Skip to main content
ปิด

ค้นหาแพทย์

ไม่แน่ใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร ?

คุณสามารถ นัดหมายแพทย์ โดยไม่ต้องค้นหาแพทย์

การนัดหมายแพทย์นี้ ไม่เหมาะสมในกรณีจำเป็นฉุกเฉิน
และไม่สามารถทำในวันเดียวกันกับวันเข้าพบแพทย์
ในกรณีฉุกเฉินโปรดติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์ +662 310 3000 หรือ 1719 (เบอร์ติดต่อท้องถิ่น)
CLOSE
 
ปิด
ค้นหาแพทย์
นัดหมายแพทย์
ศูนย์แจ้งเตือน
หน้าหลัก
ศูนย์รักษาโรค
ข้อมูลสำหรับผู้ป่วย
ข้อมูลสุขภาพ
เกี่ยวกับเรา
ซื้อโปรโมชั่นแพคเกจออนไลน์
ปิด

หมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท

photo

 

รู้จักหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท

       หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท เป็นโรคของความเสื่อมอย่างหนึ่ง ปกติแล้วหมอนรองกระดูกสันหลังมีลักษณะคล้าย “โช๊คอัพ” อยู่ระหว่าง กระดูกสันหลัง มีคุณสมบัติในการยืดหยุ่น รองรับแรงกระแทกที่เกิดจากการใช้งานกระดูกสันหลัง ในเวลาที่เคลื่อนไหว ไม่ว่าจะเดินหรือกระโดด

ตอนเราเด็กๆ หนุ่มๆ สาวๆ ภายในหมอนรองกระดูกสันหลังจะมีองค์ประกอบของน้ำเป็นส่วนสำคัญ พอนานวันเข้า ของทุกอย่างย่อมเสื่อม เปอร์เซ็นต์ของน้ำในหมอนรองกระดูกสันหลังก็จะลดลง 

      เปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ หมอนรองกระดูกสันหลังของวัยหนุ่มสาวจะเหมือนกับ “ยางลบดินสอ” ที่นิ่ม ในขณะที่หมอนรองกระดูกสันหลังของ คนที่มีอายุมากขึ้น จะเหมือนกับ “ยางลบหมึก” ที่ค่อนข้างแข็ง ทำให้ความยืดหยุ่นน้อยลง และเตี้ยลงลักษณะคล้ายกับ “ยางแบน” เมื่อหมอนรองกระดูก ไปกดทับเส้นประสาทส่วนใด ก็จะมีอาการปวดแสดงออกมาตามแนวของเส้นประสาทนั้น

  

หมอนรองกระดูกบริเวณไหนที่เสื่อมหรือกดทับเส้นประสาทบ่อยที่สุด

      หมอนรองกระดูกสันหลังตรงข้อด้านล่างของกระดูกเอว เป็นจุดที่มีความเสื่อมสูงสุดตามสถิติ และพบการกดทับของเส้นประสาทได้บ่อย รวมถึง หมอนรองกระดูกสันหลังที่คอ ที่มีโอกาสเสื่อมมากเช่นกันจากการใช้งานหนัก ทั้งนี้ หากหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม ยุบตัวลงมา แต่ไม่กดทับ เส้นประสาท ผู้ป่วยก็อาจจะไม่มีอาการปวดแต่อย่างใด เช่นเดียวกัน หากหมอนรองกระดูกยังไม่เสื่อม แต่บังเอิญไปกดทับเส้นประสาท ก็จะมีอาการ เจ็บปวดตามมา

 

อาการปวดดังกล่าวต่างจากการปวดหลังโดยทั่วไปอย่างไร

      กว่า 80-90% ของคนไข้ที่ปวดหลัง เป็นอาการปวดของกล้ามเนื้อหลัง ตรงบริเวณกลางหลังหรือปวดเอวด้านล่าง สาเหตุมักเกิดจากการยกของ ออกกำลัง หรือนั่งนานๆ หากกดตามแนวกล้ามเนื้อจะรู้สึกเจ็บ เพราะกล้ามเนื้อเกิดอาการล้า แต่สำหรับอาการปวดจากการที่หมอนกระดูกสันหลังกดทับ เส้นประสาท จะอยู่ลึกกว่า ฉะนั้นกดตรงหลังจะไม่ค่อยเจ็บ แต่หากกดทับเส้นประสาทบางส่วนที่ไปเลี้ยงด้านหลัง ก็ทำให้ปวดร้าวไปข้างหลังได้ แต่ส่วนมาก จะเป็นเส้นประสาทที่ลงไปเลี้ยงที่ขา ซึ่งนอกจากอาการปวดแล้ว อาจมีอาการชา กล้ามเนื้ออ่อนแรงร่วมด้วย ซึ่งสร้างความทรมานให้กับคนไข้อย่างมาก นอกจากนี้จะมีอาการปวดตรงส่วนที่ระคายเคือง และปวดออกไปตามแนวเส้นประสาท

