Skip to main content
ปิด

ค้นหาแพทย์

ไม่แน่ใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร ?

คุณสามารถ นัดหมายแพทย์ โดยไม่ต้องค้นหาแพทย์

การนัดหมายแพทย์นี้ ไม่เหมาะสมในกรณีจำเป็นฉุกเฉิน
และไม่สามารถทำในวันเดียวกันกับวันเข้าพบแพทย์
ในกรณีฉุกเฉินโปรดติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์ +662 310 3000 หรือ 1719 (เบอร์ติดต่อท้องถิ่น)
CLOSE
 
ปิด
ค้นหาแพทย์
นัดหมายแพทย์
ศูนย์แจ้งเตือน
หน้าหลัก
ศูนย์รักษาโรค
ข้อมูลสำหรับผู้ป่วย
ข้อมูลสุขภาพ
เกี่ยวกับเรา
สินค้า โรงพยาบาล
ปิด

เตรียมตัวก่อนและหลังผ่าตัดกระเพาะรักษาโรคอ้วน

photo

การผ่าตัดเพื่อลดขนาดกระเพาะอาหารจำเป็นที่จะต้องมีการเตรียมตัวก่อนและหลังผ่าตัดเพื่อให้การรักษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

 

เตรียมก่อนผ่าตัด

 

ก่อนเข้ารับการผ่าตัดผู้ป่วยจะต้อง

  1. ตรวจร่างกายโดยละเอียด เช่น ตรวจเลือด, อัลตราซาวด์, เอ็กซเรย์, ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ, ตรวจสมรรถภาพปอด เป็นต้น
  2. ส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารให้มั่นใจว่าไม่มีความผิดปกติใด ๆ ของกระเพาะอาหาร ก่อนที่จะทำการผ่าตัด
  3. เตรียมความพร้อมด้านโภชนาการจากนักกำหนดอาหาร โดยจะมีประเมินและการปรับการรับประทานอาหารหลังทำการผ่าตัด
  4. ทดสอบสภาพจิตใจกับนักจิตวิทยา เพื่อมั่นใจว่าไม่มีโรคทางจิตเวชสำคัญที่ห้ามการผ่าตัด และเตรียมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมหลังผ่าตัด
  5. ประเมินภาวะโรคที่มีความเสี่ยงก่อนผ่าตัดเพื่อป้องกันผลกระทบที่เกิดขึ้น เช่น โรคหัวใจ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น
  6. ตรวจการนอนหลับ STOP-BANG และตรวจวินิจฉัยการนอนหลับ Sleep Test
  7. เรียนรู้วิธีออกกำลังก่อนและหลังผ่าตัดอย่างถูกต้องกับแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู
  8. งดสูบบุหรี่ก่อนผ่าตัด 4 สัปดาห์
  9. งดน้ำและอาหารก่อนเข้ารับการผ่าตัด 6-8 ชั่วโมง ถ้าต้องทานยาให้เป็นไปตามที่แพทย์สั่ง
  10. หากไม่แน่ใจว่าตั้งครรภ์ควรแจ้งแพทย์และพยาบาล
  11. ถ้าอยู่ในระหว่างรับประทานยา อาหารเสริม สมุนไพร ควรปรึกษาแพทย์ว่าสามารถรับประทานชนิดใดและต้องหยุดชนิดใดก่อนผ่าตัด
  12. กรุณาแจ้งแพทย์หากรับประทานยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด หรือประวัติการเจ็บป่วยเกี่ยวกับโรคหลอดเลือด
  13. ผู้ป่วยทุกรายจะได้รับยาฉีดป้องกันการเกิดลิ่มเลือดอุดตันก่อนการผ่าตัดกระเพาะอาหาร 12 ชั่วโมง

 

 

ดูแลหลังผ่าตัด

 

