Skip to main content
ปิด

ค้นหาแพทย์

ไม่แน่ใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร ?

คุณสามารถ นัดหมายแพทย์ โดยไม่ต้องค้นหาแพทย์

การนัดหมายแพทย์นี้ ไม่เหมาะสมในกรณีจำเป็นฉุกเฉิน
และไม่สามารถทำในวันเดียวกันกับวันเข้าพบแพทย์
ในกรณีฉุกเฉินโปรดติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์ +662 310 3000 หรือ 1719 (เบอร์ติดต่อท้องถิ่น)
CLOSE
 
ปิด
ค้นหาแพทย์
นัดหมายแพทย์
ศูนย์แจ้งเตือน
หน้าหลัก
ศูนย์รักษาโรค
ข้อมูลสำหรับผู้ป่วย
ข้อมูลสุขภาพ
เกี่ยวกับเรา
ซื้อโปรโมชั่นแพคเกจออนไลน์
ปิด

ริดสีดวง VS เนื้องอก รู้ให้ทันรักษาได้ไว

ริดสีดวง, เนื้องอก

 

เมื่อขับถ่ายแล้วมีเลือดออกหลายคนมักคิดว่าเป็นโรคริดสีดวงทวาร และไม่เคยคาดคิดว่าเป็นสัญญาณเตือนของเนื้องอกหรือโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ทั้งที่อาการของริดสีดวงทวารบางอาการมีความคล้ายคลึง ดังนั้นการสังเกตอาการและไม่ชะล่าใจในการตรวจวินิจฉัยกับแพทย์เฉพาะทางจะช่วยให้รักษาได้ถูกวิธีก่อนสายเกินแก้

 

รู้จักริดสีดวงทวาร

ริดสีดวงทวาร (Haemorrhoid) เป็นภาวะที่หลอดเลือดดำบริเวณทวารหนักมีการโป่งพอง บวม ซึ่งสามารถเป็นพร้อมกันหลายอันและหลายตำแหน่ง โดยแบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ

1) ริดสีดวงทวารภายใน จะเกิดขึ้นภายในทวารหนัก โดยหลอดเลือดที่โป่งพองอาจจะไม่โผล่ออกมาให้เห็น และไม่สามารถคลำได้ จะตรวจพบต่อเมื่อส่องกล้องเท่านั้น ซึ่งมี 4 ระยะของโรคนั่นคือ

  • ระยะที่ 1 มีหัวริดสีดวง แต่ไม่มีก้อนเนื้อยื่นออกมา อาจมีเลือดสด ๆ ขณะถ่ายหรือหลังถ่ายอุจจาระ
  • ระยะที่ 2 หัวริดสีดวงโผล่ออกมาขณะเบ่งถ่ายและหดกลับเข้าไปได้เองหลังถ่ายอุจจาระเสร็จเรียบร้อย
  • ระยะที่ 3 หัวริดสีดวงโผล่ออกมาขณะเบ่งถ่ายอุจจาระ ไม่กลับเข้าไป ต้องใช้มือดันเข้าไป
  • ระยะที่ 4 หัวริดสีดวงโผล่ออกมาด้านนอกไม่สามารถดันกลับเข้าไปได้ อาจรู้สึกปวด

2) ริดสีดวงทวารภายนอก จะเกิดขึ้นบริเวณปากรอยย่นทวารหนัก จากการที่กลุ่มหลอดเลือดดำใต้ผิวหนังปากทวารหนักโป่งพอง สามารถมองเห็นและคลำได้ หากมีรอยโรคอาจมีอาการเจ็บปวด

 

