Skip to main content
ปิด

ค้นหาแพทย์

ไม่แน่ใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร ?

คุณสามารถ นัดหมายแพทย์ โดยไม่ต้องค้นหาแพทย์

การนัดหมายแพทย์นี้ ไม่เหมาะสมในกรณีจำเป็นฉุกเฉิน
และไม่สามารถทำในวันเดียวกันกับวันเข้าพบแพทย์
ในกรณีฉุกเฉินโปรดติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์ +662 310 3000 หรือ 1719 (เบอร์ติดต่อท้องถิ่น)
CLOSE
 
ปิด
ค้นหาแพทย์
นัดหมายแพทย์
ศูนย์แจ้งเตือน
หน้าหลัก
ศูนย์รักษาโรค
ข้อมูลสำหรับผู้ป่วย
ข้อมูลสุขภาพ
เกี่ยวกับเรา
ซื้อโปรโมชั่นแพคเกจออนไลน์
ปิด

การรักษาอาการปวดศีรษะด้วยการใช้ยา

photo

การใช้ยารักษาอาการปวดศีรษะมีหลากหลายรูปแบบจะขึ้นอยู่กับลักษณะอาการและความรุนแรงของอาการปวด ได้แก่
 

1. Migraine cocktail

     ประกอบด้วยยาฉีดเข้าทางหลอดเลือดดำ 3 ชนิด ได้แก่ ยาแก้อักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) ยากันชัก และยาฉีดสเตียรอยด์ ใช้ระงับอาการปวดศีรษะชนิดรุนแรง ก่อนได้รับยาผู้ป่วยหรือญาติควรแจ้งประวัติโรคประจำตัวและประวัติแพ้ยากับแพทย์ และหลังได้รับยาผู้ป่วยอาจมีอาการง่วงซึม ควรหลีกเลี่ยงการขับขี่ยานพาหนะหรือทำงานกับเครื่องจักรกล
 

2. Occipital Nerve Block

     เป็นการใช้เฉพาะที่และยาฉีดสเตียรอยด์ชนิดแขวนตะกอน เพื่อยับยั้งอาการปวด ผู้เข้ารับการทำหัตการควรแจ้งประวัติโรคประจำตัวและประวัติแพ้ยากับแพทย์ อาการไม่พึงประสงค์จากยาที่อาจะเกิดขึ้นหลังทำหัตถการ ได้แก่ อาการปวดแสบบริเวณที่ฉีดยา คลื่นไส้อาเจียน การติดเชื้อ เป็นต้น
 

3. ยาระงับอาการปวดศีรษะชนิดรับประทาน
 

  1. ยา Paracetamol เหมาะสำหรับอาการปวดศีรษะเล็กน้อย ควรระวังการใช้ยานี้ในผู้ที่มีปัญหาการทำงานของตับผิดปกติ และไม่ควรรับประทานยานี้มากกว่า 3 กรัมต่อวัน (เทียบเท่าขนาดยา 500 มิลลิกรัม จำนวน 6 เม็ด) และใช้ติดต่อกันไม่เกิน 5-7 วัน

  2. ยาแก้อักเสบกลุ่มที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ (NSAIDs) เหมาะสำหรับลดอาการปวดศีรษะเล็กน้อยถึงปานกลาง ควรระวังการใช้ยานี้ในผู้ป่วยที่มีประวัติเป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด การทำงานของไตผิดปกติ มีประวัติเป็นแผลหรือมีเลือดออกในทางเดินอาหาร ตัวอย่างยาในกลุ่มนี้ เช่น Ibuprofen, Mefenamic acid, Naproxen เป็นต้น

  3. ยาแก้ปวดในกลุ่มอนุพันธ์ของฝิ่น ใช้สำหรับระงับอาการปวดศีรษะปานกลางถึงรุนแรง การใช้ยาในกลุ่มนี้ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างเคร่งครัด และระวังการใช้ยากลุ่มนี้ในผู้ป่วยมีประวัติลมชัก มีการทำงานของตับหรือไตผิดปกติ มีประวัติเป็นโรคในระบบทางเดินหายใจ ซึ่งอาการไม่พึงประสงค์ที่พบได้บ่อยจากยากลุ่มนี้ เช่น คลื่นไส้อาเจียน ท้องผูก ง่วงซึม มึนศีรษะ กดการหายใจ เป็นต้น

