Skip to main content
ปิด

ค้นหาแพทย์

ไม่แน่ใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร ?

คุณสามารถ นัดหมายแพทย์ โดยไม่ต้องค้นหาแพทย์

การนัดหมายแพทย์นี้ ไม่เหมาะสมในกรณีจำเป็นฉุกเฉิน
และไม่สามารถทำในวันเดียวกันกับวันเข้าพบแพทย์
ในกรณีฉุกเฉินโปรดติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์ +662 310 3000 หรือ 1719 (เบอร์ติดต่อท้องถิ่น)
CLOSE
 
ปิด
ค้นหาแพทย์
นัดหมายแพทย์
ศูนย์แจ้งเตือน
หน้าหลัก
ศูนย์รักษาโรค
ข้อมูลสำหรับผู้ป่วย
ข้อมูลสุขภาพ
เกี่ยวกับเรา
สินค้า โรงพยาบาล
ปิด

คน “อ้วนซ่อนรูป” เสี่ยงไขมันเกาะตับ

 

photo

แนะคนไทยเฝ้าระวัง “ไขมันเกาะตับ” สาเหตุไตวายคร่าชีวิตพร้อมโชว์ประสิทธิภาพเครื่องวัดความยืดหยุ่นของตับ Fibroscan with CAP (Controlled Attenuation Parameter) ช่วยแพทย์วินิจฉัย คัดกรองกลุ่มเสี่ยง

     โรคตับที่พบบ่อยในชาวเอเชีย และคนไทย นอกจากไวรัสตับอักเสบบี, ซีและโรคตับแข็งจากการดื่มแอลกอฮอลล์แล้วปัจจุบันยังพบภาวะไขมันสะสมในตับหรือไขมันเกาะตับในผู้ป่วยชาวไทยเพิ่มขึ้น

ภาวะไขมันสะสมในตับ

     ภาวะไขมันสะสมในตับ คือ ภาวะที่ร่างกายมีการสะสมของไขมันภายในเซลล์ตับในรูปของไตรกลีเซอไรด์ ในคนไข้บางรายอาจพบการอักเสบของตับร่วมด้วยซึ่งการปล่อยให้ตับอักเสบเรื้อรังอาจนำไปสู่การเกิดพังผืดในตับหรือภาวะตับแข็งได้ในที่สุด “ไขมันเกาะตับอาจดูไม่รุนแรง แต่แสดงให้เห็นถึงความเสี่ยงเป็นโรคตับแข็งในระยะเริ่มต้น โดยเฉพาะคนอ้วนหรือมีภาวะน้ำหนักเกิน ผู้ที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน
แต่ก็ใช่ว่าคนที่มีรูปร่างผอมบางจะไม่มีความเสี่ยง โดยเฉพาะคนอ้วนซ่อนรูป ซึ่ง 1 ใน 4 กลุ่มนี้พบภาวะไขมันสะสมในตับ”
     จากอุบัติการณ์ที่พบทำให้โรคไขมันสะสมในตับกลายเป็นโรคยอดฮิตในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา หลังจากตรวจพบครั้งแรกในอเมริกา จากคนอ้วนกลุ่มหนึ่งที่มีค่าตับที่สูงขึ้น และเมื่อตรวจอย่างละเอียดในคนไข้กลุ่มนี้ ทำให้พบว่ามีไขมันเกาะอยู่เต็มเนื้อตับ 
     “ปัจจุบันอุบัติการณ์ของโรคดังกล่าวยังคงเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนโดยเฉพาะในกลุ่มคนเอเชียที่มีรูปร่างเล็ก ผอมบาง แต่มีภาวะอ้วนลงพุงจากพฤติกรรมการใช้ชีวิต กินดีอยู่ดี ไม่ชอบออกกำลังกาย”
     ภาวะไขมันเกาะตับมีความเชื่อมโยงกับโรคเบาหวาน ความดันสูง คอเลสเตอรอลสูงและน้ำหนัก และรอบเอวเกิน หรือรวมเรียกว่า โรคเมตาบอลิคซินโดรม อย่างเห็นได้ชัด 

