Skip to main content
ปิด

ค้นหาแพทย์

ไม่แน่ใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร ?

คุณสามารถ นัดหมายแพทย์ โดยไม่ต้องค้นหาแพทย์

การนัดหมายแพทย์นี้ ไม่เหมาะสมในกรณีจำเป็นฉุกเฉิน
และไม่สามารถทำในวันเดียวกันกับวันเข้าพบแพทย์
ในกรณีฉุกเฉินโปรดติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์ +662 310 3000 หรือ 1719 (เบอร์ติดต่อท้องถิ่น)
CLOSE
 
ปิด
ค้นหาแพทย์
นัดหมายแพทย์
ศูนย์แจ้งเตือน
หน้าหลัก
ศูนย์รักษาโรค
ข้อมูลสำหรับผู้ป่วย
ข้อมูลสุขภาพ
เกี่ยวกับเรา
สินค้า โรงพยาบาล
ปิด

ต้นตอของเสียงแหบ

เสียงแหบ

 

เมื่อไรที่เสียงแหบ (Hoarseness) ไม่เพียงแต่ระดับสูงต่ำของเสียงเปลี่ยน หรือคุณภาพของเสียงเปลี่ยนไป แต่ยังเป็นสัญญาณบอกถึงความผิดปกติของเส้นเสียงในกล่องเสียงที่ควรต้องดูแลรักษาอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะกลายเป็นอาการเรื้อรังและภาวะแทรกซ้อนที่ส่งผลกระทบกับร่างกายในระยะยาว 

 

วิธีการเปล่งเสียง

ก่อนจะรู้ว่าเสียงแหบเกิดจากสาเหตุใด การทำความเข้าใจเกี่ยวกับกลไกการเปล่งเสียงคือพื้นฐานสำคัญ การเปล่งเสียงเกิดจากอากาศจากปอดไหลผ่านหลอดลมขึ้นมาที่กล่องเสียง ทำให้เกิดการสั่นสะเทือนของเยื่อบุภายในกล่องเสียงร่วมกับการขยับของเส้นเสียง ทำให้เกิดเสียง เมื่อเสียงผ่านมายังคอหอยจะเกิดการสั่นสะเทือนของเนื้อเยื่อบริเวณคอหอย โคนลิ้น จากนั้นลิ้น ฟัน ริมฝีปากจะเกิดการขยับเกิดเป็นคำพูดขึ้นมาตามที่ต้องการ

 

หน้าที่ของกล่องเสียง

หน้าที่ของกล่องเสียง ได้แก่

  • เป็นทางผ่านของลมหายใจ ทั้งลมหายใจเข้าและออก
  • เปล่งเสียง กล่องเสียงช่วยในการสื่อสารและออกเสียงพูด 
  • ป้องกันการสำลักอาหารในขณะกลืน ทำให้หลอดลมและปอดไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อจากอาหารที่อาจตกลงไปในทางเดินหายใจ
  • ช่วยในการไอเมื่อมีสิ่งแปลกปลอม เชื้อโรค หรือเสมหะหลุดเข้าไปในทางเดินหายใจ ซึ่งกล่องเสียงเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยทำให้เกิดการไอ เพราะฉะนั้นเมื่อกล่องเสียงทำงานผิดปกติจะส่งผลเสียอีกมากมายตามมา

 

เสียงแหบเกิดจาก

  • การติดเชื้อ ได้แก่ เชื้อหวัด เชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรียที่กล่องเสียง
  • การอักเสบบวมช้ำของเส้นเสียง จากการตะโกน ตะเบ็ง ตะคอก เค้นเสียง ฯลฯ 
  • อุบัติเหตุกระทบกระเทือนกล่องเสียง เช่น ทำร้ายร่างกายด้วยการบีบคอ, อุบัติเหตุทางรถยนต์ที่คอไปกระแทกกับพวงมาลัยหรือกระเด็นออกไปนอกรถ, การใส่ท่อช่วยหายใจขณะดมยาสลบ ฯลฯ
  • เนื้องอกที่เส้นเสียงและกล่องเสียง
  • มะเร็งกล่องเสียง 
  • โรคของกล้ามเนื้อและระบบประสาทบางอย่าง เช่น พาร์กินสัน เป็นต้น 
  • สูดสารพิษต่าง ๆ ที่เข้าไประคายเคืองกล่องเสียง 
  • โรคอื่น ๆ ที่มีผลกับเสียง เช่น กรดไหลย้อนจากกระเพาะขึ้นมาที่คอไประคายเคืองกล่องเสียง ภูมิแพ้ ไอเรื้อรัง 

