Skip to main content
ปิด

ค้นหาแพทย์

ไม่แน่ใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร ?

คุณสามารถ นัดหมายแพทย์ โดยไม่ต้องค้นหาแพทย์

การนัดหมายแพทย์นี้ ไม่เหมาะสมในกรณีจำเป็นฉุกเฉิน
และไม่สามารถทำในวันเดียวกันกับวันเข้าพบแพทย์
ในกรณีฉุกเฉินโปรดติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์ +662 310 3000 หรือ 1719 (เบอร์ติดต่อท้องถิ่น)
CLOSE
 
ปิด
ค้นหาแพทย์
นัดหมายแพทย์
ศูนย์แจ้งเตือน
หน้าหลัก
ศูนย์รักษาโรค
ข้อมูลสำหรับผู้ป่วย
ข้อมูลสุขภาพ
เกี่ยวกับเรา
ซื้อโปรโมชั่นแพคเกจออนไลน์
ปิด

ภาพรวมเทคนิคการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกแนวใหม่แบบไม่ตัดกล้ามเนื้อ

photo

ปวดสะโพกรักษาได้

หลายท่านอาจคิดว่าอาการปวดสะโพกเป็นเรื่องธรรมชาติที่เกิดขึ้นตามอายุ  อย่างไรก็ตามหากมีอาการปวดสะโพกที่ทำให้นอนหรือพักผ่อนลำบาก เดินขึ้นหรือลงบันไดไม่สะดวก หรือไม่สามารถทำกิจกรรมที่ชอบ เช่น การออกกำลังกายต่างๆ การออกไปเดินเล่นนอกบ้าน

photo

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมโดยไม่ตัดกล้ามเนื้อ เป็นทางเลือกรักษาที่อาจเหมาะสมสำหรับคุณ

ข้อได้เปรียบของการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม
 

  • รักษาอาการปวดให้หายขาดได้

  • เคลื่อนไหวสะดวก

  • สามารถกลับมาทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปกติ เช่น เดินหรือขึ้นลงบันได ออกกำลังกาย

กายวิภาคศาสตร์สะโพก
 

ข้อสะโพกนั้นเป็นจุดรวมของกระดูกต่างๆ ที่ทำงานร่วมกันให้เราสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ เช่น นั่ง เดิน หรือขึ้นลงบันได ข้อสะโพกจะมีลักษณะคล้ายลูกบอลและเบ้า โดยลูกบอล (Femoral head) นั้นจะอยู่ในเบ้าที่ลักษณะคล้ายถ้วย (Acetabulum) พื้นที่ที่กระดูกต่างๆ มาพบกันนั้นจะถูกปกคลุมด้วย เนื้อเยื่อที่เรียกว่า กระดูกอ่อน (Cartilage) ซึ่งมีหน้าที่ช่วยให้ข้อเคลื่อนไหวได้อย่างราบรื่น 
 

ภาพรวมของการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียม
 

เทคนิคการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมนั้นล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน คือ เอาส่วนของข้อสะโพกที่เสียหายออกและแทนที่ด้วยข้อสะโพกเทียม ที่ใช้จะสร้างขึ้นจากชิ้นส่วนที่แตกต่างกันหลายแบบ โดยศัลยแพทย์สามารถตัดสินใจเลือก ขนาดและวัสดุของ ข้อสะโพกเทียมที่ดีที่สุดและเหมาะสมสำหรับความต้องการของผู้ป่วยแต่ละบุคคล

ชิ้นส่วนต่างๆของข้อสะโพกเทียมอาจรวมถึง

  • แกนสะโพกเทียม (Stem): ซึ่งจะเป็นแกนโลหะใส่เข้าไปฝังแน่นบริเวณกระดูกต้นขา

  • หัวสะโพกเทียม (Ball): จะเป็นหัวเหล็กหรือเซรามิกลักษณะคล้ายลูกบอล ใส่เชื่อมต่อกับแกนสะโพกเทียม

