Skip to main content
ปิด

ค้นหาแพทย์

ไม่แน่ใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร ?

คุณสามารถ นัดหมายแพทย์ โดยไม่ต้องค้นหาแพทย์

การนัดหมายแพทย์นี้ ไม่เหมาะสมในกรณีจำเป็นฉุกเฉิน
และไม่สามารถทำในวันเดียวกันกับวันเข้าพบแพทย์
ในกรณีฉุกเฉินโปรดติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์ +662 310 3000 หรือ 1719 (เบอร์ติดต่อท้องถิ่น)
CLOSE
 
ปิด
ค้นหาแพทย์
นัดหมายแพทย์
ศูนย์แจ้งเตือน
หน้าหลัก
ศูนย์รักษาโรค
ข้อมูลสำหรับผู้ป่วย
ข้อมูลสุขภาพ
เกี่ยวกับเรา
สินค้า โรงพยาบาล
ปิด

การตรวจภาวะไขมันสะสมในตับ ด้วยเครื่อง Fibro Scan with CAP

photo

     ภาวะไขมันสะสมในตับ คือ ภาวะที่ร่างกายมีการสะสมของไขมันภายในเซลล์ตับ ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในรูปของไตรกลีเซอไรด์โดยอาจมีเพียงการสะสมของไขมันอย่างเดียวหรืออาจมีการอักเสบของตับร่วมด้วย ซึ่งในผู้ป่วยบางรายการอักเสบเรื้อรังนี้อาจนำไปสู่การเกิดพังผืดในตับ หรือที่เราเรียกว่า
ภาวะตับแข็งได้ โดยสาเหตุของโรคนี้ปัจจุบันยังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัดอาจมีหลายปัจจัยร่วมกัน
     โดยข้อมูลในปัจจุบันเชื่อว่า ปัจจัยสำคัญของการเกิดภาวะไขมันสะสมในตับคือภาวะดื้อต่ออินซูลินและจากนั้นอาจจะมีกลไกอื่นที่มากระตุ้นให้เซลล์ตับที่มีไขมันเกาะอยู่นั้นเกิดการอักเสบและการตายของเซลล์ตับ ซึ่งผู้ป่วยส่วนมากจะไม่แสดงอาการชัดเจนนักโดยผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการจุกแน่นชายโครงด้านขวาหรือในรายที่เป็นมานานอาจมีอาการเริ่มต้นของภาวะตับแข็ง เช่น อ่อนเพลีย ท้องโต เป็นต้นซึ่งมักตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจเลือด เช็กสุขภาพประจำปีซึ่งอาจทำให้ความเสี่ยงของอาการนี้ลุกลามจนยากแก่การรักษา

Fibroscan with CAP (Controlled Attenuation Parameter)

     ในปัจจุบันได้มีการพัฒนาการตรวจวินิจฉัยโดยนำเอาเครื่องมือที่เรียกว่า Fibroscan with CAP (Controlled Attenuation Parameter) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในการตรวจวินิจฉัยเพื่อดูสภาพการเกิดพังผืดในเนื้อตับเข้ามาช่วยซึ่งทางโรงพยาบาลกรุงเทพถือเป็นแห่งแรกในประเทศไทยที่ใช้เทคโนโลยีนี้นอกจากจะสามารถตรวจประเมินสภาวะพังผืดในเนื้อตับในผู้ป่วยที่เป็นตับแข็งระยะแรกๆรวมถึงติดตามผลประเมินระดับความรุนแรงเพื่อวางแผนการรักษาและวินิจฉัยภาวะแทรกซ้อนของผู้ป่วยที่มีภาวะตับแข็งแทนการเจาะเนื้อตับได้แล้ว ยังสามารถประเมินและแสดงปริมาณไขมันสะสมในตับสำหรับผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงต่อภาวะไขมันพอกตับ (Fatty Liver)ได้พร้อมกันภายในครั้งเดียวอย่างรวดเร็วและตรงจุดชัดเจนโดยผู้ป่วยจะไม่ได้รับความเจ็บปวดหรือเกิดภาวะแทรกซ้อนใดๆทั้งขณะรับการตรวจและภายหลังรับการตรวจ

หลักการทำงานของ Fibroscan with CAP

  1. การตรวจหาภาวะพังผืดในเนื้อตับ (Fibroscan) ใช้หลักการทำงานโดยการปล่อยคลื่นเสียงเข้าไปในเนื้อตับและใช้คลื่นอัลตราซาวนด์ในการตรวจวัดความเร็วของคลื่นเสียงที่สะท้อนกลับเพื่อประเมินค่าความนิ่มหรือแข็งของเนื้อตับ โดยใช้หลักการที่ว่าหากตับเริ่มแข็งคลื่นเสียงที่สะท้อนกลับจะเดินทางได้เร็ว ค่าที่ได้ก็จะสูงตามโดยหน่วยที่วัดใช้เป็น kPa (กิโลพาสคาล)

