Skip to main content
ปิด

ค้นหาแพทย์

ไม่แน่ใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร ?

คุณสามารถ นัดหมายแพทย์ โดยไม่ต้องค้นหาแพทย์

การนัดหมายแพทย์นี้ ไม่เหมาะสมในกรณีจำเป็นฉุกเฉิน
และไม่สามารถทำในวันเดียวกันกับวันเข้าพบแพทย์
ในกรณีฉุกเฉินโปรดติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์ +662 310 3000 หรือ 1719 (เบอร์ติดต่อท้องถิ่น)
CLOSE
 
ปิด
ค้นหาแพทย์
นัดหมายแพทย์
ศูนย์แจ้งเตือน
หน้าหลัก
ศูนย์รักษาโรค
ข้อมูลสำหรับผู้ป่วย
ข้อมูลสุขภาพ
เกี่ยวกับเรา
ซื้อโปรโมชั่นแพคเกจออนไลน์
ปิด

เปิดตัว คลินิกปวดศีรษะ รพ.กรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล

photo

รพ.กรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล เดินหน้ารักษาอาการปวดหัวครบวงจร ระดมทีมผู้เชี่ยวชาญ เปิดคลินิกปวดศีรษะ ป้องกันกรณีเสียชีวิตจากอาการปวดรุนแรง

          นพ.ยรรยงค์ ทองเจริญ อายุรแพทย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า อาการปวดศีรษะ เป็นอาการที่ผู้ป่วยเข้ามาปรึกษาประสาทแพทย์เป็นอันดับต้นๆ  อาการปวดศีรษะทำให้เกิดความทุกข์ทรมานทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ รวมทั้งทำให้ไม่สามารถทำงานได้ หรือทำงานได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพ เป็นเหตุผลให้ โรงพยาบาลกรุงเทพ ตัดสินใจเปิดคลินิกปวดศีรษะขึ้น ด้วยความพร้อมของทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และเทคโนโลยีอันทันสมัย เชื่อว่าจะช่วยให้การรักษาโรคปวดศีรษะทำได้ครอบคลุมทุกอาการปวดมากขึ้น

 “ต้องยอมรับว่าปัจจุบันอาการปวดศีรษะมีความหลากหลายและเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น อาการปวดศีรษะที่เกิดขึ้นจากความผิดปกติของสมอง และ เส้นประสาท อาการปวดศีรษะที่มีสาเหตุจากภายในหรือภายนอกศีรษะจากภาวะต่างๆ เช่น เนื้องอก, เลือดออกในสมอง, การติดเชื้อในสมอง หรือเยื่อหุ้มสมอง และ การปวดศีรษะจากเส้นประสาทที่ทำให้เกิดการอักเสบ ซึ่งอาการปวดหัวที่เกิดขึ้นในบางกรณีมีความรุนแรงและอันตรายถึงแก่ชีวิต”

อายุรแพทย์สมองและระบบประสาท  แนะว่า คนทั่วไปสามารถสังเกตลักษณะอาการปวดที่เป็นสัญญาณเตือนให้รีบไปพบแพทย์ เช่น อาการปวดศีรษะอย่างรุนแรง ภายในระยะเวลาเป็นวินาทีหรือนาที อาการปวดศีรษะที่พบร่วมกับความผิดปกติของระบบประสาท เช่น ซึมลงหรือสับสน,ความจำผิดปกติ, แขน-ขา อ่อนแรง, การมองเห็นผิดปกติ, ชักเกร็ง อาการปวดศีรษะที่มีอาการทางระบบอื่นๆ เช่น ไข้, หนาวสั่น, เหงื่อออกกลางคืน,น้ำหนักลด อาการปวดศีรษะต่อเนื่องกันทุกวัน, ปวดศีรษะรุนแรงมากขึ้น, ความถี่ของการปวดเพิ่มขึ้น หรือ ลักษณะการปวดที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