  • เบ้าสะโพกเทียม (Cup): ทำหน้าที่แทนเบ้าสะโพกจริง ประกอบไปด้วยโลหะชนิดพิเศษ โดยจะยึดตรึงอยู่บริเวณกระดูกเชิงกราน  

  • ผิวกระดูกอ่อนเทียม (Liner): ทำหน้าที่แทนกระดูกอ่อน ช่วยให้หัวกระดูกสะโพกเทียมเคลื่อนที่ได้อย่างสะดวก โดยจะเป็นวัสดุที่ทำมาจากพลาสติกชนิดพิเศษ (Polyethylene) หรือเซรามิก (Ceramic) ที่มีการสึกกร่อนน้อย

ภาพรวมเทคนิคการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกแนวใหม่แบบไม่ตัดกล้ามเนื้อ  (Direct Anterior Approach Total Hip Replacement)
 

"เจ็บปวดน้อย ฟื้นตัวไว เคลื่อนไหวสะดวก"

ในการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมศัลยแพทย์ส่วนใหญ่จะใช้วิธีการผ่าตัดแบบดั้งเดิม (traditional approach) แต่ทุกวันนี้ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อหลายๆท่าน ได้หันมาให้ความสนใจกับเทคนิดการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกแนวใหม่แบบไม่ตัดกล้ามเนื้อ (direct anterior approach)

การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกแนวใหม่แบบไม่ตัดกล้ามเนื้อ (Direct Anterior Approach Total Hip Replacement) เป็นการผ่าตัดทางเลือกใหม่ที่แตกต่างจากวิธีการผ่าตัดด้วยวิธีดั้งเดิมอย่างสิ้นเชิง โดยการผ่าตัดแบบเดิมนั้นจะทำการผ่าตัดโดยเปิดแผลเข้าทางด้านหลัง (Posterior approach) หรือเข้าทางด้านข้าง (Lateral approach) ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่ต้องทำการตัดกล้ามเนื้อรอบๆ ข้อสะโพกออก โดยการที่ตัดกล้ามเนื้อระหว่างการผ่าตัดนั้น จะส่งผลให้การฟื้นตัวหลังผ่าตัดของคนไข้ช้าลง เพิ่มความเสี่ยงต่อข้อสะโพกเทียมหลุดหลังผ่าตัดรวมถึงเพิ่มอาการเจ็บปวดหลังผ่าตัดอีกด้วย

ปัจจุบันได้มีการพัฒนาเทคนิคการรักษาเพื่อให้ผู้ป่วยฟื้นตัวไวและลดอัตราการเกิดข้อสะโพกหลุดหลังผ่าตัด โดยใช้ “เทคนิคการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกแนวใหม่แบบไม่ตัดกล้ามเนื้อ (direct anterior approach total hip replacement)”

นายแพทย์พนธกร พานิชกุล ศัลยแพทย์กระดูกและข้อ ศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่ากรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ เปิดเผยว่า “เทคนิคการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกแนวใหม่แบบไม่ตัดกล้ามเนื้อ (direct anterior approach total hip replacement)” เป็นการผ่าตัดรูปแบบใหม่ เป็นการผ่าตัดที่แตกต่างจากวิธีการผ่าตัดด้วยวิธีดั้งเดิม โดยจะผ่าตัดเข้าจากด้านหน้าข้อสะโพก (direct anterior approach) เข้าระหว่างกล้ามเนื้อ Tensor fascia lata และ Sartorius ซึ่งจะไม่มีการตัดกล้ามเนื้อใด ๆ ขณะผ่าตัด และรูปแบบการผ่าตัดนั้นผู้ป่วยจะนอนหงายขณะผ่าตัด ทำให้กายวิภาคไม่ผิดท่ามากนัก การใส่ข้อสะโพกเทียมทำได้ตรงจุดและสามารถประเมินความยาวของขาได้แม่นยำขึ้น มากกว่าการผ่าตัดแบบเดิมที่ต้องนอนตะแคงข้างและมีการบิดขา สามารถใช้เอกซเรย์ชนิดพิเศษขณะผ่าตัด เพื่อช่วยเพิ่มความแม่นยำในการใส่ข้อสะโพกเทียมและประเมินความสั้นยาวของสะโพก โดยขนาดของบาดแผลผ่าตัดนั้นจะมีความยาวประมาณ 3-4 นิ้ว ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าการผ่าตัดแบบเดิม (แบบเดิมแผลยาวประมาณ 6 นิ้ว) แผลผ่าตัดจะอยู่ด้านหน้า (Anterior) และสามารถซ่อนแผลใต้รอยขอบบิกินี่ (Bikini incision) ในกรณีที่ผู้ป่วยต้องการอีกด้วย