ปัจจัยสำคัญของการเกิดภาวะไขมันสะสมในตับ

     ปัจจัยสำคัญของการเกิดภาวะไขมันสะสมในตับ คือ อาการดื้อต่ออินซูลินร่วมกับกลไกอื่นที่มากระตุ้น เช่น การอักเสบและการตายของเซลล์ตับ ซึ่งผู้ป่วยส่วนมากจะไม่แสดงอาการให้เห็นชัดเจนในขณะที่บางรายที่เป็นมานาน จะเริ่มมีอาการจุกแน่นบริเวณชายโครงด้านขวาหรือมีอาการเริ่มต้นของภาวะตับแข็ง เช่น อ่อนเพลีย ท้องโต ปรากฏให้เห็นในอดีตคนไข้ที่พบภาวะเสี่ยงตับแข็งหรือไขมันเกาะตับในระยะเริ่มต้นแพทย์จะทำการเจาะชิ้นเนื้อตับเพื่อตรวหาความผิดปกติ และให้ยารักษาในขณะที่ปัจจุบันวิทยาการทางการแพทย์ได้พัฒนาเครื่องวัดความยืดหยุ่นของตับ Fibroscan with CAP (Controlled Attenuation Parameter) ที่ให้ผลวิเคราะห์ที่ชัดเจนด้วยเทคนิกอัลตราซาวนด์แทนการเจาะชิ้นเนื้อ เพื่อลดอาการเจ็บปวด และผู้ป่วยไม่ต้องเสียเวลาพักรักษา

การตรวจวินิจฉัย

     Fibroscan เป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในการตรวจวินิจฉัยเพื่อดูสภาพการเกิดพังผืดในเนื้อตับเข้ามาช่วยที่ทางโรงพยาบาลกรุงเทพเป็นแห่งแรกในประเทศไทยที่นำใช้เทคโนโลยีนี้มาใช้วินิจฉัยผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยงนอกจากจะสามารถตรวจประเมินสภาวะพังผืดในเนื้อตับในผู้ป่วยที่เป็นตับแข็งระยะแรกๆ รวมถึงติดตามผลแล้วยังช่วยประเมินระดับความรุนแรงเพื่อวางแผนการรักษาและวินิจฉัยภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยที่มีภาวะตับแข็งแทนการเจาะเนื้อตับอีกทั้งยังสามารถประเมินและแสดงปริมาณไขมันสะสมในตับสำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อภาวะไขมันพอกตับ (Fatty liver) ได้พร้อมกันภายในครั้งเดียวอย่างรวดเร็วและชัดเจน

     “เครื่องดังกล่าวสามารถบอกได้ถึงปริมาณไขมันที่สะสมในตับและตรวจหาภาวะพังผืดในเนื้อตับ ระดับคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ เพื่อนำไปสู่การวินิจฉัยและยืนยันผลการรักษาโดยคนไข้ที่ได้รับการรักษาอย่างทันท่วมทีจะช่วยชะลออาการและป้องกันความเสี่ยงต่อภ
าวะตับอักเสบ และตับแข็งในอนาคต”

     ภาวะไขมันเกาะตับ มีความรุนแรงและแตกต่างจากโรคตับที่เกิดจากไวรัสเนื่องจากไม่มียารักษา นอกจากการออกกำลังกาย เปลี่ยนนิสัยการกินอยู่ลดอาหารประเภทแป้งและไขมัน ซึ่งคนไข้กลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะชะล่าใจคิดว่าตัวเองยังแข็งแรง สุขภาพดี รอจนกระทั่งเกิดการอักเสบเมื่อมาพบแพทย์ก็สายไปแล้ว
     คนไข้ที่จำเป็นต้องตรวจตับเป็นพิเศษคือ คนที่มีภาวะตับอักเสบเรื้อรังหรือมีค่าการทำงานของตับที่ผิดปกติเกินกว่า 6 เดือน มีภาวะบ่งบอกว่าเป็นตับแข็งระยะต้น เช่น ผลเลือดมีเกล็ดเลือดต่ำ ค่าตับสูงเล็กน้อยม้ามโตเล็กน้อย เครื่องนี้จะบอกได้ว่าตับแข็งหรือไม่

     อย่างไรก็ตาม แม้ในปัจจุบันจะยังไม่มียารักษาพังผืดในตับแต่แพทย์และนักวิจัยทั่วโลกได้พยายามเดินหน้าวิจัยและพัฒนายารักษาเพื่อป้องกันไม่ให้พังพืดที่เกิดในระยะเริ่มต้นกลายเป็นสาเหตุทำให้ตับแข็งตามมาในภายหลัง


ศูนย์โรคทางเดินอาหารและตับกรุงเทพ
ชั้น 2 อาคารโรงพยาบาลกรุงเทพ
เวลาทำการ
จันทร์-ศุกร์ 08.00-19.00 น.
เสาร์-อาทิตย์ 08.00-15.00 น.
โทร 0 2310 3403, 1719