 

เสียงแหบ, กล่องเสียง

 

อาการแบบนี้ต้องพบแพทย์

  • เสียงแหบติดต่อกันมากกว่า 1 สัปดาห์ ดูแลตัวเองแล้วก็ยังไม่หาย
  • เสียงแหบแบบเป็น ๆ หาย ๆ
  • เสียงแหบมากขึ้นเรื่อย ๆ เกิน 7 วัน จนแทบไม่มีเสียง และสื่อสารไม่ได้
  • เสียงแหบและมีอาการอื่นร่วมด้วย เช่น เสียงแหบเรื้อรัง ไอเป็นเลือด สำลัก กลืนลำบาก ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต หายใจติดขัด
  • เสียงแหบในคนที่ดื่มสุราเป็นประจำ
  • เสียงแหบและหอบในคนที่สูบบุหรี่

 

การรักษาเสียงแหบ

การรักษาเส้นเสียงประกอบไปด้วย

  • การใช้ยา 
  • การดื่มน้ำมาก ๆ 
  • พักการใช้เสียง พูดน้อย ๆ เบา ๆ ไม่พูดนาน
  • งดดื่มแอลกอฮอล์ งดสูบบุหรี่ 

การปฏิบัติตัวตามที่กล่าวมาข้างต้นควรทำต่อเนื่องเป็นเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ หากยังใช้เสียงมากในขณะที่เส้นเสียงมีปัญหา จะทำให้บวมและอักเสบมากยิ่งขึ้น คุณภาพของเสียงแย่ลง และเมื่อได้รับการรักษาจะหายช้ากว่าที่ควรหรืออาจหายไม่สนิท และอาจมีโรคแทรกเกิดขึ้นได้ เช่น เนื้องอกเส้นเสียง เป็นต้น

 

ดูแลเส้นเสียงให้แข็งแรง

  • พักผ่อนให้เพียงพอ ประมาณ 6 - 8 ชั่วโมงต่อคืน
  • ดื่มน้ำ 8 แก้วต่อวัน (ประมาณ 2 ลิตร) เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ ควรเป็นน้ำเปล่าที่อุณหภูมิห้อง
  • งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนและแอลกอฮอล์
  • งดสูบบุหรี่
  • เลี่ยงมลภาวะในอากาศ เช่น ฝุ่น ควัน สารพิษต่าง ๆ
  • ไม่คลุกคลีกับผู้ป่วยที่กำลังเป็นโรคทางเดินหายใจติดเชื้อ
  • ฝึกการออกเสียงพูดหรือร้องเพลงที่ถูกวิธี ไม่ตะเบ็งเสียง หากฝึกเป็นประจำช่วยให้กล้ามเนื้อเส้นเสียงแข็งแรง 
  • เมื่อไม่สบายควรรีบรักษาอย่างถูกต้อง ไม่ปล่อยให้หายเอง เพราะถ้าหวัดหายช้า เสียงจะยิ่งแหบง่ายขึ้น
  • ไม่ใช้เสียงมากขณะที่เสียงกำลังแหบหรือทางเดินหายใจมีการอักเสบและติดเชื้อหรือมีภาวะกล่องเสียงอักเสบ

 

การรักษาอาการเสียงแหบขึ้นอยู่กับสาเหตุของโรคเป็นสำคัญ ซึ่งควรเข้ารับการตรวจกับแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อจะได้ทราบสาเหตุและทำการรักษาอย่างถูกวิธีโดยเร็ว เพราะหากปล่อยทิ้งไว้ นอกจากส่งผลให้เสียกับบุคลิกภาพ ยังอาจเรื้อรังจนรุนแรงมากกว่าที่คิด 

 

ข้อมูล : พญ.จิราวดี จัตุทะศรี แพทย์ด้านหู คอ จมูก ศูนย์หูคอจมูก โรงพยาบาลกรุงเทพ


สอบถามเพิ่มเติมที่ 

ศูนย์หู คอ จมูก

ชั้น 2 อาคารโรงพยาบาลกรุงเทพ 

โทร. 02 - 310 - 3010, 02 - 310 - 3188 หรือ โทร. 1719 แฟกซ์ 02 - 755 - 1010

Email: BMCENT@bangkokhospital.com