Skip to main content
ปิด

ค้นหาแพทย์

ไม่แน่ใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร ?

คุณสามารถ นัดหมายแพทย์ โดยไม่ต้องค้นหาแพทย์

การนัดหมายแพทย์นี้ ไม่เหมาะสมในกรณีจำเป็นฉุกเฉิน
และไม่สามารถทำในวันเดียวกันกับวันเข้าพบแพทย์
ในกรณีฉุกเฉินโปรดติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์ +662 310 3000 หรือ 1719 (เบอร์ติดต่อท้องถิ่น)
CLOSE
 
ปิด
ค้นหาแพทย์
นัดหมายแพทย์
ศูนย์แจ้งเตือน
หน้าหลัก
ศูนย์รักษาโรค
ข้อมูลสำหรับผู้ป่วย
ข้อมูลสุขภาพ
เกี่ยวกับเรา
ซื้อโปรโมชั่นแพคเกจออนไลน์
ปิด

การหาสาเหตุอาการเหนื่อยง่าย หายใจไม่อิ่ม : โรคหรือไม่ใช่โรค

photo

อาการหอบเหนื่อยและเจ็บหน้าอกเป็นอาการที่พบบ่อยอาการหนึ่งเราทุกคนคงเคยมีอาการนี้มาก่อน เช่น หลังออกกำลัง แต่อาการเหนื่อยแบบนั้นถือว่าเป็นอาการเหนื่อยตามปกติ แม้ว่าบางคนอาจมีอาการเหนื่อยมากในขณะที่บางคนอาจเหนื่อยน้อยกว่าเมื่อออกกำลังในขนาดเดียวกันก็ตาม

อาการเหนื่อยง่าย หมายถึง เมื่อเราออกกำลังแล้วเหนื่อย ในขณะที่คนปกติอื่น ๆที่มีอายุรุ่นราวคราวเดียวกัน ทำได้สบายโดยไม่มีอาการอะไร ดังนั้นพูดง่าย ๆ คือ คนอื่นๆ เขาทำได้สบาย ไม่เหนื่อย แต่เราทำบ้างกลับมีอาการเหนื่อย
 
อาการเหนื่อยคืออะไร

คนปกติต้องหายใจ

เมื่อหายใจเข้าเพื่อนำเอาออกซิเจนซึ่งมีอยู่ในอากาศไปให้ร่างกายใช้และหายใจออกเพื่อนำเอาคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งเป็นของเสียที่สร้างขึ้นในร่างกายออกไปการหายใจควบคุมโดยศูนย์ควบคุมการหายใจในสมองซึ่งควบคุมให้ปริมาณการหายใจเป็นสัดส่วนกับความต้องการของออกซิเจนในร่างกาย โดยที่ตัวเองไม่ต้องรับรู้ (Involuntary Breathing) เมื่อร่างกายต้องการออกซิเจนเพิ่มขึ้น ศูนย์ควบคุมการหายใจก็จะกระตุ้นให้หายใจเพิ่มขึ้นตาม เมื่อต้องการออกซิเจนน้อยลง ศูนย์ควบคุมการหายใจจะสั่งให้หายใจน้อยลง โดยไม่รู้สึกตัวว่าหายใจมากหรือหายใจน้อยแต่ตัวเองสามารถควบคุมการหายใจได้เช่นกัน เช่น ถ้าต้องการจะกลั้นหยุดหายใจหรือจะหายใจเร็วก็สามารถทำได้ (Voluntary Breathing) การหายใจต้องใช้พลังงานโดยมีกล้ามเนื้อช่วยการหายใจ ได้แก่ กล้ามเนื้อที่ยึดซี่โครงของทรวงอกและกระบังลมหดตัว ทำให้ทรวงอกเคลื่อนไหวเป็นตัวสำคัญ

สาเหตุของอาการเหนื่อยและหายใจไม่อิ่ม
สาเหตุของอาการเหนื่อยอาจเป็นจากโรคหรือไม่ใช่จากโรคก็ได้และแบ่งเป็นเหนื่อยปัจจุบัน คือ เพิ่งเป็นมา 2-3 วัน หรือเป็นเรื้อรัง คือ เป็นมานานแล้ว

