Skip to main content
ปิด

ค้นหาแพทย์

ไม่แน่ใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร ?

คุณสามารถ นัดหมายแพทย์ โดยไม่ต้องค้นหาแพทย์

การนัดหมายแพทย์นี้ ไม่เหมาะสมในกรณีจำเป็นฉุกเฉิน
และไม่สามารถทำในวันเดียวกันกับวันเข้าพบแพทย์
ในกรณีฉุกเฉินโปรดติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์ +662 310 3000 หรือ 1719 (เบอร์ติดต่อท้องถิ่น)
CLOSE
 
ปิด
ค้นหาแพทย์
นัดหมายแพทย์
ศูนย์แจ้งเตือน
หน้าหลัก
ศูนย์รักษาโรค
ข้อมูลสำหรับผู้ป่วย
ข้อมูลสุขภาพ
เกี่ยวกับเรา
ซื้อโปรโมชั่นแพคเกจออนไลน์
ปิด

นอนกรน เสี่ยง! หยุดหายใจขณะหลับ

photo

รู้ได้อย่างไรว่า นอนกรนธรรมดา หรือนอนกรนที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ
 

การรักษาโรคนอนกรนจากทางเดินหายใจติดขัด ที่มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย (Obstructive Sleep Apnes; OSA) พบได้บ่อยในคนอ้วน โดยเฉพาะคนที่มีอายุมากยิ่งมีความเสี่ยงมากขึ้น ผู้ป่วยมักมีปัญหานอนกรนจากหลายสาเหตุได้ ดังนั้น การแก้ไขหรือรักษาจำเป็นต้องได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องก่อนเป็นลำดับแรก แล้วจึงหาสาเหตุที่ทำให้เกิดโรค วิธีการรักษาทำได้ทั้งไม่ผ่าตัดและผ่าตัด

ประเภทของการนอนกรน
 

      1.1)  การนอนกรนธรรมดา มีผลกระทบได้บ้างในระยะยาวต่อตัวผู้ป่วยเอง โดยอาจทำให้เส้นเลือดสมองที่คอซึ่งไปเลี้ยงสมองหนาตัวขึ้น นอกจากนั้น ยังอาจมีผลกระทบต่อคนรอบข้าง โดยเฉพาะกับคู่นอนทำให้นอนหลับยาก รวมทั้ง ยังอาจส่งผลต่อคุณภาพการนอนหลับ        
     
      1.2) การนอนกรนอันตราย (มีภาวะหยุดหายใจขณะหลับร่วมด้วย) หลายคนคงเคยสังเกตเห็นคนที่นอนกรน จะมีช่วงที่กรนเสียงดัง และค่อยสลับกันเป็นช่วงๆ โดยจะกรนดังขึ้นเรื่อยๆ หากสังเกตอย่างใกล้ชิดจะพบว่าผู้ที่กรนจะหยุดหายกรนไปชั่วขณะหนึ่ง ช่วงนั้นเองที่มีการหยุดหายใจเกิดขึ้น และเมื่อระดับออกซิเจนในเลือดลดลงถึงระดับหนึ่งจากการหยุดหายใจร่างกายจะมีกลไกตอบสนองภาวะนี้ โดยจะทำให้การหลับของคนที่กรนนั้นถูกขัดขวางทำให้ตื่นขึ้น โดยจะมีอาการเหมือนสะดุ้งเฮือก หรืออาการเหมือนสำลักน้ำลายตนเอง แล้วก็กลับมาเริ่มกรนใหม่ นอกจากจะมีผลกระทบต่อคนรอบข้างแล้ว  ถ้าไม่รักษาอาจมีอาการง่วงมากผิดปกติในเวลากลางวัน ทำให้เรียนหรือทำงานได้ไม่เต็มที่  นอนหลับในขณะขับรถอาจเกิดอุบัติเหตุในท้องถนนได้ นอกจากนั้นจะมีอัตราเสี่ยงสูงที่จะเป็นโรคอื่นๆ ได้ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากการขาดเลือด ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคความดันโลหิตในปอดสูง โรคหลอดเลือดในสมอง