ปัจจัยเสี่ยงริดสีดวงทวาร

ปัจจัยเสี่ยงที่ส่งผลให้เกิดโรคริดสีดวงทวาร ได้แก่

  • ท้องผูกเรื้อรัง
  • ท้องเสียบ่อย 
  • ถ่ายอุจจาระบ่อย
  • นั่งถ่ายอุจจาระนาน
  • เบ่งแรงขณะขับถ่าย
  • ใช้ยาระบาย ยาสวนอุจจาระบ่อยโดยไม่จำเป็น
  • อายุมาก กล้ามเนื้อหย่อนยาน
  • ไอเรื้อรัง
  • น้ำหนักมาก
  • ยกของหนัก ออกแรงมาก
  • โรคตับแข็ง ส่งผลถึงเส้นเลือดดำบริเวณทวารโป่งพอง
  • กรรมพันธุ์ มีคนในครอบครัวเคยเป็นโรคนี้
  • ตั้งครรภ์ ขับถ่ายไม่สะดวก

 

ริดสีดวงทวาร, เนื้องอก

 

อาการของริดสีดวงทวาร VS เนื้องอก / มะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย

เพราะอาการของริดสีดวงทวารและเนื้องอก / มะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนปลายมีความคล้ายคลึงกัน การสังเกตอาการของโรคจึงเป็นหัวใจสำคัญของการรักษาให้ถูกโรคและถูกวิธี 

 

ริดสีดวงทวาร

เนื้องอก / มะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย

ถ่ายเป็นเลือดสด

ถ่ายเป็นเลือดสด 

อาจคลำได้ก้อนเนื้อในรูทวารหนัก

ล้วงแล้วจึงเจอก้อนเนื้อ (ตรวจโดยแพทย์ผู้ชำนาญ)

อาจมีก้อนเนื้อปลิ้นและยุบกลับเข้าไปทวารหนักได้

ไม่มีก้อนเนื้อปลิ้นออกมา

อาจมีอาการปวดก้น ริดสีดวงด้านในไม่ปวด ริดสีดวงด้านนอกปวด

ส่วนใหญ่ไม่ปวดก้น

อาจมีอาการหลังถ่ายไม่ค่อยออก ต้องเบ่ง หรือถ่ายบ่อย

ถ่ายอุจจาระบ่อย ถ่ายไม่สุด หรืออาการถ่ายไม่ค่อยออก

คันหรือระคายเคืองรอบปากทวารหนัก

มีมูกเลือดปนในอุจจาระ

 

ตรวจวินิจฉัยริดสีดวง

การตรวจวินิจฉัยโรคริดสีดวง หากเป็นริดสีดวงภายนอก แพทย์เฉพาะทางสามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า แต่หากเป็นริดสีดวงภายในแพทย์อาจต้องใช้การสอดนิ้วเพื่อคลำหาความผิดปกติ ใช้กล้องขนาดเล็กส่องเพื่อทำการวินิจฉัยเบื้องต้น ตลอดจนใช้การส่องกล้องลำไส้ใหญ่ การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ระบบพิเศษ ตรวจลำไส้ตรงและทวารหนักโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูง เพื่อให้ทราบผลการตรวจที่ชัดเจน โดยเฉพาะในกรณีที่แพทย์สงสัยว่าเป็นเนื้องอก / มะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย การส่องกล้องลำไส้ใหญ่จะช่วยแยกโรคให้ชัดเจนเพื่อนำไปสู่การรักษาที่เหมาะสม

 

ริดสีดวงทวาร, เนื้องอก

 

รักษาริดสีดวง

วิธีการรักษาโรคริดสีดวงขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของแต่ละบุคคล ได้แก่