สาเหตุจากโรค

  • โรคปอด

  • โรคหัวใจ

  • โรคอื่นๆ ที่ทำให้มีอาการเหนื่อยอย่างปัจจุบัน

    • จากอุบัติเหตุเกิดบาดเจ็บที่ทรวงอก เพราะอาจมีอันตรายถึงปอดและหัวใจ โรคอื่นๆ ที่ทำให้มีอาการเหนื่อยเรื้อรัง

    • โรคสมองและประสาทเลี้ยงกล้ามเนื้อ (Neuromuscular Disease) เช่น หลอดเลือดเลี้ยงสมองตีบ โรคกล้ามเนื้อฝ่อ (Muscular atrophy or Dystrophy) และ Myasthenia Gravis เป็นต้น

    • จมูกอักเสบเรื้อรัง

    • โรคโลหิตจาง 

    • โรคคอพอกเป็นพิษ ต่อมธัยรอยด์ทำงานเกินขนาด (Thyrotoxicosis or Hyperthyroidism)

    • ต่อมธัยรอยด์ทำงานน้อย (Hypothyroidism)

    • การพิการของกระดูกทรวงอกจำกัดการเคลื่อนไหวของทรวงอก ทำให้การหายใจลำบากขึ้น ออกแรงมากขึ้น

    • กรดในกระเพาะไหลย้อนกลับ (Gastroesophageal Reflux) และท้องอืด

    • โรคไตเรื้อรัง

    • โรคตับในระยะรุนแรง

สาเหตุไม่ใช่จากโรค

  • ไม่ใคร่ได้ออกกำลัง (Physically Unfit)

  • ขณะกำลังรื้อฟื้นจากไข้

  • พักผ่อนไม่พอ 

  • เครียด กังวล ท้อใจ (เหนื่อยใจ)

ส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่มาหาด้วยอาการเหนื่อยง่ายมักไม่ได้เกิดจากโรคแต่มีโรคจำนวนมากที่ทำให้เกิดอาการเหนื่อย หากไม่รักษาหรือรักษาช้าไปอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตหรือต้องพิการมีอาการเหนื่อยไปตลอดชีวิต

ความรุนแรงของอาการเหนื่อย
แพทย์มักถามถึงความรุนแรงของอาการเหนื่อยว่ามีมากน้อยเพียงใดโดยดูความสามารถในการออกกำลังเพื่อประเมินดูสมรรถภาพผู้ป่วยและความรุนแรงของโรค ที่ใช้กันทั่วไปแบบง่าย ๆ คือ ใช้ Word Scale (Modified Medical
Research Council Scale) โดยแบ่งเป็น Grade 0 ถึง 4

  • Grade 0 ไม่มีอาการหอบเหนื่อย ยกเว้นไปออกกำลังอย่างหนัก

  • Grade 1 มีอาการเหนื่อยเมื่อเดินเร็ว ๆ บนทางราบหรือเดินขึ้นเขา

  • Grade 2 ต้องเดินบนทางราบได้ช้ากว่าคนปกติที่มีอายุขนาดเดียวกันเพื่อหลีกเลี่ยงเกิดอาการหอบเหนื่อยหรือต้องหยุดพักเพื่อหายใจเมื่อเดินบนทางราบได้ระยะหนึ่ง 

  • Grade 3 ต้องหยุดพักหายใจเพราะเหนื่อย เมื่อเดินได้ประมาณ 100 หลา หรือในราว 2-3 นาที 

  • Grade 4 มีอาการเหนื่อยเมื่อต้องออกจากบ้านหรือเหนื่อยเมื่อสวมหรือถอดเสื้อผ้าออกเอง หรืออาจใช้การแบ่งของสมาคมโรคหัวใจของนครนิวยอร์ก (New York Heart Association Functional Classification) ที่แบ่งออกได้ ดังนี้

