Skip to main content
ปิด

ค้นหาแพทย์

ไม่แน่ใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร ?

คุณสามารถ นัดหมายแพทย์ โดยไม่ต้องค้นหาแพทย์

การนัดหมายแพทย์นี้ ไม่เหมาะสมในกรณีจำเป็นฉุกเฉิน
และไม่สามารถทำในวันเดียวกันกับวันเข้าพบแพทย์
ในกรณีฉุกเฉินโปรดติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์ +662 310 3000 หรือ 1719 (เบอร์ติดต่อท้องถิ่น)
CLOSE
 
ปิด
ค้นหาแพทย์
นัดหมายแพทย์
ศูนย์แจ้งเตือน
หน้าหลัก
ศูนย์รักษาโรค
ข้อมูลสำหรับผู้ป่วย
ข้อมูลสุขภาพ
เกี่ยวกับเรา
สินค้า โรงพยาบาล
ปิด

ข้อไหล่ติดยึด ในผู้สูงอายุ

photo

 

ข้อไหล่ติดยึด (Frogen Shoulder)

     คือ ภาวะที่มีการขยับข้อไหล่ได้น้อย โดยมักจะเริ่มจากน้อยๆ เช่น ไม่สามารถ ยกไหล่ได้สุดหรือไขว่หลังได้สุด ต่อมาถ้าไม่ได้รับการรักษา จะเป็นมากขึ้นจนขยับได้น้อย หรือไม่ได้เลย

สาเหตุของข้อไหล่ติดยึด

        สาเหตุหลักของข้อไหล่ยึดติด การอักเสบของเนื้อเยื่อที่อยู่รอบๆ ข้อไหล่ ซึ่งเรียกว่า เยื่อหุ้มข้อไหล่ (Capsule) ปกติเยื่อหุ้มข้อไหล่จะค่อนข้าง ยืดหยุ่นและสามารถขยายตัวหรือหดตัว ตามการขยับของข้อไหล่ได้ แต่เมื่อเกิดภาวะข้อไหล่ติดยึดขึ้น เยื่อหุ้มข้อไหล่ดังกล่าวจะมีการอักเสบและหดตัว จนไม่สามารถยืดหยุ่นได้เหมือนเดิม ทำให้ขยับข้อไหล่ได้ลดน้อยลง และมีอาการปวดร่วมด้วยเสมอ

        การกระแทกของข้อไหล่, การที่ขยับข้อไหล่เป็นเวลานาน, การอักเสบของกล้ามเนื้อ, เอ็นโดยรอบข้อไหล่ สามารถนำไปสู่การอักเสบของเยื่อหุ้ม ข้อไหล่ได้ทั้งสิ้นเมื่อเกิดการอักเสบของเยื่อหุ้มข้อไหล่ดังกล่าว ก็ทำให้ผู้ป่วยมีภาวะข้อไหล่ติดยึดในที่สุด

การวินิจฉัยภาวะข้อไหล่ติดยึด

        ต้องอาศัยการตรวจ การเคลื่อนไหวของข้อไหล่ แต่ที่สำคัญที่สุดคือการค้นหาสาเหตุของข้อไหล่ติดยึด เช่น มีการอักเสบ, ฉีกขาดของเอ็นภายใน ข้อไหล่ มีหินปูนเกาะภายในข้อไหล่ ฯลฯ อีกสาเหตุหนึ่งที่มักทำให้ผู้ป่วยมีภาวะข้อไหล่ติดยึดได้มากขึ้น และรักษายากขึ้น คือ โรคเบาหวาน ที่ขาดการควบคุมที่ดี

การรักษาภาวะข้อไหล่ติดยึด

     จุดประสงค์ของการรักษามี 2 ข้อด้วยกัน คือ ต้องทำให้ข้อไหล่ขยับได้มากขึ้นและลดอาการเจ็บปวด โดยเฉพาะอาการปวดเวลานอนโดย การทำกายภาพบำบัด เพื่อให้การติดยึดของข้อไหล่ น้อยลง ,ขยับได้มากขึ้น โดยอาจใช้ร่วมกับการใช้ความร้อน เย็น หรืออัลตราซาวนด์ (Ultrasound) ฯลฯ

