จะต้องคำนึงถึงคนกลุ่มนี้ด้วย ตลอดจนอาจเกิดเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้น ทำให้มีผู้บาดเจ็บครั้งเดียวเป็นจำนวนมากๆ (Mass Casualty)

 

คอลัมน์ "คุยกับหมอไพศาล"
นาวาอากาศเอก(พิเศษ)นพ.ไพศาล จันทรพิทักษ์

 


สอบถามเพิ่มเติม สถาบันเวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกายกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ
เวลาทำการ    จันทร์ – อาทิตย์   07.00 – 17.00 .
โทร02-310-3979, 02-310-3980 หรือ โทร.1719
Email: info@bangkokhospital.com