Skip to main content
ปิด

ค้นหาแพทย์

ไม่แน่ใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร ?

คุณสามารถ นัดหมายแพทย์ โดยไม่ต้องค้นหาแพทย์

การนัดหมายแพทย์นี้ ไม่เหมาะสมในกรณีจำเป็นฉุกเฉิน
และไม่สามารถทำในวันเดียวกันกับวันเข้าพบแพทย์
ในกรณีฉุกเฉินโปรดติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์ +662 310 3000 หรือ 1719 (เบอร์ติดต่อท้องถิ่น)
CLOSE
 
ปิด
ค้นหาแพทย์
นัดหมายแพทย์
ศูนย์แจ้งเตือน
หน้าหลัก
ศูนย์รักษาโรค
ข้อมูลสำหรับผู้ป่วย
ข้อมูลสุขภาพ
เกี่ยวกับเรา
ซื้อโปรโมชั่นแพคเกจออนไลน์
ปิด

ปวดศีรษะไมเกรนในผู้หญิง (Migraine Headache)

photo

อาการปวดศีรษะเป็นอาการที่พบได้บ่อยมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้หญิงจะพบความชุกของโรคปวดศีรษะไมเกรนมากกว่าผู้ชายถึง 3 เท่า ในช่วงวัยเด็ก ผู้หญิงกับผู้ชายจะมีความชุกของอาการปวดศีรษะใกล้เคียงกัน แต่หลังจากเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ ระบบฮอร์โมนของร่างกายจะมีการเปลี่ยนแปลงแตกต่างกันไป ผู้หญิงจะมีการผลิตฮอร์โมน “เอสโตรเจน (estrogen)” จากรังไข่ ซึ่งฮอร์โมนนี้จะมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงวัยหมดประจำเดือน ฮอร์โมนนี้จึงมีระดับคงที่

ทำไมจึงเป็นไมเกรนช่วงที่มีประจำเดือน?

ในช่วงก่อนมีประจำเดือนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเพศ ก่อนมีประจำเดือน 1-3 วันระดับเอสโตรเจนจะลดลงอย่างรวดเร็ว (estrogen withdrawal) ในผู้ที่สมองมีความไวต่อสิ่งกระตุ้นมากกว่าปกติ (จากพันธุกรรม) หรือผู้ที่เป็นโรคปวดศีรษะไมเกรนอยู่แล้ว จะเกิดการกระตุ้นให้ทำให้ปวดศีรษะไมเกรนได้

ในช่วงก่อนหมดประจำเดือน (premenopausal) เป็นอีกช่วงอายุที่สามารถพบอาการปวดศีรษะไมเกรนเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมนเพศได้มาก ระดับฮอร์โมนไม่คงที่ รวมทั้งอาจจะมีปัญหาเรื่องร้อนวูบวาบในเวลากลางคืน ทำให้การนอนหลับไม่ดี เกิดการกระตุ้นให้ปวดศีรษะไมเกรนได้ง่าย

ลักษณะอาการของปวดศีรษะไมเกรนช่วงที่มีประจำเดือน

อาการปวดศีรษะมักจะเกิดก่อนที่จะมีประจำเดือน 2 วัน จนถึงขณะที่มีประจำเดือนวันที่ 3 ได้ อาการปวดศีรษะมักจะเกิดรุนแรงมากกว่าและเป็นนานกว่าไมเกรนปกติ พบอาการอื่นร่วมกับอาการปวดศีรษะ เช่น คลื่นไส้, อาเจียน, มีความไวต่อ แสง-เสียง-กลิ่น เพิ่มมากขึ้น ในผู้ป่วยบางรายตอบสนองไม่ดีต่อยารักษาไมเกรนแบบเฉียบพลัน หรือมีการปวดศีรษะกลับเป็นซ้ำใหม่ได้มากกว่าปกต

การรักษา

การรักษาแบ่งได้เป็น 2 ระยะ คือ
 

1.การรักษาช่วงที่มีอาการปวดเฉียบพลัน ให้การรักษาเหมือนกับไมเกรนทั่วไป เช่น ยาทริปแทน (triptans), ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เป็นต้น แต่อาจต้องใช้ยาในขนาดที่สูงกว่าปกติ หรืออาจจำเป็นต้องทานยาหลายชนิดควบคู่กัน รวมทั้งต้องให้การรักษาที่รวดเร็วและเหมาะสม

2.การรักษาแบบป้องกัน จะแนะนำในผู้ที่มีอาการรุนแรง หรือไม่ตอบสนองต่อยาแก้ปวดแบบเฉียบพลัน สามารถให้ยาป้องกันได้ 2 ลักษณะ คือ ให้ระยะสั้นเฉพาะช่วงก่อนมีประจำเดือน และ ให้ระยะยาวทานติดต่อกันทุกวัน

ยาในกลุ่มนี้ มีหลายชนิด เช่น ยาทริปแทน (triptans) ที่ออกฤทธิ์ยาว, ยาแก้อักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs), ยาคุมกำเนิด (ชนิดทาน, เจล, แปะ), ยา ซึ่งยาแต่ละชนิดจะมีข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป ขึ้นกับปัจจัยของผู้ป่วยแต่ละคน

ยาคุมกำเนิด หรือ ยาที่มีฮอร์โมนเอสโตรเจน เป็นยาที่ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้ที่เป็นไมเกรนชนิดมีอาการเตือน (Migraine with aura) เนื่องจากยาคุมกำเนิด สามารถเพิ่มปัจจัยเสี่ยงของการเกิดเส้นเลือดสมองตีบในผู้ป่วยกลุ่มนี้ รวมทั้งเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดเส้นเลือดดำอุดตันอีกด้วย ดังนั้นในผู้ป่วยไมเกรนชนิดมีอาการเตือน หรือ ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงทางโรคหลอดเลือด ควรต้องได้รับการตรวจเพิ่มเติม และวิเคราะห์หาปัจจัยเสี่ยงจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ก่อนพิจารณาใช้ยาคุมกำเนิด

ช่วงมีประจำเดือน เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดไมเกรนได้ถึง 2 เท่า

 


สอบถามเพิ่มเติมที่ คลินิกปวดศีรษะ ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพ
ชั้น 1 และ 2 อาคารโรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล
โทร 0 2310 3011 หรือ โทร 1719 แฟกซ์ 0 2310 3012
Email: info@bangkokhospital.com