  4. ยาแก้ปวดสูตรผสมของ Ergotamine และ Caffeine ใช้สำหรับระงับอาการปวดศีรษะไมเกรนเฉียบพลัน ไม่ควรรับประทานยามากกว่า 6 เม็ดต่อวันหรือ 10 เม็ดต่อสัปดาห์ ห้ามใช้ยานี้ในหญิงตั้งครรภ์ ควรระวังการใช้ยานี้ในผู้ที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด มีการทำงานของตับหรือไตผิดปกติ ผู้ที่มีปัญหานอนไม่หลับ และควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์และเภสัชกรอย่างใกล้ชิด หากเกิดอาการชา ร้อน ไร้ความรู้สึกที่มือหรือเท้าควรรีบกลับมาพบแพทย์ในทันที

  5. ยาแก้ปวดกลุ่ม Triptan ใช้สำหรับระงับอาการปวดศีรษะไมเกรน ควรระวังการใช้ยานี้ในผู้ที่เป็นโรคหัวใจและหลอดเลือด ผู้ป่วยความดันโลหิตสูง มีการทำงานของตับผิดปกติ

ยาที่ใช้ป้องกันอาการปวดศีรษะ
 

  1. OnabotulinumtoxinA หรือ BOTOX® เป็นการฉีดสาร botulinum toxin type A ที่สกัดจากเชื้อ Clostridium botulinum เพื่อระงับการส่งสัญญาณประสาทที่ทำให้ปวดศีรษะ โดยฉีดให้กับผู้ป่วยครั้งละ 31 จุด ทุก 3 เดือน อาการไม่พึงประสงค์ที่พบบ่อยจากการใช้ยา ได้แก่ ปวดอักเสบบริเวณที่ฉีด กล้ามเนื้อใบหน้าอ่อนแรง การติดเชื้อ เป็นต้น จึงต้องใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

  2. ยากันชัก ยากันชักบางตัวสามารถลดความถี่ในการเกิดอาการปวดศีรษะ ได้แก่ Valproate, Topiramate, Gabapentin ยาในกลุ่มนี้อาจทำให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ เช่น ง่วงซึม มึนงง คลื่นไส้อาเจียน เป็นต้น และควรระวังการใช้ยาผู้ที่มีปัญหาการทำงานของตับหรือไตผิดปกติ

  3. กลุ่มยาลดความดันโลหิต กลุ่มยาที่มีการศึกษาชัดเจน ได้แก่ ยากลุ่มปิดกั้นตัวรับเบต้า (Beta blockers) ยากลุ่มปิดกั้นตัวรับแคลเซียม (Calcium channel blockers) และยากลุ่มยับยั้งเอนไซม์ ACE (Angiotensin Converting Enzyme Inhibitors) หรือยาในกลุ่มปิดกั้นตัวรับแองจิโอเทนซิน II (Angiotensin II Receptor Blockers) ซึ่งการเลือกใช้ยาตัวใดนั้นแพทย์จะเป็นผู้พิจารณาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายเนื่องจากยาในกลุ่มนี้อาจทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตต่ำ หรืออาการไม่พึงประสงค์อื่นๆที่จำเพาะได้

  4. ยาต้านซึมเศร้า ยาต้านภาวะซึมเศร้าบางชนิดมีผลช่วยสามารถป้องกันการปวดศีรษะไมเกรนได้ อาการไม่พึงประสงค์ที่อาจเกิดขึ้นจากยากลุ่มนี้ได้แก่ ง่วงซึม ปากแห้งคอแห้ง ท้องผูก เป็นต้น ผู้สูงอายุที่ได้รับยากลุ่มนี้ควรอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด

  5. สารสกัดจากธรรมชาติเพื่อลดอาการปวดศีรษะ เช่น Butterbur Feverfew CoenzymeQ10 Magnesium VitaminB2 เป็นต้น อาจต้องพิจารณาขนาดยาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยในแต่ละราย จึงควรอยู่ภายใต้คำแนะนำของแพทย์ผู้ทำการรักษาและมีการติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง

 

“หากได้รับยาแล้วมีอาการผิดปกติใดๆ ควรปรึกษาแพทย์ หรือเภสัชกร โทร.1719

 


สอบถามเพิ่มเติมที่ คลินิกปวดศีรษะ ศูนย์สมองและระบบประสาท โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล
ชั้น 1 และ 2 อาคารโรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล
โทร 0 2310 3011 หรือ โทร1719 แฟกซ์ 0 2310 3012
Email: info@bangkokhospital.com