โดยเทคนิคนี้จะไม่มีการตัดกล้ามเนื้อรอบๆ ข้อสะโพกทำให้ข้อสะโพกเทียมหลุดน้อยกว่าวิธีเดิม เนื่องจากไม่มีการตัดกล้ามเนื้อที่เป็นตัวช่วยเพิ่มความมั่นคงของข้อสะโพกเทียม การผ่าตัดรูปแบบนี้กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกาและแคนาดา สามารถผ่าพร้อมกัน ข้างได้ในคราวเดียว อัตราการสูญเสียเลือดน้อยกว่า 550 cc/ 2 ข้าง เนื้อเยื่อเสียหายน้อย อัตราการเกิดข้อสะโพกหลุดหลังผ่าตัดลดลง เพิ่มความแม่นยำในการควบคุมความยาวของขา อีกทั้งยังใช้เวลาในการผ่าตัดน้อย ทำให้การฟื้นตัวของคนไข้เร็วกว่าปกติ ลดอาการเจ็บหลังผ่าตัด สามารถเดินได้โดยไม่มีการกระเผลกเอียงของลำตัว (Limping) หลังผ่าตัด สามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติ ทำงาน และเล่นกีฬาได้เร็วขึ้นภายใน สัปดาห์

เมื่อผู้ป่วยเข้ารับการผ่าตัดแล้ว แพทย์ชี้ว่า การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกแนวใหม่นี้ มีการฟื้นตัวไวมาก หลังผ่าตัดข้อสะโพกเทียมผู้ป่วยสามารถเดินเองได้ 1 วันหลังผ่าตัด  โดยในหลายๆราย ผู้ป่วยสามารถเดินได้ทันทีภายในวันที่ผ่าตัด นอกจากนี้ยังมีการฟื้นฟูร่างกายหลังการผ่าตัด

นพ.พนธกร พานิชกุล ศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่า กล่าวว่า ที่ผ่านมาการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกโดยวิธีดั้งเดิมนั้น ก็ประสบความสำเร็จในระดับหนึ่งอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดวิธีใหม่ที่ผ่าตัดตรงสู่ข้อสะโพกด้านหน้าโดยที่ไม่ต้องตัดกล้ามเนื้อนี้ เป็นอีกทางเลือกใหม่ที่ช่วยตอบโจทย์ซึ่งเป็นผลดีในผู้ป่วยคือ เจ็บปวดน้อย ฟื้นตัวไหว เคลื่อนไหวสะดวก ภาวะแทรกซ้อนน้อย และการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกแบบไม่ตัดกล้ามเนื้อนี้ เป็นการผ่าตัดรูปแบบใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศสหรัฐอเมริกา แคนาดา และในยุโรป และผมเชื่อว่าเทคนิคนี้จะกลายเป็นมาตรฐานการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกในประเทศไทยในไม่ช้า”

ขณะนี้ทีมแพทย์ศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่ากรุงเทพ ได้รับการฝึกฝนจากต่างประเทศและมีความเชี่ยวชาญ พร้อมให้บริการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกแบบไม่ตัดกล้ามเนื้อให้ผู้ป่วยได้เคลื่อนไหวอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น

 

เป้าหมายของการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกแบบไม่ตัดกล้ามเนื้อ
 

