Skip to main content
ปิด

ค้นหาแพทย์

ไม่แน่ใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร ?

คุณสามารถ นัดหมายแพทย์ โดยไม่ต้องค้นหาแพทย์

การนัดหมายแพทย์นี้ ไม่เหมาะสมในกรณีจำเป็นฉุกเฉิน
และไม่สามารถทำในวันเดียวกันกับวันเข้าพบแพทย์
ในกรณีฉุกเฉินโปรดติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์ +662 310 3000 หรือ 1719 (เบอร์ติดต่อท้องถิ่น)
CLOSE
 
ปิด
ค้นหาแพทย์
นัดหมายแพทย์
ศูนย์แจ้งเตือน
หน้าหลัก
ศูนย์รักษาโรค
ข้อมูลสำหรับผู้ป่วย
ข้อมูลสุขภาพ
เกี่ยวกับเรา
สินค้า โรงพยาบาล
ปิด

คุมพาร์กินสัน ก่อน “สั่น” คลอนชีวิตคุณและครอบครัว

parkinson

 

โรคความเสื่อมของสมองที่เกิดจากการขาดสารโดพามีน พบมากในอายุ 60 ปีขึ้นไป และอาจพบในวัยกลางคนที่มีสมาชิกในครอบครัวเคยเป็นโรคนี้มาก่อน 

 

มักเริ่มต้นด้วยอาการสั่นที่แขนขา กราม หรือใบหน้า กล้ามเนื้อเกร็ง เคลื่อนไหวช้า พูดหรือกลืนลำบาก ซึมเศร้าหดหู่ หลายคนมักเข้าใจผิดว่าเป็นอาการปกติของผู้สูงอายุแต่หากปล่อยไว้จนอาการทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างรวดเร็วจะทำให้ร่างกายฟื้นตัวยาก... ถึงแม้พาร์กินสันจะเป็นโรคเรื้อรังแต่สามารถควบคุมอาการได้ ด้วยการตรวจหาความผิดปกติของสมองส่วนที่สร้างสารโดพามีนกับเทคโนโลยี PET Brain F-DOPA วินิจฉัยระยะความรุนแรงของโรค หรือรักษาโรคพาร์กินสันด้วยการผ่าตัดฝังไมโครชิปกระตุ้นสมองส่วนลึก DBS Therapy เพื่อควบคุมการเคลื่อนไหว ลดการใช้ยา ผู้ป่วยสามารถใช้ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้น

คลินิกพาร์กินสันเเละการเคลื่อนไหวผิดปกติ ให้การดูแลรักษาโรคเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติจะครอบคลุมไปถึงการเคลื่อนไหวที่ช้าเกินไปเช่น โรคพาร์กินสัน(Parkinson's Disease) ซึ่งนอกจากการเคลื่อนไหวที่ช้าเเล้วผู้ป่วยจะมีอาการสั่น เกร็งปวดของกล้ามเนื้อ เเละสูญเสียการทรงตัวร่วมด้วยซึ่งปัจจุบันโรคนี้จะพบได้มากขึ้นจากสังคมที่มีผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ส่วนการเคลื่อนไหวที่ผิดปรกติที่เร็วเกินไปได้เเก่ อาการสั่น (tremor) อาการกระตุก(myoclonus, tics disorders) อาการบิดเกร็งกระตุกของกล้ามเนื้อ(dystonia) หรืออาการเคี้ยวปาก หรืออาการคล้ายรำละคร (chorea) เป็นต้น ซึ่งโรคเหล่านี้ต้องพยายามตรวจค้นเพื่อหาสาเหตุ เพื่อการรักษาที่ต้นเหตุ ปัจจุบันมีการตรวจด้วยเครื่องสเเกนสมองชนิดCT, MRI เเละ PET Scan โดยเฉพาะ F-DOPA PET จะใช้เพื่อวินิจฉัยยืนยันโรคพาร์กินสันโดยเฉพาะไดัอย่างละเอียดเพิ่มขึ้น

ส่วนการรักษาโรคพาร์กินสันที่ได้ผล คือ การรักษาด้วยยาทดเเทนโดพามีนที่ขาดไป ปัจจุบันมียาอยู่หลายชนิดที่มีประสิทธิภาพสูงทำให้อาการของผู้ป่วยดีขึ้น ส่วนในกลุ่มที่เกิดผลข้างเคียงจากการใช้ยามานาน (motor fluctuations) สามารถรักษาด้วยวิธีฝัง electrode เพื่อกระตุ้นสมองส่วนลึก (deep brain stimulation) ร่วมด้วย เพื่อลดปริมาณยาที่ใช้เเละลดผลข้างเคียงจากการใช้ยาลงได้ โดยการผ่าตัดจะเเบ่งเป็นสองขั้นตอนโดยขั้นตอนเเรกจะทำการผ่าตัดเพื่อฝังelectrode ขนาดเล็กเข้าไปที่สมองส่วน subthalamic nucleus โดยทำการผ่าตัดที่สมองทั้งสมองข้างโดยเจาะรูเล็กๆที่กระโหลกศีรษะ เเละจะมีการทดสอบว่าผู้ป่วยอาการดีขึ้นไหมโดยการกระตุ้นสมองส่วนนั้นโดยที่ผู้ป่วยยังรู้ตัวตลอดเวลา

เมื่อสำเร็จเเล้วจะทำการผ่าตัดขั้นตอนที่สองคือ ผ่าตัดฝังเครื่องกระตุ้นไฟฟ้าขนาดเล็ก (IPG DBS battery) ไว้ที่หน้าอกเเล้วเชื่อมต่อกับสายelectrode ในสมอง หลังจากนั้น 3-4 สัปดาห์จะทำการตั้งโปรเเกรมตัวเครื่องที่หน้าอก เเละดูการตอบสนองของอาการของผู้ป่วยโดยสามรถลดอาการเกร็ง สั่นเเละช่วยให้การเคลื่อนไหวดีขึ้น โดยการเปิดปิดเครื่องหรือตั้งโปรเเกรมสามารถทำได้จากภายนอกโดยตัวremote programmer โดยเเพทย์หรือตัวผู้ป่วยเองก็สามารถทำได้โดยมีเครื่อง patient self programmer เช่นเดียวกัน

ส่วนการรักษาด้วย botulinum toxin injection เป็นการรักษาโรคหน้ากระตุก (Hemifacial spasm) โรคคอบิดเกร็ง (cervical dystonia) กล้ามเนื้อเกร็งจากโรคอัมพฤกษ์อัมพาต (muscle spasticity) เพื่อลดการเกร็ง การกระตุก เเละความปวดจากการเกร็งของกล้ามเนื้อลงได้ สารนี้จะไปยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อชั่วคราว (transient focal muscle paralysis)โดยไปยับยั้งการปล่อยสาร acetyl choline ที่ปลายประสาทที่ต่อกับกล้ามเนื้อ หลังฉีดยาจะไม่ออกฤทธิ์ทันทีต้องใช้เวลา 3-4 วันเเละจะออกฤทธิ์สูงสุดในสัปดาห์ที่ 2 เเละผลของการรักษาจะอยู่ได้นานถึง 2-3เดือน นอกจากนี้สารนี้ยังสามารถลดการหลั่งเหงื่อซึ่งเป็นต้นเหตุของกลิ่นตัวได้อีกด้วย

ศูนย์สมองและระบบประสาทกรุงเทพ  พร้อมดูแลเพื่อคืนความสุขให้ทุกการเคลื่อนไหว
Enjoy the Move by โรงพยาบาลกรุงเทพ โทร.1719

 

บทความโรคสมองและระบบประสาท