Skip to main content
ปิด

ค้นหาแพทย์

ไม่แน่ใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร ?

คุณสามารถ นัดหมายแพทย์ โดยไม่ต้องค้นหาแพทย์

การนัดหมายแพทย์นี้ ไม่เหมาะสมในกรณีจำเป็นฉุกเฉิน
และไม่สามารถทำในวันเดียวกันกับวันเข้าพบแพทย์
ในกรณีฉุกเฉินโปรดติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์ +662 310 3000 หรือ 1719 (เบอร์ติดต่อท้องถิ่น)
CLOSE
 
ปิด
ค้นหาแพทย์
นัดหมายแพทย์
ศูนย์แจ้งเตือน
หน้าหลัก
ศูนย์รักษาโรค
ข้อมูลสำหรับผู้ป่วย
ข้อมูลสุขภาพ
เกี่ยวกับเรา
ซื้อโปรโมชั่นแพคเกจออนไลน์
ปิด

ถึงเวลาชัตดาวน์ ไบโพลาร์ (Bipolar)

photo

หากถูกตั้งคำถามว่าเคยรู้จัก “โรคอารมณ์แปรปรวน” บ้างหรือไม่? 

หลายคนอาจบอกอย่างติดตลกว่า "รู้จัก" เพราะเห็นจากคนใกล้ตัวที่มีอาการอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ อยู่ตลอดเวลา แต่ในความเป็นจริงโรคอารมณ์แปรปรวน หรือที่รู้จักกันในนาม “ไบโพลาร์” ไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม เพราะโรคนี้นับเป็นโรคทางจิตเวชประเภทหนึ่ง ที่อาจรุนแรงจนถึงขั้นฆ่าตัวตายเลยทีเดียว แต่หากรู้จักและเข้าใจโรคนี้ก็สามารถรักษาให้หายขาดได้เช่นกัน

 

  พญ. อภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้อำนวยการศูนย์จิตรักษ์กรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ อธิบายว่า โรคอารมณ์แปรปรวน หรือ ไบโพลาร์ อาจมีปัจจัยมาจากวิกฤตชีวิต เช่น สูญเสียคนที่รัก ตกงาน เจ็บป่วย ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอาการได้ แต่ไม่ใช่ปัจจัยหลักที่ก่อให้เกิดโรคนี้ เพราะไบโพลาร์เป็นโรคที่สามารถถ่ายทอดทางพันธุกรรมซึ่งถือเป็นปัจจัยหลัก เมื่อคนกลุ่มนี้เจอมรสุมชีวิตจะมีโอกาสเป็นโรคนี้สูงกว่าคนทั่วๆ ไป ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะเริ่มปรากฏอาการเมื่ออายุประมาณ 25 ปีขึ้นไป 

อาการคุ้มดีคุ้มร้ายที่แสดงออกให้เห็นคือ ภาวะสองขั้วที่แยกเป็น 

1. ภาวะคุ้มคลั่ง (Manic Episode)
จะมีอารมณ์ดี สนุกสนาน คึกคักเกินเหตุ เชื่อมั่นในตัวเองสูง ขยันสุดๆ ชอบพูด ชอบคุย พูดเสียงดัง บ้าพลัง แต่งตัวสีสันฉูดฉาด ช้อปปิ้งกระจาย คิดเร็ว ทำเร็ว หรือฉุนเฉียว ก้าวร้าว

2. ภาวะซึมเศร้า (Depressive Episode) 
จะขาดความมั่นใจในตัวเอง ไม่กล้าคิดตัดสินใจ ไม่ใส่ใจดูแลตัวเอง อ่อนเพลีย ป่วยบ่อยๆ แต่หาสาเหตุไม่เจอ เก็บตัว ไม่เห็นคุณค่าของตัวเอง หมดหวังกับชีวิต