  • ฟื้นตัวไว เพราะไม่มีการตัดกล้ามเนื้อรอบๆข้อสะโพก

  • ข้อจำกัดหลังผ่าตัดน้อยลง ผู้ป่วยจะสามารถใช้สะโพกก้มและรองรับน้ำหนักได้ไวขึ้น

  • ลดรอยแผลเป็น เพราะเทคนิคนี้แผลผ่าเล็ก แผลผ่าตัดอยู่บริเวณขาหนีบ ซึ่งจะลดอาการปวดจากการนั่งบนแผลผ่าตัดด้านหลังในการผ่าตัดแบบดั้งเดิม

  • ข้อเทียมมีความมั่นคงยึ่งขึ้น เนื่องจากเนื้อเยื่อและกล้ามเนื้อไม่เสียหายขณะผ่าตัด

 

ปัจจัยต่างๆที่ควรปรึกษากับศัลยแพทย์ก่อนตัดสินใจผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกแนวใหม่แบบไม่ตัดกล้ามเนื้อ 
 

  • ผู้ป่วยเหมาะสมกับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกแบบไม่ตัดกล้ามเนื้อหรือไม่?

  • มีเทคนิดหรือเทคโนโลยีผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกทางเลือกอื่นๆหรือไม่? และนำมาเปรียบเทียบกับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกแบบไม่ตัดกล้ามเนื้อ

  • ข้อดีและข้อเสียของการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกแบบไม่ตัดกล้ามเนื้อ

  • ระยะเวลาของการพักฟื้นตัวหลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกแบบไม่ตัดกล้ามเนื้อ

  • การปฏิบัติตัวของผู้ป่วยในช่วงพักฟื้นและฟื้นฟูสมรรถภาพ

  • หากตัดสินใจผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกแบบไม่ตัดกล้ามเนื้อผู้ป่วยจะสามารถกลับมาทำกิจวัตรประจำวันได้เมื่อไหร่?

การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด
 

ก่อนผ่าตัดแนะนำให้ผู้ป่วย:

  • ให้ประวัติยาและยาบำรุงที่เคยหรือกำลังรับประทานอยู่ให้กับทีมแพทย์

  • งดสูบบุหรี่อย่างน้อยสองอาทิตย์ก่อนการผ่าตัด

  • อาจต้องมีการลดน้ำหนัก (ตามคำแนะนำของแพทย์)

  • เตรียมสิ่งแวดล้อมภายในบ้านให้พร้อมรองรับการพักฟื้นของผู้ป่วยหลังการผ่าตัด

  • วางแผนและปรึกษาเกี่ยวกับระยะเวลาและรายละเอียดช่วงพักฟื้นกับครอบครัว เพื่อน หรือผู้ดูแล

การพักฟื้นที่โรงพยาบาล

การพักฟื้นหลังการผ่าตัดจะเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์และนักกายภาพบำบัด และอาจรวมถึง
 

  • เริ่มการออกกำลังกายแบบเกร็งกล้ามเนื้อ (Isometric exercise) การเกร็งกล้ามเนื้อโดยไม่ขยับข้อวันละหลายรอบ –ขณะที่ยังนอนพักบนเตียง

  • ออกกำลังขยับข้อเท้าและข้ออื่นๆ

  • ทำความเข้าใจกับกิจกรรมที่ควรหรือไม่ควรทำในช่วงพักฟื้น

ในการผ่าตัดเปลี่ยนสะโพกแนวใหม่แบบไม่ตัดกล้ามเนื้อ ผู้ป่วยบางรายจะสามารถเดินได้ภายในวันผ่าตัด หรือ 1-2 วันหลังผ่าตัด

เมื่อถึงเวลากลับบ้าน

ผู้ป่วยควรจะทำกายภาพภาพต่อเมื่อกลับถึงบ้านตามคำแนะนำของแพทย์หรือนักกายภาพบำบัด

เป้าหมาย:

  • เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยปกป้องข้อสะโพกเทียม

  • เพิ่มการเคลื่อนไหวของข้อสะโพกใหม่

  • ให้กลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การฟื้นฟูนั้นต้องใช้เวลาและความมุ่งมั่น ระยะเวลาที่ใช้จะขึ้นอยู่กับสถานการณ์และสุขภาพโดยรวมของผู้ป่วยแต่ละราย ผู้ป่วยสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ตามคำแนะนำของศัลยแพทย์

กิจกรรมหลังผ่าตัด

หลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพก ผู้ป่วยควรจะคำนึงถึงกิจกรรมต่างๆที่สามารถทำได้โดยปรึกษาศัลยแพทย์ผู้ผ่าตัด  เช่น

  • การขับรถ

  • การมีเพศสัมพันธ์

  • การออกกำลังกายและเล่นกีฬา

  • การกลับไปทำงานได้ตามปกติ

ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมมีแรงกระแทกสูงต่อข้อเทียม เช่นการกระโดด การเล่นกีฬาที่มีแรงกระแทกต่อข้อสะโพกโดยตรง


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมแนวใหม่แบบไม่ตัดกล้ามเนื้อ

Q: เราเหมาะสมกับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมแนวใหม่แบบไม่ตัดกล้ามเนื้อหรือไม่?

A: ศัลยแพทย์กระดูกและข้อผู้ผ่าตัดจะทำการพูดคุยกับผู้ป่วยแต่ละรายว่า เทคนิคนี้เหมาะสมกับผู้ป่วยหรือไม่ โดยทั่วไป การผ่าตัดรูปแบบใหม่นี้สามารถทำได้ในผู้ป่วยทุกราย แต่ทั้งนี้จะมีการประเมินสถานการณ์และปรึกษากับผู้ป่วยว่าตัวเลือกรักษาแต่ละวิธีมีข้อดีข้อเสียอะไรบ้าง


Q: อายุยังน้อยเหมาะสมต่อการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกไหม?

A: การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกนั้นขึ้นอยู่กับความจำเป็น หากผู้ป่วยยังมีอายุน้อย การเลือกการผ่าตัดที่ฟื้นตัวไว และมีการผ่าตัดที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการเลือกข้อเทียมชนิดสึกกร่อนน้อย ก็จะให้ผู้ป่วยได้กลับไปใช้ชีวิตได้อย่างคล่องแคล่วและมีข้อสะโพกเทียมที่ยืนนาน


Q: หากในอนาคต ผู้ป่วยจำเป็นต้องมีการรักษาทางการแพทย์อื่นๆ เช่น การอุดฟัน การผ่าตัดส่องกล้อง จำเป็นต้องมีการระมัดระวังอย่างไรบ้าง?

A: ผู้ป่วยที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกควรแจ้งให้แพทย์และทันตแพทย์ทราบว่ามีข้อสะโพกเทียม ผู้ป่วยอาจจำเป็นต้องทานยาฆ่าเชื้อก่อนการรักษา


Q: หากอาศัยอยู่คนเดียว เราสามารถให้ใครช่วยดูแลในช่วงพักฟื้น?

A: หลังการผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะโพกเทียมในช่วงแรกๆผู้ป่วยควรจะมีผู้ช่วยดูแล หากไม่มีสมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนที่สามารถช่วยดูแล ศัลยแพทย์สามารถแนะนำให้อยู่ที่สถานพักฟื้นหรือโรงพยาบาลเพิ่มเติมเป็นระยะเวลาตามความจำเป็นของผู้ป่วยแต่ละราย


Q: เราสามารถปกป้องข้อสะโพกเทียมได้อย่างไรบ้าง?

A: การผ่าตัดเปลี่ยนข้อสะพกเทียมถูกออกแบบมาให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตอย่างเต็มที่ได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมมีแรงกระแทกสูงต่อข้อเทียม


สอบถามเพิ่มเติมที่ ศูนย์ข้อสะโพกและข้อเข่า
ชั้น 1 อาคารโรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล
เปิดบริการ จันทร์-ศุกร์ 08.00-20.00 น. | เสาร์-อาทิตย์ 08.00-17.00 น.
โทร. 0 2310 3731, 0 2310 3732 หรือ โทร 1719