1) การรักษาโรคริดสีดวงทวารโดยไม่ผ่าตัด ประกอบไปด้วย

  • เหน็บยา โดยแพทย์จะสั่งยาเหน็บรักษาริดสีดวงที่ช่วยรักษาอาการให้ดีขึ้น
  • ฉีดยา เข้าไปในตำแหน่งที่กำหนดใต้ชั้นผิวหนังที่มีขั้วริดสีดวงเพื่อให้หัวริดสีดวงยุบลง โดยจะมีการฉีดซ้ำทุก 2 - 4 สัปดาห์ เพื่อบรรเทาอาการให้ดีขึ้น 
  • ใช้ยางรัด บริเวณหัวริดสีดวงที่โผล่ออกมาเพื่อให้หัวริดสีดวงฝ่อและหลุดออก วิธีนี้จำเป็นต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์เฉพาะทาง เพราะอาจเกิดการติดเชื้อและผลข้างเคียงอื่น ๆ ตามมาได้

2) การรักษาโรคริดสีดวงทวารโดยการผ่าตัด ในกรณีที่ริดสีดวงมีขนาดใหญ่มากจนไม่สามารถกลับเข้าไปได้จำเป็นต้องเข้ารับการผ่าตัด โดยการผ่าตัดจะขึ้นอยู่กับจำนวนและชนิดของริดสีดวงทวาร ประกอบไปด้วย

  • การผ่าตัดริดสีดวงแบบเปิด สำหรับผู้ป่วยที่มีริดสีดวงภายนอกขนาดใหญ่หรือริดสีดวงภายในหย่อนออกจากลำไส้ตรง แพทย์ผู้ชำนาญจะทำการผ่ารอบทวารหนักและนำริดสีดวงทวารออกมา
  • การผ่าตัดริดสีดวงโดยใช้เครื่องมือตัดเย็บอัตโนมัติ สำหรับผู้ป่วยที่ริดสีดวงหย่อนออกมาภายนอก แพทย์จะใช้เครื่องมือตัดเย็บริดสีดวงเพื่อให้ริดสีดวงกลับเข้าไปในลำไส้ตรง ป้องกันเลือดไปเลี้ยง เนื้อเยื่อจะเล็กลงและตายไป
  • การผ่าตัดริดสีดวงด้วยเลเซอร์ เหมาะกับริดสีดวงในระยะที่ยังไม่รุนแรงและหัวไม่ใหญ่นัก โดยจะใช้แสงเลเซอร์เข้าไปทำลายเส้นเลือดบริเวณหัวริดสีดวงให้ค่อย ๆ ฝ่อลง และยุบลงในที่สุด วิธีนี้นอกจากเจ็บน้อย หายเร็ว ยังใช้เวลาพักฟื้นไม่นาน ลดผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นขณะผ่าตัด

ในกรณีที่แพทย์ผู้ชำนาญการตรวจพบว่าไม่ใช่ริดสีดวง แต่เป็นเนื้องอก / มะเร็งลำไส้ตรงหรือมะเร็งลำไส้ใหญ่ส่วนปลาย ปัจจุบันมีการผ่าตัดรักษาด้วยวิธีผ่านกล้อง (Minimally Invasive Surgery) และการผ่าตัดรักษามะเร็งลำไส้ตรงโดยวิธีการเก็บกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนัก (Sphincter Saving Surgery) ที่ช่วยให้ผู้ป่วยไม่ต้องขับถ่ายผ่านทางหน้าท้อง อย่างไรก็ตามหากมีอาการผิดปกติควรรีบเข้ารับการตรวจวินิจฉัยกับแพทย์เฉพาะทางผู้มีความชำนาญเพื่อรีบทำการรักษาโดยเร็ว คืนคุณภาพชีวิตที่ดีให้กลับมาอีกครั้ง

 

ข้อมูล : ศ.(พิเศษ) นพ.อัฑฒ์ หิรัณยากาศ

ผู้อำนวยการคลินิกศัลยกรรมลำไส้ใหญ่และทวารหนัก โรงพยาบาลกรุงเทพ


สอบถามเพิ่มเติม 

ศูนย์ศัลยกรรม โรงพยาบาลกรุงเทพ

ชั้น 1 อาคาร D โรงพยาบาลกรุงเทพ

โทร. 0 2310 3000 หรือ โทร. 1719

Email: info@bangkokhospital.com