Skip to main content
ปิด

ค้นหาแพทย์

ไม่แน่ใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร ?

คุณสามารถ นัดหมายแพทย์ โดยไม่ต้องค้นหาแพทย์

การนัดหมายแพทย์นี้ ไม่เหมาะสมในกรณีจำเป็นฉุกเฉิน
และไม่สามารถทำในวันเดียวกันกับวันเข้าพบแพทย์
ในกรณีฉุกเฉินโปรดติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์ +662 310 3000 หรือ 1719 (เบอร์ติดต่อท้องถิ่น)
CLOSE
 
ปิด
ค้นหาแพทย์
นัดหมายแพทย์
ศูนย์แจ้งเตือน
หน้าหลัก
ศูนย์รักษาโรค
ข้อมูลสำหรับผู้ป่วย
ข้อมูลสุขภาพ
เกี่ยวกับเรา
สินค้า โรงพยาบาล
ปิด

ซีสต์รังไข่ รักษาทันแค่เช็กให้ใกล้ชิด

image

            เรื่องภายในของคุณผู้หญิงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจและหมั่นตรวจเช็ก โดยเฉพาะซีสต์รังไข่ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอย่างที่หลายคนคิด เพราะบางครั้งอาจไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า รู้ตัวอีกครั้งแม้จะรักษาได้ก็ส่งผลกระทบกับร่างกายไปมากแล้ว  ดังนั้นการเข้าใจเรื่องซีสต์รังไข่และหมั่นสังเกตตนเองจึงเป็นหนทางของการป้องกันและรับมือได้อย่างถูกวิธี

 

รู้จักรังไข่ให้ดีพอ

            รังไข่เป็นอวัยวะขนาดเล็กที่อยู่บริเวณด้านข้างปีกมดลูกทั้ง 2 ข้าง มีหน้าที่ในการสร้างฮอร์โมนต่าง ๆ ของผู้หญิงให้สมดุล  โดยเฉพาะฮอร์โมนเอสโตรเจนที่ช่วยกระตุ้นการมาของประจำเดือน ซึ่งทุก ๆ เดือนรังไข่จะผลิตไข่ใบเล็ก ๆ ออกมา โดยไข่จะเคลื่อนสู่ด่านล่างผ่านท่อนำไข่หรือที่มักเรียกกันว่าการตกไข่ เพื่อให้พร้อมในการผสมกับอสุจิของเพศชาย 

 

ต้นเหตุของซีสต์รังไข่

            ซีสต์มีลักษณะเป็นถุงที่เต็มไปด้วยของเหลว ซึ่งสามารถก่อตัวขึ้นได้ในรังไข่ เมื่อเกิดการตกไข่ผิดปกติจะทำให้เกิดการคั่ง มีถุงน้ำในรังไข่ หรือไข่ไม่ตก ทำให้เกิดเป็นถุงน้ำขนาดเล็กในรังไข่ทั้งสองข้าง หรือมีการแบ่งเซลล์ในรังไข่ที่ผิดปกติไป ทำให้รังไข่มีโอกาสเกิดซีสต์ที่รังไข่ได้บ่อยกว่าอวัยวะอื่นๆ หากพบในคนอายุน้อยมักจะเป็นซีสต์ปกติที่หายได้ แต่ถ้าพบในคนวัยใกล้หมดประจำเดือนอาจเป็นซีสต์ผิดปกติที่มีโอกาสเป็นหรือไม่เป็นมะเร็งก็ได้

 

ชนิดของซีสต์รังไข่

  • ซีสต์รังไข่มีหลายชนิดและพบบ่อยในช่วงวัยเจริญพันธุ์ตั้งแต่ 15 - 49 ปี ที่ควรรู้จักไว้มี 5 ชนิด คือ
  • ซีสต์ที่เกิดขึ้นในระหว่างการตกไข่ (Functional Cyst) พบได้บ่อยที่สุดในผู้หญิง
  • ภาวะที่รังไข่มีถุงน้ำจำนวนมาก (Polycystic Ovaries) เกิดจากการที่ถุงไข่ (Follicle) ที่มีหน้าที่สร้างไข่ เปิดออกไม่ได้จนทำให้ซีสต์ก่อตัวขึ้น
  • โรคเยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) หากเป็นโรคนี้เนื้อเยื่อจากเยื่อบุโพรงมดลูกจะไปเจริญขึ้นในบริเวณอื่นของร่างกายรวมถึงรังไข่ ทำให้ปวดรุนแรงและส่งผลต่อการมีบุตร
  • ซีสต์ที่เซลล์บนพื้นผิวรังไข่ (Cystadenomas) ซีสต์ชนิดนี้ส่วนมากจะมีของเหลวอยู่ด้านใน         –
  • ซีสต์ที่ภายในมีเนื้อเยื่อลักษณะเหมือนกับเนื้อเยื่อส่วนอื่นๆ ของร่างกาย (Dermoid Cysts) เช่น เนื้อเยื่อผิวหนัง ผม ฟัน