      อาการอีกอย่างที่ค่อนข้างชัดคือ จะปวดเวลาไอ จาม หรือเบ่ง อากัปกิริยาเหล่านี้จะไปเพิ่มแรงดันในไขสันหลัง นี่เป็นอาการบ่งชี้ที่น่าสงสัยว่าเป็นหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

 

ภาวะนี้พบได้มากสุดในวัยใด

       ส่วนใหญ่โรคหมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาทจะเกิดกับคนไข้ 2 กลุ่ม ที่พบบ่อยคือ กลุ่มผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ซึ่งเริ่มมีความเสื่อมของ กระดูกสันหลัง หรือ หมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมอยู่แล้ว พอออกแรง หรือใช้แรงเบ่งมากๆ อาจทำให้หมอนรองกระดูกสันหลังแตกออกมากดทับ เส้นประสาทได้ในทันที เราเรียกว่า โรคหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาทชนิดเฉียบพลัน

      อีกกลุ่มคือ กลุ่มวัยหนุ่มสาวที่มี Activity มากๆ ชอบออกกำลังกายหนักๆ โลดโผน หรือเคยมีอุบัติเหตุ ย่อมมีโอกาสเกิดการบาดเจ็บของ หมอนรองกระดูกสันหลังได้ง่ายกว่า เปรียบเทียบง่ายๆ ฝาแฝด 2 คน เหมือนกันทุกอย่าง คนหนึ่งเรียบร้อย อีกคนชอบทำกิจกรรม เล่นบันจี้จัมพ์ อเมริกันฟุตบอล ในบั้นปลายของชีวิต คนที่มี Activity มากจะมีความเสื่อมของหมอนรองกระดูกสันหลังมากกว่า อย่างไรก็ดี คนที่เรียบร้อย หากใช้งาน กระดูกสันหลังไม่ถูกต้อง เช่น เป็นพวกออฟฟิศซินโดรม หมอนรองกระดูกสันหลังก็เสื่อมได้เช่นกัน แต่ท้ายที่สุด หมอนรองกระดูกสันหลังของทุกคน ก็ต้องเสื่อมสภาพอยู่แล้ว แต่จะช้าหรือเร็วเท่านั้น   

 

แนวทางการวินิจฉัยโรค

       ปกติแพทย์ทุกคนจะตรวจร่างกายคนไข้ ซักถามประวัติการเจ็บปวดว่า ลักษณะของการปวดเป็นอย่างไร เวลาที่แสดงอาการปวด หากตื่นเช้ามาแล้ว รู้สึกปวดหลังทุกวัน แต่พอตอนกลางวันหาย ก็ต้องคิดแล้วว่าสาเหตุเกิดจากสิ่งที่เราทำตอนกลางคืนหรือไม่ เช่น นอนที่นอนนิ่มไป แต่หากตอนเช้าไม่ปวด

แต่มาปวดตอนบ่ายๆ ก็ต้องคิดว่าเป็นที่การใช้งานกระดูกสันหลังผิดท่าหรือเปล่า คนไข้ที่มาพบแพทย์ด้วยโรคหมอนรองกระดูกสันหลังแตกเฉียบพลันก็มี ส่วนใหญ่เป็นนักกอล์ฟที่ต้องใช้แรงเคลื่อนไหว การบิดตัว เอี้ยวตัวมาก คนไข้บางรายมาพร้อมอาการอื่นร่วมด้วย เช่น อาการชา รู้สึกเป็นเหน็บ บางคนอาการหนักถึงขั้น “เท้าตก”

      กรณีที่เกิดอาการปวดเป็นครั้งแรกๆ ปวดในคนที่อายุน้อย ปวดโดยที่มีสาเหตุชัดเจน เช่น จากการยกของหนัก ก้มๆ เงยๆ มักจะเป็นการอักเสบของกล้ามเนื้อหลังที่ไม่ร้ายแรง แพทย์จะรักษาไปตามสภาพอาการ แต่หากกินยาแล้วไม่หาย ปวดเรื้อรัง ปวดลงขาชัดเจน สงสัยว่าคนไข้อาจเป็นโรค หมอนรองกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท แพทย์จะส่งคนไข้เข้ารับการตรวจ MRI หรือ CT Scan เพื่อวินิจฉัยแนวทางในการรักษาโรคต่อไป