    ส่วนอาการปวด ซึ่งเกิดเนื่องมาจากการอักเสบของเยื่อหุ้มข้อ  เอ็นในข้อไหล่ ฯลฯ  ต้องรับการตรวจหาสาเหตุซึ่งอาจจำเป็นต้องใช้ยากัน ยาฉีด เข้าข้อ หรือการผ่าตัดส่องกล้อง หรือร่วมกันทั้งนี้ต้องเป็นไปตามสาเหตุของแต่โรคที่เกิดขึ้น

ข้อไหล่ติดแข็ง-ผ่าตัดทางกล้องรักษาหายได้

        ข้อไหล่ติดยึดแข็งเป็นโรคของข้ออย่างหนึ่งซึ่งจะปวดทรมานมาก จะมีอาการเริ่มแรกด้วยปวดบวมที่ข้อไหล่ก่อน เวลาเคลื่อนไหวใช้แขน ในชีวิตประจำวันจะปวดมากขึ้น ทำให้ไม่อยากจะขยับเขยื้อน ลงท้ายนานเข้าข้อไม่ได้ใช้งานจะยึดติดแข็งไปเลย

        สาเหตุส่วนใหญ่ที่พบมากมักเป็นกับหญิงวัยกลางคน มีโรคเบาหวานร่วมด้วยเป็น ๆ หาย ๆ ไม่หายขาด อีกแบบหนึ่งสาเหตุจากมีภยันตรายต่อข้อ อาจจากอุบัติเหตุ และสุดท้ายกับผู้สูงอายุจากความเสื่อมของเอ็นรอบข้อ และปลายกระดูกไหปลาร้าที่อยู่ติดกับข้อมีหินปูนเกาะไปขูดเอ็นรอบข้อ เวลาข้อเคลื่อนไหวจะทำให้อักเสบได้

        ข้อที่อักเสบปวด หากไม่ได้เคลื่อนไหว ทิ้งไว้นานก็จะติดแข็ง กระทบต่อปัญหาในชีวิตประจำวันอย่างมากคือจะใช้แขนไม่ถนัด โดยเฉพาะท่าที่ยกแขน ขึ้นเหนือศรีษะและท่าไพล่หลังจะทำไม่ได้เลย

        การรักษา แบบเดิมๆ ที่หมอกลางบ้านชอบรักษาคือการดัดข้อ ซึ่งหากเป็นสาเหตุจากแบบแรกโรคก็จะหายเองได้อยู่แล้ว แต่จะหายไม่ขาด ดัดมากไป อาจที่ให้กระดูกหักหรือเอ็นรอบข้อฉีกขาดเพิ่มอีกได้ ยากินแก้ปวด แก้อักเสบ กายภาพบำบัด ยังคงเป็นวิธีการที่รักษากันทั่วไป แบบที่เกิดจากอุบัติเหตุ และความเสื่อมหากรักษาแล้วไม่ดีขึ้น คงจะต้องเปิดผ่าตัดข้อ เข้าไปเย็บซ่อมเอ็นรอบข้อที่ฉีกขาดตัดกระดูกที่มีหินปูนออก จะช่วยทำให้ข้อกลับคืนเคลื่อนไหวได้ดังเดิมเป็นปกติดี