อย่าลืมว่าคนที่อ้วนมากๆ จะนอนกรนทุกคน แต่คนผอมๆ ก็มีโอกาสนอนกรนได้เช่นกัน
 

การตรวจการนอนหลับ (Sleep Lab)  เพื่อแยกว่าท่านเป็นนอนกรนประเภทใด และสามารถบอกความรุนแรงของโรคได้ว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับมากหรือน้อยเพียงใด เพื่อช่วยให้แพทย์วางแผนการรักษาได้ดีขึ้น

photo

ใครบ้างควรตรวจ Sleep Lab

  • ในผู้ใหญ่ Sleep Lab ควรตรวจเมื่อเกิดอาการ
     

     

    • ตื่นนอนตอนเช้าด้วยความอ่อนล้าไม่สดชื่น
    • ปวดมึนศีรษะต้องการนอนต่ออีกเป็นประจำ
    • รู้สึกว่านอนหลับไม่เต็มอิ่ม มีความรู้สึกเหมือนว่าไม่ได้หลับนอนมาทั้งคืน ทั้งๆ ที่ได้นอนพักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว หงุดหงิด  อารมณ์เสียง่าย
    • ง่วงนอนในเวลาทำงานกลางวันจนไม่สามารถจะทำงานต่อได้ หรือมีอาการเผลอหลับในขณะทำงาน ขณะขับรถ ในห้องเรียน ในที่ประชุม ขณะอ่านหนังสือ ดูภาพยนตร์ หรือดูโทรทัศน์
    • นอนหลับไม่ราบรื่น นอนกระสับกระส่ายมาก
    • หายใจขัด หรือหายใจไม่สะดวกขณะนอนหลับ  อาจมีอาการคล้ายสำลักน้ำลาย 
    • สะดุ้งผวา หรือหายใจแรงเหมือนขาดอากาศหลังจากหยุดหายใจ
    • ความดันโลหิตสูง ซึ่งยังหาสาเหตุได้ไม่ชัดเจน
    • ประสิทธิภาพในการทำงาน หรือผลการเรียนแย่ลง เพราะอาการง่วง ขาดสมาธิ พัฒนาการทางสมอง สติปัญญา และความจำแย่ลง
    • ตื่นนอนกลางดึกโดยไม่ทราบสาเหตุ หรือปัสสาวะกลางดึกโดยไม่ทราบสาเหตุอื่น

photo

  • ในเด็ก Sleep Lab ควรตรวจเมื่อเกิดอาการ 
     

     

    • เด็กที่มีท่านอนที่ผิดปกติ เช่น ชอบนอนตะแคง หรือนอนคว่ำ

    • เด็กที่ไม่มีสมาธิทำอย่างใดอย่างหนึ่งได้นาน (attention deficit disorder) หงุดหงิดง่ายหรือมีกิจกรรมต่างๆ ทำตลอดเวลา

    • เด็กที่ปัสสาวะราดในเวลากลางคืน 

    • เด็กที่ผลการเรียนแย่ลง เพราะอาการง่วง ขาดสมาธิ พัฒนาการทางสมอง และสติปัญญา และความจำแย่ลง

    • เด็กอายุขวบปีแรกที่สงสัยว่าเวลานอนหลับอาจมีช่วงหยุดหายใจ มีความผิดปกติของช่องปาก จมูก ลำคอ

    • เด็กที่มีอาการนอนกรน หรือหายใจลำบากเวลานอน ด้วยสาเหตุต่างๆ อาทิ ต่อมทอลซิล-เอดีนอยด์โด หลอดลมตีบแคบเนื่องจากสาเหตุต่างๆ

 

 


ปรึกษาปัญหาการนอนกรน: ศูนย์ตรวจการนอนหลับและศูนย์ลมชักโรงพยาบาลกรุงเทพ

ชั้น 4 อาคารเวชศาสตร์ฟื้นฟู (อาคาร R)
โทร. 0 2310 3011  หรือ โทร.1719
Email: info@bangkokhospital.com

วันและเวลาทำการ

วันจันทร์ - วันศุกร์: 07:00 - 20:00 น.
วันเสาร์ - อาทิตย์: 07:00 - 17.00 น.