 

เทคโนโลยีการรักษาโรคนี้มีความก้าวหน้าอย่างไร

      ทุกวันนี้มีการพัฒนาเทคโนโลยีการรักษาโรคใหม่ๆ ออกมาตลอดเวลา แต่ทุกเทคโนโลยีต่างก็มีข้อดี ข้อจำกัดเฉพาะของแต่ละวิธี เทคโนโลยีที่ พูดถึงกันมากในช่วง 5-10 ปีที่ผ่านมา คือ การผ่าตัดหมอนรองกระดูกผ่านกล้อง Microscope กำลังขยายสูง และการผ่าตัดผ่านกล้อง Endoscope ซึ่งสามารถใส่เครื่องมือผ่าตัดผ่านกล้องเข้าไปหยิบหมอนรองกระดูกที่แตกออกได้โดยตรง

     ข้อดีคือแผลผ่าตัดมีขนาดเล็ก แต่เวลาผ่าตัด ด้วยเทคโนโลยีทำให้สามารถมองเห็นเส้นประสาท และหมอนรองกระดูกที่ต้องการแก้ไขได้ชัดเจน กว่ามองด้วยตาเปล่า ซึ่งการผ่าตัดที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท และไขสันหลัง จำเป็นต้องมีความแม่นยำสูง หากพลาดพลั้งอาจทำให้เป็นอัมพาตได้

การบาดเจ็บต่อกล้ามเนื้อและอวัยวะข้างเคียงน้อย ทำให้ระยะฟื้นตัวสั้น ผู้ป่วยเจ็บน้อย หายไว กลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้โดยเร็ว แต่จะใช้เทคโนโลยีใด ในการรักษานั้น ทีมแพทย์จะเป็นผู้วินิจฉัยและเลือกแนวทางการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย โดยคำนึงถึงการรักษาซึ่งเน้นการแก้ปัญหาที่สาเหตุเป็นหลัก

 

การฟื้นฟูและการปฏิบัติตัวหลังการรักษา

     หลังการผ่าตัด นำหมอนรองกระดูกสันหลังที่กดทับเส้นประสาทออก ผู้ป่วยก็จะหายปวด แต่ควรได้รับการฟื้นฟูร่างกายภายใต้คำแนะนำของ นักกายภาพบำบัดที่จะสอนวิธีดูแลสุขภาพหลังอย่างถูกต้อง การออกกำลังกายหลัง เพื่อสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อหลัง ช่วยในการพยุง กระดูกสันหลัง การปรับเปลี่ยนท่าทางที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การยกของหนัก กรณีผู้บริหารควรระวังเรื่องการนั่งนานๆ ควรเปลี่ยนเก้าอี้ที่เหมาะสมหาที่รองหลังมาเสริม และไม่ควรนั่งท่าเดิมนานเกิน 2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันไม่ให้กลับมาเจ็บปวดทรมานด้วยโรคนี้อีก สำหรับคุณผู้หญิง กระเป๋าสะพายหนักๆ รองเท้าส้นสูง อาจไม่ส่งผลต่อหมอนรองกระดูกสันหลังกดทับเส้นประสาท แต่มีส่วนทำให้หมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมได้เร็ว ซึ่งรวมถึง การสูบบุหรี่ การมีน้ำหนักตัวที่มากด้วย

     พึงตระหนักว่าเราไม่สามารถที่จะเปลี่ยนหลัง หรือเปลี่ยนกระดูกสันหลังใหม่ได้ วิธีการรักษาเป็นเพียงการแก้ไขส่วนที่เสื่อมสภาพเท่านั้น   ดังนั้นเราต้องเข้าใจว่าสุขภาพหลังนับวันมีแต่จะเสื่อมลง และเราก็ต้องอยู่กับหลังของเรานี้ให้ได้ไปอีกนาน

 

ข้อมูล : นพ.ยอดรัก ประเสริฐ ประสาทศัลยแพทย์ สถาบันโรคกระดูกสันหลังกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ

 


สถาบันโรคกระดูกสันหลัง โรงพยาบาลกรุงเทพ 
เวลาทำการ จันทร์-อาทิตย์ เวลา 7.00-20.00 น. 
ติดต่อสอบถาม โทร 1719
Email: info@bangkokhospital.com