ปวดไหล่...อันตรายที่อาจเรื้อรัง

       เมื่อพูดถึงหัวไหล่ หลายคนคงสงสัยว่า มีอันตรายที่เกิดขึ้นกับอวัยวะส่วนนี้ได้อย่างไร ก่อนอื่นขออธิบายก่อนว่า หัวไหล่เป็นอวัยวะหนึ่งที่เป็นส่วนของข้อ ที่มีประโยชน์มากใช้ในการทำกิจกรรม ต่าง ๆ มากมาย แต่เนื่องจากข้อหัวไหล่มีการเคลื่อนไหวได้มากที่สุดของร่างกาย จึงมักใช้หัวไหล่ในกิจวัตร ประจำวันต่าง ๆ เป็นอย่างมาก เช่น การแต่งกาย การทำความสะอาดร่างกาย การทำงาน รวมทั้งการเล่นกีฬา ซึ่งหากมีความผิดปกติเกิดขึ้นที่หัวไหล่ จะทำให้การดำเนินชีวิตเป็นไปได้ด้วยความยากลำบากมากขึ้น

photo

อาการ ปวดไหล่ เป็นปัญหาที่พบได้มากและบ่อยขึ้น โดยอาการปวดอาจจะเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว หรือเป็นเรื้อรังได้ อาการปวดหัวไหล่อาจมีลักษณะ แตกต่างกันไปในแต่ละโรค อาจมีอาการปวดได้ในบางช่วงเวลา หรือมีอาการปวดตลอดเวลา หลายคนคิดว่าอาการปวดหัวไหล่อาจเกิดขึ้นและหายได้เอง แต่ในบางครั้งอาการปวดไหล่ก็เป็นอาการนำของภาวะที่เป็นอันตราย เช่น ภาวะหมอนรองกระดูกคอกดทับเส้นประสาท ภาวะมะเร็งกระจายมาที่กระดูก รวมทั้งอาจเป็นอาการนำของภาวะโรคที่รุนแรงต้องเข้ารับการผ่าตัด เช่น ภาวะเส้นเอ็นใต้กระดูกสะบักฉีกขาด ข้อไหล่ไม่มั่นคง

       นอกจากนี้ อาการปวดไหล่ยังทำให้มีอาการปวดเรื้อรัง ดังเช่น ภาวะไหล่ติด ข้อเสื่อม ภาวะแคลเซียมเกาะเส้นเอ็นหัวไหล่ โดยทั่วไปอาการปวดไหล่ สามารถเกิดได้หลายสาเหตุ โดยแบ่งออกเป็นสองกลุ่มใหญ่ คือ อาการปวดหัวไหล่ที่เกิดจากความผิดปกติของข้อหัวไหล่เอง หรือความผิดปกติที่เกิดจาก อวัยวะข้างเคียงที่มีลักษณะอาการปวดร้าวมาที่หัว ไหล่หรือบริเวณใกล้เคียงหัวไหล่ เช่น ภาวะหัวใจขาดเลือด วัณโรคปอด กระดูกต้นคอเสื่อม เป็นต้น

       อาการปวดหัวไหล่ที่พบได้บ่อยในคนวัยทำงาน มักเกิดจากภาวะการอักเสบและเกร็งของกล้ามเนื้อบริเวณหัวไหล่ กระดูกสะบักด้านหลัง และต้นคอ โดยมีอาการปวดตื้น อาการปวดอาจร้าวไปที่คอ หลัง หรือต้นแขนได้ และอาการที่เกิดขึ้นมักมีความสัมพันธ์กับการใช้งาน เช่น การพิมพ์งาน เป็นเวลานาน ๆ การสะพายกระเป๋าหนัก เป็นเวลานาน ความเครียด การขาดการออกกำลังกาย ภาวะนี้มักจะมีอาการเป็น ๆ หาย ๆ แต่ไม่เป็น อันตรายร้ายแรงใด ๆ จึงแนะนำให้สำรวจอาการปวดว่าเกิดจากปัจจัยเสี่ยงใด เช่น สะพายกระเป๋านานเกินไป โต๊ะที่ทำงานสูงเกินไป เวลาพิมพ์งานต้องเกร็งกล้ามเนื้อบริเวณคอ และหัวไหล่มาก และนานเกินไป

       การแก้ไขที่สำคัญ คือ ควรลดหรือแก้ไขสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ แต่ในกรณี ที่ไม่มีสาเหตุที่ชัดเจน การยืดกล้ามเนื้อและออกกำลังกายบริเวณกล้ามเนื้อรอบกระดูกสะบักและหัวไหล่ จะช่วยลดอาการปวดและตึงตัวของกล้ามเนื้อ และช่วยลดการอักเสบของกล้ามเนื้อได้ เช่นกัน

