Skip to main content
ปิด

ค้นหาแพทย์

ไม่แน่ใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร ?

คุณสามารถ นัดหมายแพทย์ โดยไม่ต้องค้นหาแพทย์

การนัดหมายแพทย์นี้ ไม่เหมาะสมในกรณีจำเป็นฉุกเฉิน
และไม่สามารถทำในวันเดียวกันกับวันเข้าพบแพทย์
ในกรณีฉุกเฉินโปรดติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์ +662 310 3000 หรือ 1719 (เบอร์ติดต่อท้องถิ่น)
CLOSE
 
ปิด
ค้นหาแพทย์
นัดหมายแพทย์
ศูนย์แจ้งเตือน
หน้าหลัก
ศูนย์รักษาโรค
ข้อมูลสำหรับผู้ป่วย
ข้อมูลสุขภาพ
เกี่ยวกับเรา
ซื้อโปรโมชั่นแพคเกจออนไลน์
ปิด

ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก | โรงพยาบาลกรุงเทพ

photo

ในการมาพบแพทย์เพื่อเริ่มตรวจหาสาเหตุ ของภาวะมีลูกยากนั้น แพทย์จะเริ่มซักประวัติเบื้องต้นทั่วๆไป เช่น การคุมกำเนิดที่เคยใช้ ความถี่ของการมีเพศสัมพันธ์ ประวัติประจำเดือน (ซึ่งจะช่วยบอกว่าฝ่ายหญิงนั้นมีปัญหาไข่ไม่ตกหรือไม่) ประวัติการผ่าตัด โรคประจำตัว และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ รวมถึงประวัติทางฝ่ายชายที่อาจช่วยบอกถึงคุณภาพของน้ำอสุจิ ได้แก่ ประวัติการเป็นคางทูม การสูบบุหรี่ การดื่มสุรา เป็นต้น จากการซักประวัติเบื้องต้นจะเป็นแนวทางที่ดีในการสืบค้นหาสาเหตุต่อไป ข้อมูลที่มักจะได้ไม่ครบถ้วนมักจะเป็นประวัติประจำเดือน ดังนั้นการจดหรือจำประจำเดือนประมาณ 3-6 เดือนก่อนพบแพทย์จะช่วยในการตรวจรักษาที่ดีขึ้น

           ต่อจากนั้นก็จะเป็นการตรวจเลือดทั่วไปได้แก่ การตรวจเอดส์ ซิฟิลิส และตับอักเสบบี ซึ่งโรคเหล่านี้จะมีผลต่อทารกในครรภ์ได้ รวมทั้งอาจตรวจหาพาหะโรคเลือดจางธาลัสซีเมียในคู่สมรสที่สงสัยว่าอาจเป็น พาหะ การตรวจทั้งหมดนี้แนะนำตรวจพร้อมกันทั้งสามีและภรรยา

 

หลังจากนั้นก็จะเริ่มตรวจหาสาเหตุของภาวะมีลูกยาก โดยสาเหตุที่พบบ่อยนั้นมีดังนี้

  1. สาเหตุจากน้ำอสุจิของฝ่ายชาย พบได้ประมาณ 1 ใน 3 ของคู่สมรสที่มีปัญหาภาวะมีบุตรยาก 

  2. ภาวะไม่ตกไข่ พบได้ประมาณร้อยละ 15

  3. ท่อนำไข่อุดตัน

  4. เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่

  5. โรคทางนรีเวชอื่นๆ เช่น เนื้องอกมดลูก พังผืดในโพรงมดลูก หรือมดลูกผิดปกติแต่กำเนิดเป็นต้น ไม่ทราบสาเหตุที่ชัดเจน พบได้ประมาณร้อยละ 10

ส่วนข้อ 3-5 รวมกันจะพบได้ประมาณ 1 ใน 3 ของคู่สมรสที่มีปัญหาภาวะมีลูกยาก

 

