Skip to main content
ปิด

ค้นหาแพทย์

ไม่แน่ใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร ?

คุณสามารถ นัดหมายแพทย์ โดยไม่ต้องค้นหาแพทย์

การนัดหมายแพทย์นี้ ไม่เหมาะสมในกรณีจำเป็นฉุกเฉิน
และไม่สามารถทำในวันเดียวกันกับวันเข้าพบแพทย์
ในกรณีฉุกเฉินโปรดติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์ +662 310 3000 หรือ 1719 (เบอร์ติดต่อท้องถิ่น)
CLOSE
 
ปิด
ค้นหาแพทย์
นัดหมายแพทย์
ศูนย์แจ้งเตือน
หน้าหลัก
ศูนย์รักษาโรค
ข้อมูลสำหรับผู้ป่วย
ข้อมูลสุขภาพ
เกี่ยวกับเรา
สินค้า โรงพยาบาล
ปิด

จะเลือกวิตามินชนิดไหนดี

photo

ปัจจุบันตลาดอาหารเสริมและวิตามินเพื่อสุขภาพได้ขยายตัวตามความตื่นตัวในการดูแลรักษาสุขภาพของผู้บริโภค แต่เราจะแน่ใจในคุณภาพของวิตามินนั้นได้อย่างไรว่ามีประสิทธิภาพ (Effectiveness) จริงตามที่อ้าง

 

วิตามินหรืออาหารเสริมในท้องตลาดนั้นแบ่งได้สองประเภท คือ

  1. Food Grade คือ ใช้เกณฑ์ในการควบคุมคุณภาพเช่นเดียวกับอาหาร
  2. Pharmaceutical Grade/Medical Grade คือ ใช้เกณฑ์ในการควบคุมคุณภาพเดียวกับยารักษาโรค
     

วิตามินเกรดอาหาร (Food grade vitamins) 

ดูจะเป็นผลิตภัณฑ์ที่พบได้ง่ายตามท้องตลาดทั่วไป กระบวนการผลิตของวิตามินเกรดนี้ ไม่จำเป็นต้องผ่านการควบคุมของสำนักงานอาหารและยา (Food and Drug Administration) และไม่จำเป็นต้องบอกส่วนผสมทั้งหมดที่มีในผลิตภัณฑ์นั้นๆ ทำให้มีโอกาสการปนเปื้อนจากสารเคมีอื่นๆ (Chemical contamination) อยู่มาก ยกตัวอย่างเช่น โลหะหนัก (Heavy metals) สีผมอาหาร (Food coloring) แป้ง น้ำตาลบางชนิด หรือสารเคมีอื่นๆ ที่สำคัญคือผู้บริโภคเองอาจจะไม่ทราบเลยถึงการมีสารปนเปื้อนเนื่องจากข้อกำหนดของอาหารนั้นไม่จำเป็นต้องระบุส่วนประกอบทั้งหมดในฉลาก อีกทั้งในส่วนคุณภาพวัตถุดิบ (Raw material) ของวิตามินเกรดอาหารนั้นก็ไม่มีการกำหนดอย่างชัดเจน

ดังนั้นสารอาหารที่ได้รับอาจจะไม่ตรงตามที่ระบุไว้ในฉลาก (Discrepancy) ยกตัวอย่างเช่น วิตามินซีเกรดอาหาร (Food grade vitamin C) 500 มิลลิกรัม เมื่อเรารับประทานเข้าไปแล้ว ร่างกายอาจได้รับวิตามินซีในปริมาณที่ไม่ถึง 500 มิลลิกรัม หรือ ซ้ำร้ายร่างกายอาจไม่สามารถดูดซึมเลย และถ่ายออกมาเป็นวิตามินซีในรูปแบบเดิม อีกทั้งยังเสี่ยงกับการได้รับสารเคมีอื่น ๆ ซึ่งอาจจะก่อให้เกิดผลเสียกับสุขภาพอีกด้วย

วิตามินเกรดยา (Pharmaceutical grade or medical grade vitamin) 

กระบวนการการผลิตจะมีการควบคุมคุณภาพที่มากกว่า (Higher quality control) โดยจะต้องมีการกำหนดมาตรฐานคุณภาพแหล่งที่มาของวิตามินชนิดนั้น ต้องไม่มีสารปนเปื้อน (No chemical contamination) คุณภาพของวิตามินร่างกายที่ได้รับ การดูดซึมและออกฤทธิ์จะต้องได้มาตรฐานเช่นเดียวกับการผลิตยา (High Bio-availability) ปริมาณวิตามินที่ระบุในฉลากนั้นต้องครบถ้วน ถูกต้องและเชื่อถือได้ (Reliability)

เรียกได้ว่าวิตามินเกรดนี้มีคุณภาพและประสิทธิภาพมากกว่าเกรดอาหารอย่างมาก แต่วิตามินเกรดนี้อาจจะหาได้ยากตามท้องตลาดอีกทั้งราคาสูงกว่าชนิดอื่น หากวิตามินนั้นมีคุณภาพเป็นเกรดยาก็จะมีการระบุไว้ในฉลากสินค้า 
 

ดังนั้นการอ่านและศึกษาข้องมูลของวิตามินก่อนตัดสินใจซื้อ จึงมีความสำคัญมากกับผู้บริโภค การเลือกซื้อวิตามินจึงไม่อาจตัดสินกันที่ราคาเพียงอย่างเดียว ควรพิจารณาถึงคุณภาพ (Quality) และประสิทธิภาพที่เชื่อถือได้ วิตามินที่จะถูกจัดว่าแพงที่สุดคือวิตามินที่ไม่ได้ก่อให้เกิดผลดีกับสุขภาพ ร่างกายดูดซึมไม่ได้ (Poor absorption) หรือได้ของแถมเป็นสารพิษอีก (Heavy metal toxicity) เพราะนอกจากเราจะต้องเสียเงินในการซื้อหามารับประทานแล้ว เราต้องจ่ายเพิ่มในส่วนของสุขภาพที่เสียไปอีกด้วย


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัยกรุงเทพ 
ชั้น 6 อาคารบางกอกพลาซ่า โรงพยาบาลกรุงเทพ
เวลาเปิดบริการ
  • วันจันทร์-พฤหัสบดี : 7.00 - 18.00 น.
  • วันศุกร์ : 7.00 - 17.00 น.
  • วันเสาร์-วันอาทิตย์ : 8.00 - 12.00 น.
โทร. 0 2308 7043 หรือ 0 2310 3000
อีเมล 
bmcroyallifeinfo@bangkokhospital.com