           

อาการต้องสังเกต

            ความน่ากลัวของซีสต์รังไข่คือ ส่วนใหญ่มักไม่แสดงอาการจนกระทั่งไปพบแพทย์เพื่อตรวจภายใน แต่ในขณะเดียวกันก็สามารถสังเกตอาการต่างๆ เบื้องต้นได้เช่นกัน ดังนี้

  • ปวดท้อง
  • ปวดปัสสาวะบ่อย ถ่ายปัสสาวะลำบาก
  • เจ็บหรือปวดหลังส่วนล่าง
  • เจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์
  • ปวดประจำเดือนมาก มีเลือดออกผิดปกติ

 

ตรวจวินิจฉัยให้ละเอียด

            การตรวจวินิจฉัยว่าเป็นซีสต์รังไข่สามารถทำได้โดยสูติ-นรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งวิธีตรวจที่ช่วยให้แพทย์สามารถเห็นรายละเอียดได้ชัดเจน คือ การอัลตราซาวนด์เพื่อดูอวัยวะในอุ้งเชิงกราน โดยสามารถตรวจได้ 2 วิธีคือ ตรวจผ่านทางหน้าท้องหรือตรวจผ่านทางช่องคลอด ใช้เวลาไม่นานและไม่รู้สึกเจ็บปวด ที่สำคัญคือบอกขนาด รูปร่าง ตำแหน่ง และจำนวนได้อย่างละเอียด ทำให้แพทย์วินิจฉัยได้อย่างตรงจุดชัดเจนและวางแผนการรักษาได้อย่างถูกต้องเหมาะสม

 

เดอร์มอยด์ซีสต์ไม่ใช่เรื่องลี้ลับ

            หนึ่งในความผิดปกติของซีสต์ที่น่าสนใจคือ เดอร์มอยด์ซีสต์ (Dermoid Cysts) เพราะหลายคนมักเข้าใจว่าลักษณะถุงที่ภายในมีไขมัน ฟัน เส้นผม กระดูก และเนื้อเยื่ออื่นๆ ปะปนอยู่เกิดจากการที่คนมีวิชาอาคมทำของใส่ตามความเชื่อที่บอกเล่ากันมา ซึ่งความจริงแล้วความผิดปกติที่เกิดขึ้นนั้นเป็นซีสต์อีกประเภทหนึ่งที่มีชื่อว่า เดอร์มอยด์ซีสต์ เกิดจากการที่เนื้อเยื่อที่ต้องเจริญเติบโตไปเป็นเซลล์ที่ผิวหนังนอกร่างกายเจริญเติบโตผิดที่ไปอยู่ที่ช่องท้องบริเวณรังไข่ ทำให้เกิดซีสต์ที่มีลักษณะเป็นถุงเต็มไปด้วยของเหลวมีไขมัน เส้นผม ฟัน หนังศีรษะ ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้ทั่วร่างกาย ความน่ากลัวของเดอร์มอยซีสต์คือ ไม่แสดงอาการล่วงหน้าจนกระทั่งปวดท้องรุนแรงเฉียบพลันทนไม่ไหวแล้วมาพบแพทย์ ซึ่งการรักษาสามารถทำได้ด้วยการผ่าตัดและเมื่อเป็นแล้วมีโอกาสกลับมาเป็นได้อีก

 

หมดกังวลกับซีสต์รังไข่

            ปัจจุบันการรักษาซีสต์รังไข่สามารถทำได้โดยการผ่าตัดส่องกล้อง (Laparoscopic Surgery) ซึ่งข้อดีของวิธีการผ่าตัดแบบนี้คือ ช่วยให้แผลเล็ก เจ็บน้อย ฟื้นตัวไว กลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้ดังเดิม แต่สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการหมั่นสังเกตความผิดปกติของร่างกายและอย่าละเลยการตรวจภายในเป็นประจำอย่างน้อยปีละครั้งกับสูติ-นรีแพทย์ในผู้ที่ยังไม่เคยเป็น และสำหรับผู้ที่เคยเป็นซีสต์รังไข่แล้ว แนะนำให้พบสูติ-นรีแพทย์ทุก 1 เดือน 3 เดือน 6 เดือน และ 1 ปี เพื่อจะได้รับมือได้อย่างทันท่วงที

 

ข้อมูล : พญ.หยิงฉี หวัง สูติ-นรีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญการผ่าตัดส่องกล้อง โรงพยาบาลกรุงเทพ 


สอบถามเพิ่มเติม ศูนย์สุขภาพสตรีกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ

โทร. 0 2310 3005 หรือ โทร 1719