การตรวจหาสาเหตุนั้นจะแยกอธิบายเป็นการตรวจทางฝ่ายชายและฝ่ายหญิง
           ทางฝ่ายชายนั้นการตรวจน้ำอสุจิเป็นการตรวจขั้นแรก โดยผลการตรวจจะรายงานสภาพทั่วไปของน้ำอสุจิ จำนวนและความเข้มข้นของตัวอสุจิ รวมทั้งการเคลื่อนไหวและรูปร่างของตัวอสุจิ และเพื่อผลการตรวจที่ดีและเชื่อถือได้ฝ่ายชายควรงดการหลั่งน้ำอสุจิก่อนการ ตรวจประมาณ 3-7 วัน แต่ถ้างดการหลั่งน้ำอสุจิมากกว่า 7 วัน ผลการตรวจอาจพบจำนวนตัวอสุจิที่เสียชีวิตมากกว่าปกติได้ และถ้าผลการตรวจน้ำอสุจิผิดปกติแพทย์จะตรวจร่างกายเพื่อดูลักษณะโดยทั่วไป ลักษณะของอัณฑะ และเส้นเลือดขอดบริเวณถุงอัณฑะ หรืออาจต้องตรวจเลือดเพื่อหาสาเหตุเพิ่มเติม

           ทางฝ่ายหญิงจะมีการตรวจภายในและเช็คมะเร็งปากมดลูกเป็นเบื้องต้น และมักจะตรวจอัลตราซาวน์ทางช่องคลอดเพื่อตรวจหาความผิดปกติที่ไม่สามารถตรวจ พบได้ด้วยการตรวจภายในเพียงอย่างเดียว ได้แก่ เนื้องอกขนาดเล็กในโพรงมดลูก หรือภาวะถุงน้ำรังไข่ (PCOS) เป็นต้น ส่วนการตรวจว่าท่อนำไข่มีการอุดตันหรือไม่ ต้องใช้การตรวจด้วยวิธีฉีดสีเอกซ์เรย์ดูท่อนำไข่ (Hysterosalpingography)

           ขั้นตอนการทำจะคล้ายการตรวจภายในเพื่อเช็คมะเร็งปากมดลูก แพทย์จะใช้ท่อเล็กๆสอดเข้าไปทางรูปากมดลูก แล้วฉีดสารทึบรังสีเข้าไปในโพรงมดลูกพร้อมกับถ่ายภาพรังสีเอกซ์เรย์ในขณะที่ สารทึบรังสีไหลผ่านท่อนำไข่จนผ่านปลายท่อออกไปถึงอุ้งเชิงกราน สามารถดูได้ทั้งลักษณะของท่อนำไข่และโพรงมดลูก การตรวจวิธีนี้มักแนะนำให้ทำในรายที่มีประวัติสงสัยว่าจะมีปัญหาของท่อนำไข่ เช่น เคยเป็นมดลูกหรือปีกมดลูกอักเสบ เคยตั้งครรภ์นอกมดลูก หรือสงสัยว่าเป็นเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ เป็นต้น แต่อาจพิจารณายกเว้นการตรวจนี้ได้ในรายที่อายุน้อยและไม่มีความเสี่ยงดังที่ กล่าวมา

           การตรวจนี้สามารถทำให้เกิดอาการปวดท้องน้อยระหว่างและหลังการตรวจได้ แต่มากน้อยไม่เท่ากันในแต่ละบุคคล แพทย์มักให้ยาแก้ปวดชนิดรับประทานก่อนทำการตรวจ แต่ในระหว่างขั้นตอนการตรวจแพทย์จะไม่ได้ทำให้ผู้รับการตรวจหลับหรือระงับ ความรู้สึกแต่อย่างใด และช่วงเวลาที่เหมาะสำหรับการตรวจด้วยวิธีนี้คือ 2-5 วันหลังหมดประจำเดือน แต่ไม่เกิน 10-12 วัน นับจากการมีประจำเดือนวันแรก

           ผลการตรวจเบื้องต้นทั้งหมดของทั้งฝ่ายชายและหญิงดังกล่าวจะสามารถช่วยบอก สาเหตุของภาวะมีบุตรยากในคู่สมรสได้เป็นส่วนใหญ่ (ประมาณร้อยละ 80) แต่อย่างไรก็ตามจะยังมีคู่สมรสอีกประมาณร้อยละ 10-20 ที่ผลการตรวจเป็นปกติทั้งหมด ทำให้ไม่สามารถบอกสาเหตุที่ชัดเจนได้

สำหรับแนวทางการรักษาในขั้นต่อไปก็จะเป็นไปตามสาเหตุนั้นๆ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการรักษา ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย


สอบถามเพิ่มเติม

ศูนย์รักษาผู้มีบุตรยาก โรงพยาบาลกรุงเทพ
โทร. 0 2310 3014, 0 2310 3015 หรือ โทร. 1719

อีเมล: info@bangkokhospital.com