หลังเข้ารับการผ่าตัดผู้ป่วยจะต้อง

  1. รับสารอาหารและน้ำทางสายน้ำเกลือจนกว่าจะรับประทานอาหารเองได้
  2. ใส่ปลอกสวมขาเพื่อป้องกันภาวะแข็งตัวในเส้นเลือดดำ โดยถอดออกเมื่อผู้ป่วยขยับตัวได้เอง และเมื่อขยับตัวได้ควรเริ่มเคลื่อนไหวร่างกายโดยเร็ว เพื่อให้ทำกิจวัตรประจำวันได้ปกติภายใน 2-3 วัน
  3. หากมีอาการแทรกซ้อนต่างๆ ปรึกษาแพทย์ทันที เช่น อัตราการเต้นของหัวใจ > 120 ครั้ง ต่อนาที, มีไข้ 37.8 องศาเซลเซียส หรือมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง
  4. ควบคุมอาหารตามที่นักกำหนดอาหารวางแผนและให้คำปรึกษาอย่างเคร่งครัด
  5. การรับประทานอาหารหลังผ่าตัด แบ่งออกเป็น 
    - หลังผ่าตัดสัปดาห์แรก รับประทานได้เฉพาะอาหารเหลวครั้งละน้อยๆ แต่บ่อย ได้แก่ เครื่องดื่มที่ไม่อัดลมและไม่เติมน้ำตาล ซุปใส น้ำผัก น้ำผลไม้ โยเกิร์ต เป็นต้น 
    - หลังผ่าตัดสัปดาห์ที่ 3 รับประทานอาหารชิ้นเล็กๆ โดยดื่มน้ำก่อนทานอาหาร 15-30 นาที เช่น ข้าวต้ม เป็นต้น เพื่อเตรียมปรับสู่การทานอาหารปกติ โดยทานปริมาณน้อย เคี้ยวให้ละเอียดก่อนกลืน
  6. สามารถเริ่มออกกำลังเบาๆ ได้ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 หลังการผ่าตัด และงดยกของหนัก 3 เดือน
  7. พบแพทย์ตามนัดอย่างเคร่งครัดเพื่อตรวจเช็คร่างกาย
  8. หากมีอาการผิดปกติ หรือข้อคำถามเพิ่มเติม กรุณาติดต่อที่ Call Cancer โทร. 1719

photo

การปฏิบัติตัวหลังผ่าตัด 

 

  • รับประทานอาหาร 3 มื้อต่อวัน ห้ามทานจุบจิบ
  • หยุดทานทันทีที่รู้สึกอิ่ม
  • ตัดอาหารชิ้นเล็ก เคี้ยวให้ละเอียดจนเหลวก่อนทาน
  • ดื่มน้ำเปล่าระหว่างมื้อบ่อยๆ โดยจิบทีละน้อย เพื่อป้องกันการขาดน้ำ และไม่ควรดื่มน้ำ ก่อนและหลังอาหาร 30 นาที
  • จำกัดปริมาณน้ำตาล 15 กรัมหรือน้อยกว่าต่อ 1 มื้อ
  • ไม่ควรดื่มน้ำอัดลม กาแฟ น้ำผลไม้ น้ำหวาน
  • เน้นทานอาหารโปรตีนสูงอย่างเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน
  • เลี่ยงอาหารประเภทแป้งและไขมัน
  • เสริมวิตามินและแร่ธาตุตามคำแนะนำของแพทย์
  • ออกกำลังกายครั้งละ 30 นาที สัปดาห์ละ 5 ครั้ง

 

“สิ่งสำคัญที่ช่วยให้การผ่าตัดรักษาโรคอ้วนประสบความสำเร็จคือ  การควบคุมพฤติกรรมหลังผ่าตัด” 

 


สอบถามเพิ่มเติม ศูนย์ผ่าตัดและรักษาโรคอ้วน โรงพยาบาลกรุงเทพ

ชั้น 1 อาคาร D โรงพยาบาลกรุงเทพ
เปิดบริการ 8.00 น. - 20.00 น.  
โทร02-310-3002 หรือ โทร 1719
Emailinfo@bangkokhospital.com