       ส่วนอาการปวดหัวไหล่ที่เกิดจากอุบัติเหตุ หัวไหล่มักจะได้รับบาดเจ็บที่รุนแรง ได้แก่ ข้อหัวไหล่เคลื่อน โดยจะมีอาการปวดหัวไหล่ทันทีหลังจากเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งจะไม่สามารถขยับหัวไหล่ได้ ทำให้หัวไหล่มีลักษณะผิดรูป ภาวะนี้ควรไปพบแพทย์โดยด่วน เพราะหากรักษาไม่ถูกต้องอาจจะเกิดภาวะแทรกซ้อนตามมาได้ เช่น ข้อหัวไหล่ไม่เข้าที่ กระดูกหักร่วมกับภาวะข้อเคลื่อน ภาวะหัวไหล่ไม่มั่นคง ภาวะเส้นเอ็น เส้นเลือด หรือ เส้นประสาทบริเวณหัวไหล่ได้รับบาดเจ็บ

photo

   นอกจากนี้ อาการปวดหัวไหล่เรื้อรังที่พบมากในกลุ่มผู้สูงอายุ โดยทั่วไปคนสูงอายุมักจะมาพบแพทย์ค่อนข้างช้า และมาพบเมื่อมีอาการ มาแล้วหลาย สัปดาห์ หรือ หลายเดือน ทำให้อาการปวดหัวไหล่ส่วนใหญ่มักจะมีอาการปวดเรื้อรัง และในบางครั้งทำให้โรคมีความรุนแรงมากขึ้น

       ภาวะที่พบบ่อยดังกล่าว ได้แก่ ภาวะหัวไหล่ติด ภาวะการอักเสบของเส้นเอ็นใต้กระดูกสะบัก โดยทั้งสองภาวะนี้ผู้ป่วยจะมาด้วยอาการปวดหัวไหล่ที่คล้ายคลึงกัน คือ มีลักษณะปวดหัวไหล่ ปวดร้าวลงมาบริเวณต้นแขน จะยิ่งปวดมากขึ้นในช่วงเวลานอน อาการที่เกิดจะทำให้นอนตะแคงทับหัวไหล่ข้างที่ปวดไม่ได้ พลิกตัวไม่ได้ การเคลื่อนไหวของหัวไหล่จะทำได้น้อยลง ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ลำบาก โดยเฉพาะการหมุนหรือบิดแขนไปด้านหลัง เช่น ติดตะขอชุดชั้นใน หรือถูสบู่ด้านหลัง

       สิ่งที่น่าสนใจเพิ่มเติมก็คือ ภาวะหัวไหล่ติด สามารถเกิดขึ้นได้เอง หรือเกิดได้จากการบาดเจ็บเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น การถูกกระแทก มักเกิดได้บ่อยใน ผู้ป่วยเบาหวาน ไทรอยด์ และความผิดปกติที่ปอด เช่น วัณโรคหรือจุดที่ปอด ลักษณะจะมีการอักเสบของเยื่อหุ้มข้อหัวไหล่ในช่วงแรก ทำให้ผู้ป่วย มีอาการปวดหัวไหล่ แต่ไม่มีจุดกดเจ็บที่ชัดเจน เมื่อเวลาผ่านไปอาการจะเป็นมากขึ้น ทำให้ทำการเคลื่อนไหวข้อหัวไหล่ได้ลำบากมากขึ้น

        การเคลื่อนไหว ที่ลดลงจะเป็นเกือบทุกทิศทาง ยกแขนได้ไม่สุด โดยเฉพาะการเคลื่อนไหวในทิศทางบิดหมุนหัวไหล่จะมีการเคลื่อนไหวได้น้อย ทำกิจวัตรประจำวันได้อย่างยากลำบาก เช่น การถอดหรือใส่เสื้อยืด การถูสบู่ การหยิบของในที่สูง ภาวะนี้สามารถหายเอง มักใช้เวลานานนับปี ทำให้ผู้ป่วยที่มีภาวะนี้ค่อนข้าง ลำบากพอสมควรในช่วงเวลาที่มีอาการไหล่ติด