  • Class I ออกกำลัง (Physical Activity) ได้ไม่จำกัดเหมือนคนปกติ

  • Class II จำกัดการออกกำลังเพียงเล็กน้อย ไม่เหนื่อย สบายดีไม่มีอาการถ้าอยู่เฉย ๆ แต่ออกกำลังตามธรรมดามีอาการเหนื่อยบ้าง 

  • Class III ต้องจำกัดการออกกำลังอย่างมาก ไม่เหนื่อย สบายดีไม่มีอาการถ้าอยู่เฉย ๆ ออกกำลังเล็กน้อยก็เหนื่อย

  • Class IV ไม่สามารถออกกำลังได้โดยไม่เหนื่อย แม้แต่อยู่เฉย ๆ ก็อาจจะเหนื่อย อาการจะเพิ่มมากขึ้นเมื่อออกกำลังเพิ่มขึ้น

หน่วยกายภาพบำบัดและฟื้นฟูสมรรถภาพหลายแห่งจะใช้การแบ่งที่ละเอียดกว่าในการประเมินอาการและติดตามผลการรักษาผู้ป่วย เช่น ใช้ Rating Scale for Dyspnea (Modified Borg Scale) เป็นต้น

การตรวจหาสาเหตุอาการเหนื่อย หายใจไม่อิ่มที่เกิดจากโรค
การซักประวัติ ตรวจร่างกายที่ได้มาตรฐาน ตรวจเลือด ตรวจหน้าที่ตับ ไต ต่อมธัยรอยด์ เอ็กซเรย์ทรวงอก คลื่นไฟฟ้าหัวใจ และตรวจสมรรถภาพปอด จะบอกถึงสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการเหนื่อยง่ายหรือเกิดอาการได้เกือบหมด

สาเหตุของโรคที่สำคัญ คือ โรคปอดและโรคหัวใจ

 

  • โรคปอดเป็นโรคที่พบบ่อยที่สุด สถิติจากศูนย์ควบคุมโรคในสหรัฐ ในปี 2543 ชาวอเมริกันประมาณ 30 ล้านคนหรือ 11.03% ของประชากร ป่วยเป็นโรคปอดเรื้อรัง ในขณะเดียวกันมีชาวอเมริกัน 22 ล้านคน หรือ 8.09% ป่วยเป็นโรคหัวใจ สำหรับในประเทศไทย ในปี 2545 สถิติจากกระทรวงสาธารณสุข ปรากฏว่า ผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจเข้ามารับการตรวจจากแพทย์ปีละ 24.4 ล้านราย และระบบไหลเวียนของเลือด 7.2 ล้านราย อัตราตายของคนไทยจากโรคปอด ซึ่งรวมถึงปอดบวมและวัณโรค ด้วยอัตรา 31.9 ต่อประชากร 100,000 คน ซึ่งเป็นโรคหัวใจจะมีอัตราตาย 27.7 จากประชากร 100,000 คน สำหรับโรคปอดในผู้ป่วยที่อายุน้อยและหนุ่มสาว มักเป็นโรคหอบหืด ส่วนอายุมากมักจะเป็นหลอดลมอักเสบเรื้อรัง และถุงลมปอดโป่งพอง การตรวจเอ็กซเรย์ปอด และตรวจสมรรถภาพปอดจะตรวจพบผู้ป่วยได้เกือบทั้งหมดแต่บางครั้งแพทย์อาจต้องการการตรวจเพิ่มเติมเพื่อการวินิจฉัยที่แน่นอนและเพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพ

  • โรคหัวใจที่พบบ่อยคือ โรคหลอดเลือดเลี้ยงหัวใจตีบ โรคนี้ขึ้นอยู่กับอายุของผู้ป่วย ผู้ป่วยอายุต่ำกว่า 25 ปีมีโอกาสเป็นโรคเส้นเลือดเลี้ยงหัวใจตีบ 0.2 รายต่อประชากร 100,000 ราย อายุ 35-44 ปีมีโอกาสเป็น 14.7 รายต่อประชากร 100,000 รายอายุ 75-84 ปีมีโอกาสเป็น 1252.2 รายต่อประชากร 100,000 ราย ดังนั้นจะเห็นได้ว่าถ้าผู้ป่วยมีอายุน้อยกว่า 44 ปี ไม่มีอาการเจ็บ ไม่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน ความดันสูง ไขมันสูงโดยเฉพาะมีเอ็กซเรย์หัวใจและคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (อี เค จี) ปกติแล้วอาจพูดได้เลยว่าโอกาสที่อาการเหนื่อยง่ายจะเป็นจากโรคหัวใจนั้นน้อยมาก แต่ถ้าผู้ป่วยเป็นโรคหัวใจก็มีความจำเป็นที่ต้องให้แพทย์ผู้ชำนาญทางโรคหัวใจตรวจหาสาเหตุที่แน่นอนและรักษาต่อ

  • โรคทางสมองส่วนใหญ่การตรวจร่างกายก็พอจะบอกได้ว่าเป็นโรคทางสมองหรือไม่ แต่จะเป็นชนิดไหนนั้นต้องมีการตรวจและรักษาต่อ โดยแพทย์ผู้ชำนาญทางสมอง 

  • สำหรับโรคอื่น ๆ เช่น โรคโลหิตจาง โรคของต่อมธัยรอยด์ โรคไต โรคตับ และโรคกรดไหลย้อนกลับอาจจำเป็นต้องตรวจต่อและรักษาโดยแพทย์ผู้ชำนาญเฉพาะโรคเช่นกัน 

  • โรคคัดจมูกหรือที่รู้จักกันในนามโรคแพ้อากาศพบบ่อยในบ้านเรา โรคทำให้มีจมูกอักเสบและบวม รูจมูกตีบตัน บางคราวอาจเกิดจากดั้งจมูกคดจากอุบัติเหตุ ทำให้หายใจลำบากเวลานอนหรือเวลาออกกำลังต้องอ้าปากหายใจเพราะหายใจได้ง่ายกว่า แพทย์ผู้ชำนาญโรคหู คอ จมูกจะให้การดูแลโรคนี้ได้อย่างดี การตรวจหาสาเหตุอาการเหนื่อย หายใจไม่อิ่มที่ไม่ได้เกิดจากโรคผู้ป่วยที่มีอาการเหนื่อยง่ายโดยเฉพาะผู้ป่วยอายุน้อยมักเกิดจากการที่ไม่ค่อยได้ออกกำลังพักผ่อนไม่พอหรือหลับไม่สนิท โดยเฉพาะมีเรื่องเครียด กังวลไม่ว่าจะเป็นจากการงานหรือเรื่องภายในครอบครัว อาจทำให้เกิดอาการเหนื่อยง่ายได้ ผู้ป่วยมักมีอาการหายใจไม่เต็มอิ่ม รู้สึกอากาศไม่เข้าไปในปอด หายใจลึก ๆ 3-4 ครั้งแล้วจะสบาย หรือชอบถอนหายใจ บางครั้งผู้ป่วยมีปัญหาแต่คิดว่าไม่มีอะไรเพราะแก้ไขได้ แต่จริง ๆ แล้วจิตใต้สำนึกยังคงเก็บปัญหาไวอยู่ ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะสบายขึ้นจากการได้รับยาคลายเครียดอ่อน ๆ โดยเฉพาะเวลานอนแต่มีผู้ป่วยบางรายที่อาจต้องปรึกษาจิตแพทย์ บางครั้งจะมีอาการอื่น เช่น ใจสั่น กรดในท้องมาก ท้องเดินบ่อย มึนศีรษะ ปวดศีรษะ หรือตกใจง่ายร่วมด้วย

 


สอบถามเพิ่มเติมที่ 
ศูนย์โรคปอดและระบบทางเดินหายใจ
ชั้น 5 รพ.กรุงเทพ โทร 0 2310 3000 หรือ โทร 1719
Email: info@bangkokhospital.com