  2. การตรวจประเมินไขมันสะสมในตับ (Controlled Attenuation Parameter:CAP) ใช้หลักโดยการปล่อยคลื่นอัลตราซาวนด์เข้าไปในเนื้อตับและวัดค่าความต้านทานนั้นๆ หากตับมีปริมาณไขมันสะสมในตับมากก็จะมีแรงต้านทานมาก ค่าที่ได้ก็จะสูงตามโดยหน่วยที่ใช้วัดเป็น dB/m (เดซิเบล/เมตร)

ข้อดีของ Fibroscan with CAP

  • การเตรียมตัวของผู้ป่วยก่อนเข้ารับการตรวจไม่ยุ่งยาก ไม่ต้องงดน้ำและอาหารตรวจได้ทันที สามารถทราบทั้งภาวะพังผืดในเนื้อตับและปริมาณไขมันสะสมในตับได้โดยการตรวจเพียงครั้งเดียว โดยใช้เวลาในการตรวจประมาณ 8-10 นาที ซึ่งมีความตรงจุดชัดเจนสูง

  • ตรวจได้ลึกถึง 6.5 ซม.x3 ลบ.ซม. และสามารถทราบผลได้ทันทีหลังการตรวจโดยไม่มีบาดแผล ไม่เจ็บ และไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนใดๆ หลังการตรวจ

  • ตรวจซ้ำได้บ่อยครั้ง เพื่อติดตามอาการอย่างใกล้ชิด โดยปราศจากผลข้างเคียง

  • ผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องนอนโรงพยาบาล กลับบ้านได้ทันทีภายหลังการตรวจ

ข้อจำกัดของ Fibroscan with CAP 

  • ไม่สามารถตรวจหาจุดเนื้องอกหรือมะเร็งในตับได้

  • ไม่สามารถทำการตรวจในผู้ป่วยที่มีค่าดัชนีมวลกายมากกว่า 28 ( BMI  > 28kg/m2 ) 

  • ไม่ควรใช้กับผู้ป่วยที่กำลังตั้งครรภ์ ผู้ป่วยที่มีภาวะท้องมาน (Ascites)

  • ไม่ควรใช้กับผู้ป่วยที่ติดอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่น เครื่องกระตุ้นหัวใจ (Pace Maker) เป็นต้น

  • ไม่ควรใช้กับผู้ป่วยที่ได้รับการปลูกถ่ายอวัยวะหรือผู้ป่วยโรคหัวใจ

  • ไม่ควรใช้กับผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งระยะลุกลาม

  • ไม่ควรใช้กับผู้ป่วยที่มีข้อจำกัดทางการแพทย์อื่นๆ ผู้ป่วยที่ควรได้รับการตรวจด้วยเครื่อง Fibroscan with CAP

  • ผู้ป่วยเป็นไวรัสตับอักเสบบี หรือซี

  • ผู้ที่เป็นโรคตับอักเสบและตับแข็งจากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่ไวรัส

  • ผู้ที่มีไขมันสะสมในตับ

ขั้นตอนการปฏิบัติตัวของผู้ป่วยขณะรับการตรวจ

  1. นอนหงายโดยยกแขนทั้งสองข้างไว้เหนือศีรษะ

  2. เจ้าหน้าที่ทาเจลบริเวณข้างลำตัวด้านขวาของผู้ป่วยจากนั้นจึงวางหัวตรวจและทำการปล่อยคลื่นเสียงซึ่งผู้ป่วยจะรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนเพียงเล็กน้อย

  3. ทำการตรวจ ณ ตำแหน่งเดิมจำนวน 10 ครั้ง ใช้เวลาในการตรวจทั้งหมดประมาณ 8-10 นาที

  4. เมื่อตรวจเสร็จผู้ป่วยจะทราบผลทันทีและสามารถปฏิบัติตัวได้ตามปกติโดยไม่มีข้อจำกัดหรือข้อห้ามใดๆ


ศูนย์โรคทางเดินอาหารและตับกรุงเทพ
ชั้น 2 อาคารโรงพยาบาลกรุงเทพ
เวลาทำการ
จันทร์-ศุกร์ 08.00-19.00 น.
เสาร์-อาทิตย์ 08.00-15.00 น.
โทร 0 2310 3403, 1719