นอกจากนี้สำหรับอาการปวดอื่นๆ เช่น อาการปวดศีรษะที่เกิดจากการ ไอ, จาม, เบ่ง, การออกกำลัง หรือ การเปลี่ยนท่าทาง ปวดศีรษะที่เกิดในคนอายุมากกว่า 40 ปี, ผู้ป่วยโรคมะเร็ง, ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน ปวดศีรษะที่เกิดในผู้ที่ตั้งครรภ์ หรือ หลังคลอด หรือผู้รับประทานยาคุมกำเนิด และปวดศีรษะที่เกิดในผู้ที่มีภาวะอ้วนมาก ทั้งหมดนี้เป็นสัญญาณเบื้องต้นแจ้งเตือนให้ผู้ป่วยควรรีบไปพบแพทย์ให้เร็วที่สุด

เรืออากาศโท นพ.กีรติกร ว่องไววาณิชย์  อายุรแพทย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวเสริมว่า อาการปวดที่พบศีรษะที่พบได้บ่อย ณ ปัจจุบัน คือ ปวดศีรษะไมเกรน ซึ่งพบในผู้หญิงมากกว่าผู้ชาย โดยอาการที่แสดงออกชัดเจนคือ ผู้ป่วยมีอาการปวดศีรษะข้างเดียว หรืออาจย้ายข้างได้หรือปวดศีรษะทั้ง 2 ข้าง รูปแบบการปวดไมเกรนมีอาการปวดแบบตุ้บๆ (คล้ายเส้นเลือดเต้น) และอาจปวดรุนแรงมากจนทำให้การเรียน หรือ การทำงานเสียไป ในบางรายอาจส่งผลถึงการทำกิจวัตรทั่วไป เช่นการเดินจะทำให้อาการปวดเป็นมากขึ้น ร่วมกับมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือ มีอาการไม่อยากเห็นแสงจ้าและไม่อยากได้ยินเสียงดัง ถ้าไม่ได้รับการรักษา อาการปวดศีรษะจะเป็นอยู่นาน 4-72 ชั่วโมง บางคนอาจมีอาการเจ็บที่บริเวณหนังศีรษะหรือรอบกระบอกตาร่วมด้วยได้

อายุรแพทย์สมองและระบบประสาท  บอกว่า อาการปวดศีรษะไมเกรน เกิดจากความผิดปกติของระบบไฟฟ้าที่ผิวสมอง ทำให้สมองเกิดการกระตุ้นได้ง่าย และไวกว่าคนปกติ หลังจากสมองถูกกระตุ้นแล้ว จะเกิดกระแสไฟฟ้าวิ่งไปตามผิวของสมองอย่างช้าๆ (ทำเกิดอาการการเตือนขึ้นมา) กระแสไฟฟ้าที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้การไหลเวียนของเลือดในสมองเปลี่ยนแปลงไป และยังไปกระตุ้นเส้นประสาทสมอง ทำให้เกิดการหลั่งสารสื่อประสาทบางชนิดมีผลทำให้หลอดเลือดสมองเกิดการขยายตัวและเกิดการอักเสบขึ้น เป็นผลทำให้มีอาการปวดศีรษะในที่สุด

          “ปวดศีรษะไมเกรนมีความแตกต่างอย่างชัดเจนเมื่อเทียบกับอาการปวดศีรษะจากกล้ามเนื้อตึงตัว ซึ่งมีอาการปวดศีรษะทั้ง 2 ข้างลักษณะปวดหนักๆ เหมือนโดนบีบรัด อาการปวดระดับน้อยถึงปานกลาง การทำกิจวัตรทั่วไปไม่กระตุ้นให้ปวดมากขึ้น มักไม่มีอาการคลื่นไส้อาเจียน อาจมีอาการไวต่อแสงจ้าหรือไวต่อเสียงดัง”

เรืออากาศโท นพ.กีรติกร บอกว่า ไมเกรน  เป็นอาการปวดศีรษะที่พบได้บ่อยเป็นอันดับ 2 รองจากอาการปวดศีรษะจากกล้ามเนื้อเกร็ง(Tension type headache) ซึ่งพบได้ในผู้หญิงมากกว่าผู้ชายประมาณ 2-3 เท่า โดยมักเริ่มมีอาการครั้งแรกตอนช่วงวัยรุ่นถึงวัยกลางคน

