Skip to main content
ปิด

ค้นหาแพทย์

ไม่แน่ใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร ?

คุณสามารถ นัดหมายแพทย์ โดยไม่ต้องค้นหาแพทย์

การนัดหมายแพทย์นี้ ไม่เหมาะสมในกรณีจำเป็นฉุกเฉิน
และไม่สามารถทำในวันเดียวกันกับวันเข้าพบแพทย์
ในกรณีฉุกเฉินโปรดติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์ +662 310 3000 หรือ 1719 (เบอร์ติดต่อท้องถิ่น)
CLOSE
 
ปิด
ค้นหาแพทย์
นัดหมายแพทย์
ศูนย์แจ้งเตือน
หน้าหลัก
ศูนย์รักษาโรค
ข้อมูลสำหรับผู้ป่วย
ข้อมูลสุขภาพ
เกี่ยวกับเรา
ซื้อโปรโมชั่นแพคเกจออนไลน์
ปิด

ลดน้ำหนักไม่ให้กลับมาโยโย่

ลดน้ำหนักไม่ให้กลับมาโยโย่

 

ปัญหาของคนลดน้ำหนักที่ไม่มีใครอยากพบเจอนั่นก็คือ น้ำหนักขึ้น ๆ ลง ๆ ยิ่งลดแต่น้ำหนักยิ่งเพิ่ม หรือที่เรียกกันว่า โยโย่เอฟเฟกต์ เพราะฉะนั้นการลดน้ำหนักอย่างถูกวิธีคือสิ่งสำคัญที่ไม่เพียงช่วยให้รูปร่างดี สุขภาพแข็งแรง แต่ยังช่วยให้ไม่ต้องกังวลกับปัญหาโยโย่เอฟเฟกต์ในระยะยาว

 

รู้จักโยโย่เอฟเฟกต์

โยโย่เอฟเฟกต์ (Yo - Yo Effect) คือ ภาวะที่น้ำหนักตัวเด้งขึ้น ๆ ลง ๆ และมักจบลงด้วยน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นจนมากกว่าก่อนเริ่มลดน้ำหนัก หรืออาจมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ต่อเนื่องแม้จะควบคุมอาหารหรือออกกำลังกายแล้วก็ตาม เนื่องจากร่างกายอยู่ในภาวะที่มีไขมันเกินร่วมกับมวลกล้ามเนื้อลดลง ทำให้ส่งผลเสียต่อระบบการเผาผลาญ

 

ต้นเหตุของโยโย่

สาเหตุหลักของโยโย่เอฟเฟกต์ คือ 

  • พฤติกรรมการลดน้ำหนักที่ไม่ถูกต้อง ขาดการออกกำลังกาย โดยเฉพาะการใช้ยาลดความอ้วน สำหรับคนที่อายุยังน้อยและมีร่างกายแข็งแรง อาจจะยังไม่โยโย่ในการลดน้ำหนักครั้งแรก แต่หากยังฝืนลดน้ำหนักด้วยวิธีที่ไม่ถูกต้องต่อไปเรื่อย ๆ ก็จะรู้สึกได้ว่าการลดน้ำหนักยากขึ้นและจบลงด้วยภาวะน้ำหนักตัวโยโย่ในที่สุด
  • การอดอาหาร วิธีนี้น้ำหนักจะสามารถลดลงได้จริงในช่วงแรก เพราะมีการสูญเสียมวลกล้ามเนื้อไป ซึ่งจะส่งผลเสียต่ออัตราการเผาผลาญ แต่เมื่อกลับมารับประทานตามปกติน้ำหนักก็จะกลับขึ้นมาเหมือนเดิมหรือมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ เนื่องจากกล้ามเนื้อซึ่งเป็นตัวช่วยเผาผลาญพลังงานมีมวลน้อยลง เมื่อลดน้ำหนักอีกครั้งก็ยิ่งยากขึ้นไปอีก

 

ลดน้ำหนักไม่ให้กลับมาโยโย่

 

วิธีลดน้ำหนักแบบไม่โยโย่

หลักสำคัญของการลดน้ำหนักที่ไม่ก่อให้เกิดโยโย่เอฟเฟกต์ คือ 

  • ลดไขมันและรักษามวลกล้ามเนื้อให้คงที่ขณะที่ลดน้ำหนัก 
  • อย่าอดอาหารมื้อใดมื้อหนึ่ง 
  • ควบคุมปริมาณอาหาร
  • เปลี่ยนเป็นอาหารที่มีพลังงานต่ำ 
  • หลีกเลี่ยงอาหารทอด ผัด และอาหารที่มีไขมัน 
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอร่วมด้วยขณะลดน้ำหนัก ในระยะสั้นช่วง 6 เดือนแรกควรออกกำลังกายประมาณ 150 นาทีต่อสัปดาห์ หลังจากนั้นเพื่อให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพและคงน้ำหนักนั้นไว้ได้ต่อเนื่อง ควรออกกำลังกายเพิ่มขึ้นเป็น 200 - 300 นาทีต่อสัปดาห์ในระดับกลางเป็นเวลามากกว่า 1 ปี
  • ตรวจสอบตัวเอง หรือ Self - Monitoring อาจเป็นการจดบันทึกการรับประทาน จดบันทึกน้ำหนักตัว 
  • พบนักกำหนดอาหารอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง เพื่อให้การลดน้ำหนักมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

 

สำหรับผู้ที่กำลังลดน้ำหนักหรือกำลังตัดสินใจที่จะเริ่มลดน้ำหนัก ความตั้งใจ ความมุ่งมั่น และความสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน ที่สำคัญเมื่อลดน้ำหนักได้แล้วสุขภาพกายและใจ
ย่อมดีขึ้นอย่างชัดเจน ห่างไกลโรคร้ายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

 


สอบถามเพิ่มเติม 

นักกำหนดอาหาร และคลินิกลดน้ำหนัก และรักษาโรคอ้วน โรงพยาบาลกรุงเทพ

โทร. 0 2755 1129, 0 2755 1130 หรือ โทร. 1719