       การรักษานอกเหนือจากการใช้ยาแก้อักเสบและยาแก้ปวดเพื่อบรรเทาอาการแล้ว การบริหารยืดข้อหัวไหล่ จะช่วยทำให้ภาวะนี้หายเร็วขึ้น ซึ่งสามารถทำได้ง่าย ๆ ที่บ้าน เช่นการใช้มือไต่ผนัง การรำกระบอง เป็นต้น ในช่วงแรกที่มีอาการปวด และยังมีหัวไหล่ติดไม่มากนัก การใช้ยาต้านการอักเสบร่วมกับการบริหารข้อหัวไหล่จะได้ผลค่อนข้างดี แต่ถ้าปล่อยให้มีอาการมานาน หัวไหล่เคลื่อนไหวได้น้อยลงอย่างมาก จนการเคลื่อนไหวลดลงทุกทิศทาง การรักษาอาจจะต้องใช้ระยะเวลานาน หรือไม่ประสบความสำเร็จในการรักษา ต้องใช้วิธีอื่น ๆ ในการรักษา เช่น การดมยาสลบดัดข้อหัวไหล่ หรือผ่าตัดส่องกล้องข้อหัวไหล่เพื่อตัด และยืดเยื่อหุ้มข้อหัวไหล่ที่หดรัดตัวอยู่

       ภาวะเส้นเอ็นใต้สะบักอักเสบ ก็เป็นอีกภาวะหนึ่งที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ เป็นภาวะที่ควรแยกออกจากภาวะข้อไหล่ติดเพราะการดำเนินโรค และการรักษามีความแตกต่างกัน ถึงแม้ว่าจะมีอาการปวดหัวไหล่ที่คล้ายคลึงกับภาวะข้อไหล่ติด มีอาการปวดในเวลากลางคืน แต่อาการปวดของภาวะนี้เกิดจากการอักเสบ ของเส้นเอ็นกล้ามเนื้อใต้สะบัก และถุงที่อยู่ระหว่างเส้นเอ็นและกระดูก ทำให้ผู้ป่วยมีอาการปวดหัวไหล่ จนปวดร้าวลงมาที่แขนได้

       อาการปวดมักจะเป็นขึ้นในขณะที่มีกิจกรรมที่ต้องใช้แขนยกเหนือศีรษะ เช่น หยิบกระเป๋าจากชั้นวางของ นอนยกแขนวางบนหน้าผาก และการเคลื่อนไหวอาจจะลดลงในบางทิศทาง แต่ไม่มากเท่ากับภาวะข้อหัวไหล่ติด ภาวะนี้เกิดจากหลายปัจจัย เช่น การเสื่อมสภาพของเส้นเอ็นหัวไหล่ในผู้สูงอายุ กระดูกสะบักด้านหน้าที่มีลักษณะโค้งมากผิดปกติ หรือกระดูกงอกบริเวณกระดูกสะบักด้านหน้า รวมไปถึงการได้รับอุบัติเหตุข้อไหล่เคลื่อน เป็นต้น

       อาการปวดไหล่สามารถแก้ไขได้ โดยเริ่มต้นที่การสังเกตอาการ ท่าทางของตนเองว่ามีความผิดปกติอย่างไร น่าจะมีสาเหตุเกิดขึ้นจากอะไร ซึ่งแน่นอนว่า จะทำให้ง่ายต่อการวินิจฉัยของแพทย์เมื่อต้องทำการรักษาในระยะแรก


สอบถามเพิ่มเติม สถาบันเวชศาสตร์การกีฬาและออกกำลังกายกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ
เวลาทำการ    จันทร์ – อาทิตย์   07.00 – 17.00 .
โทร02-310-3979, 02-310-3980 หรือ โทร.1719
Email: info@bangkokhospital.com