อาการปวดศีรษะไมเกรนสามารถแบ่งได้ออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ ไมเกรนที่ไม่มีอาการเตือน (Migraine without aura)และไมเกรนที่มีอาการเตือน (Migraine with aura) ซึ่งอาการเตือนที่พบบ่อย ได้แก่ การมองเห็นผิดปกติ โดยจะเห็นแสงเป็นเส้นซิกแซกคล้ายฟันเลื่อยอาจจะมีหรือไม่มีสี หรือเห็นภาพมืดไปเป็นบางส่วน หรือมองเห็นภาพไม่ชัด หลับตาแล้วยังเห็นได้อยู่ หรือเห็นภาพบิดเบี้ยว ซึ่งอาการผิดปกติของการมองเห็น จะเคลื่อนที่อย่างช้าๆ อาการเตือนอื่นๆ เช่น อาการชาที่มือ-แขน หรือชารอบปาก, ไม่สามารถพูดได้ชั่วคราวหรือนึกชื่อไม่ออก, หรือมีอาการ อ่อนแรงของแขน-ขาซีกหนึ่งของร่างกาย เป็นต้น

ในผู้ป่วยบางรายจะพบว่ามีสิ่งกระตุ้น ที่ทำให้เกิดอาการปวดศีรษะไมเกรนขึ้นมา เช่น ภาวะเครียด, การอดนอน, การนอนและตื่นที่ไม่เป็นเวลา,ช่วงที่เป็นประจำเดือน, กลิ่นหรือควัน, การเปลี่ยนแปลงของอากาศ หรือ ความร้อน, แสงแดด, อาหารบางชนิด (อาหารหมักดอง, ชีส, ไวน์) ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้ป่วยควรสังเกตและพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นนั้น

          “ปวดศีรษะไมเกรน ถ้าไม่ได้รับการรักษาหรือได้รับการรักษาช้า จะทำให้มีการเปลี่ยนแปลงของระบบรับความเจ็บปวดในสมองทำให้มีอาการปวดศีรษะที่รุนแรงขึ้น ความถี่ของการปวดศีรษะเพิ่มมากขึ้น  ไม่ตอบสนองต่อยาแก้ปวด และอาจพบอาการเจ็บแปล๊บๆ ที่บริเวณรอบกระบอกตา หรือ หนังศีรษะ ตลอดจนพบความผิดปกติของสมองเช่น สมองฝ่อเล็กลง และมีการเปลี่ยนแปลงของเนื้อสมองสีขาว”

อย่างไรก็ตามแม้การปวดศีรษะไมเกรนเป็นโรคเรื้องรัง แต่สามารถควบคุมได้ด้วยการปฏิบัติตัวอย่างถูกต้อง และการใช้ยาอย่างเหมาะสมและเมื่ออายุมากขึ้นมักจะมีอาการปวดศีรษะลดลง สำหรับการรักษาปวดศีรษะไมเกรน แบ่งได้ 2 ประเภท คือ

  1. ระยะที่มีอาการปวดศีรษะเฉียบพลัน ใช้เฉพาะเวลามีอาการปวดศีรษะเท่านั้น และให้รับประทานยาหลังจากที่เริ่มมีอาการปวดศีรษะทันที จะได้ผลในการรักษาอาการปวดศีรษะที่ดี 
  2. ระยะที่ไม่ปวดศีรษะ (ยาป้องกันอาการปวดศีรษะไมเกรน) ต้องรับประทานติดต่อกันทุกวัน ท้ายสุดสำหรับผู้ที่มีอาการปวดศีรษะไมเกรนในช่วงมีประจำเดือน สามารถรับประทานยา ยาลดการอักเสบที่ไม่ไช่สเตียรอด์ หรือ ยากลุ่มทริปแทน ในช่วงก่อนมีประจำเดือนประมาณ 2-3 วัน และ รับประทานยาต่อ จนหมดประจำเดือน 4-5 วัน

        โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนลมีความพร้อมในการรักษาผู้ป่วยโรคปวดหัวครบวงจร ด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญจากคลินิกปวดศีรษะ พร้อมให้การรักษาผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที เพื่อหลีกเลี่ยงกรณีเสียชีวิตจากอาการปวดศีรษะรุนแรง

 


สอบถามเพิ่มเติมที่ คลินิคปวดศีรษะ ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล
ชั้น 1 และ 2 อาคารโรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล
โทร 0 2310 3011 หรือ โทร 1719 แฟกซ์ 0 2310 3012
Email: info@bangkokhospital.com