     ผู้ป่วยแต่ละรายอาจเกิดภาวะใดภาวะหนึ่งก่อนก็ได้ เช่น อยู่ๆ เกิดอาการแมเนีย 2-3 สัปดาห์ แล้วหาย หลังจากนั้น 10 ปี ถึงมาเป็นอีกครั้งก็ได้ สลับกับช่วงที่ซึมเศร้าเก็บตัว หรือบางรายอาจมีภาวะซึมเศร้าติดต่อกันหลายๆ รอบ โดยอาจกลับมาเป็นปกติช่วงสั้นๆ แล้วสลับมาเป็นแมเนีย โดยอาจจะสังเกตจากพื้นฐานพฤติกรรม เช่น ถ้าเคยเป็นคนเรียนร้อยมีเหตุผล กลายเป็นคนแต่งตัวเปรี้ยว พูดเก่ง เกรี้ยวกราด หรือจากคนที่พูดเก่ง ชอบทำงาน ชอบสังคม กลายเป็นคนซึมเศร้า ไม่อยากลุกจากที่นอน นอนดูเพดานได้เป็นชั่วโมงๆ เบื่อสังคม ขาดงานบ่อย ไม่ดูแลตัวเอง หรือป่วยไม่เจอสาเหตุ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าป่วย ควรพาไปพบแพทย์และอย่าคิดว่าเป็นเรื่องปกติ 

     “โรคนี้เกิดจากสารสื่อประสาทในสมองผิดปกติ เช่น ในภาวะซึมเศร้า สารสื่อประสาทที่ชื่อว่า Serotonin ต่ำ ยกตัวอย่างง่ายๆ สมองเรามี Serotonin เหมือนน้ำอยู่ในภาชนะ ด้านบนมีก๊อกที่ผลิตสารนี้ใส่ภาชนะ แต่อยู่ๆ ก๊อกนี้เกิดสนิม แถมภาชนะยังรั่วจนน้ำหายไปหมดก็จะเกิดอาการซึมเศร้า ซึ่งรักษาได้โดยการให้ยาเพื่อไปไขก๊อกที่เป็นสนิมให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติและอุดรอยรั่ว โดยทั่วไปการรับประทานยาประมาณ 2 สัปดาห์จะช่วยให้อาการเริ่มดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่การเติมน้ำกลับเข้าไปต้องใช้เวลานาน ดังนั้น แม้อาการจะดีขึ้นแต่ก็หยุดยาไม่ได้ ต้องรักษาต่อเนื่อง 2-5 ปี แต่ถ้าได้รับการรักษาอย่างถูกต้องครบถ้วน โรคนี้ก็สามารถรักษาหายได้”

 

     อย่างไรก็ตาม พญ. อภิสมัย ชี้ว่า "ไบโพลาร์สามารถรักษาให้หายขาดได้ โดยมีกุญแจสำคัญที่สุดคือ คนใกล้ชิดและครอบครัว ควรเตรียมตัวให้พร้อมและเข้มแข็ง หรือที่เรียกว่า "วัคซีนใจ" ด้วยการดูแลให้มีสุขภาพจิตที่ดี ศึกษาข้อมูล เรียนรู้ดูแลกัน และรีบปรึกษาจิตแพทย์ เพราะอาการของโรคนี้ต้องได้รับการรักษาด้วยยาและทำจิตบำบัดควบคู่กัน ซึ่งผู้ป่วยจะสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติ เพียงแต่สังคมต้องให้โอกาส และสิ่งสำคัญ 3 ประการที่ต้องคำนึงถึงคือ ไบโพลาร์เป็นการป่วย ไม่ใช่นิสัยไม่ดี ไบโพลาร์สามารถรักษาได้ และเมื่อรักษาแล้วสามารถกลับมาเป็นคนดี คนเก่ง และกลับมาดำเนินชีวิตในสังคมอย่างมีความสุขได้"

 


สามารถขอคำปรึกษาเพิ่มเติมได้ที่ 
ศูนย์จิตรักษ์ โรงพยาบาลกรุงเทพ
เปิดให้บริการทุกวัน เวลา 08.00-18.00 น.
โทร 0 2310 3027, 0 2310 3751-2