Skip to main content
ปิด

ค้นหาแพทย์

ไม่แน่ใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร ?

คุณสามารถ นัดหมายแพทย์ โดยไม่ต้องค้นหาแพทย์

การนัดหมายแพทย์นี้ ไม่เหมาะสมในกรณีจำเป็นฉุกเฉิน
และไม่สามารถทำในวันเดียวกันกับวันเข้าพบแพทย์
ในกรณีฉุกเฉินโปรดติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์ +662 310 3000 หรือ 1719 (เบอร์ติดต่อท้องถิ่น)
CLOSE
 
ปิด
ค้นหาแพทย์
นัดหมายแพทย์
ศูนย์แจ้งเตือน
หน้าหลัก
ศูนย์รักษาโรค
ข้อมูลสำหรับผู้ป่วย
ข้อมูลสุขภาพ
เกี่ยวกับเรา
สินค้า โรงพยาบาล
ปิด

สังเกตพฤติกรรมเด็ก สแกนโรคข้อสะโพกหลุด

01

 

เวลาเราเห็นเด็กน้อย เริ่มจะคืบ คลาน หรือเดิน   เราก็จะมองเห็นแต่ความน่ารัก ขณะที่คุณพ่อคุณแม่ก็มักจะมองดูด้วยความตื่นเต้น   แต่ถ้าลองสังเกตดูว่าลูกน้อยๆ มีพฤติกรรมคลานด้วยขาข้างใดข้างหนึ่งหรือเปล่า   หรือเวลาเดินแล้วขาทั้งสองข้างยาวไม่เท่ากัน หรือขาข้างใดข้างหนึ่งหมุนได้มากผิดปกติละก็   น่าจะต้องไปปรึกษาคุณหมอผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อโดยเร็ว เพราะลูกอาจจะเสี่ยงเป็น โรคข้อสะโพกหลุดแต่กำเนิดก็ได้

 

 สาเหตุของโรคข้อสะโพกหลุดแต่กำเนิดเกิดจากอะไร

           พบได้ 1 ใน 1000 ของเด็กแรกเกิด และมีโอกาสเป็นพร้อมกันทั้งสองข้าง สูงถึง 20%

           สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคมีทั้งสาเหตุจากกรรมพันธุ์ และเชื้อชาติ   ซึ่งเราพบว่าชนชาติบางชาติพบเด็กเกิดใหม่เป็นโรคข้อสะโพกหลุดแต่กำเนิดมากกว่าชนชาติอื่นๆเช่น อินเดียนแดง แลปแลนด์ ญี่ปุ่น เป็นต้น และไม่ค่อยพบในคนจีน คนผิวสี

           นอกจากนี้ยังพบสาเหตุจากสภาพแวดล้อมในครรภ์หรือมีปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ที่ส่งผลทำให้เกิด ข้อสะโพกเคลื่อนได้ง่าย เช่น เป็นท้องแรก เป็นเด็กผู้หญิง คลอดในท่านก้น และมีประวัติในครอบครัวเป็นโรคนี้มาก่อน   โดยอธิบายว่ามดลูกและช่องคลอดของแม่ยังขยายตัวไม่มากนัก อาจบีบรัดตัวลูกน้อย เด็กคลอดแบบไม่กลับตัว (คลอดท่าก้น) เด็กที่มีประวัติคนในครอบครัวเป็นโรคนี้มาก่อน คุณแม่มีปริมาณน้ำคร่ำน้อยกว่าปกติ ลูกตัวใหญ่น้ำหนักตัวมากแต่แม่ตัวเล็ก การห่อตัวทารกแรกเกิดแน่นจนเกินไป และเด็กที่มีเท้าหรือคอเกร็งผิดปกติ

ปัจจัยเสี่ยงของโรคนี้

          เราพบว่าการห่อตัวลูก การมัดลูกกับอู่ และท่านอนของลูก   มีความสำคัญต่อพัฒนาการของเบ้าสะโพกอย่างมาก   พบว่าชนเผ่าอินเดียนแดงและชนเผ่าไอนุของญี่ปุ่น ห่อลำตัวส่วนขาของลูกอย่างแน่นหนาในท่าเหยียดตรง ทำให้ขาของลูกขยับไม่ได้   ซึ่งท่าเหยียดตรงเป็นท่าที่เอื้ออำนวยให้ข้อสะโพกหลุดออกจากเบ้า  

          ในทางกลับกันเราพบว่าในประเทศจีนที่มัดลูกไว้กับหลังและสะโพกกางออก พบอุบัติการณ์ของโรคข้อสะโพกเคลื่อนน้อยมาก เพราะท่าที่สะโพกกางออกจะช่วยให้หัวสะโพกกลับเข้าสู่เบ้าและมีพัฒนาการของข้อจนเป็นปกติ   ในบ้านเราที่อุ้มลูกไว้ข้างเอวก็เป็นสิ่งที่ดี เพราะทำให้ข้อสะโพกเข้าที่ในเบ้าสะโพกได้ดีกว่า

 

  วิธีรักษามีหลายวิธีตามระดับความรุนแรงของโรค และอายุของลูก

  • แรกเกิด- 6 เดือน หากตรวจพบในระยะนี้ คุณหมอมักรักษาด้วยการใช้สายรัด(Pavlik Harness) ที่ดึงให้ขาทารกน้อยอยู่ในท่ากบ หรือไฟเบอร์กลาสที่มีลักษณะคล้ายกระดองเต่า เพื่อจัดให้หัวกระดูกสะโพกเข้าสวมในเบ้าตามปกติและมีพัฒนาของข้ออย่างเหมาะสมต่อไป ซึ่งคุณหมอจะใส่ไว้ตลอดเวลา ระยะที่ใส่ขึ้นอยู่พัฒนาการของทารกแต่ละคน
  • 6 เดือนขึ้นไป หากการรักษาระดับแรกไม่สำเร็จ รักษาด้วยการดึงข้อสะโพกเข้าที่ ภายในห้องผ่าตัด ตามด้วยการใส่เฝือกแข็ง (Hip Spica Cast) ไว้     โดยใช้เอ็กซเรย์ CT หรือ CAT SCAN หรือ MRI เพื่อสังเกตอาการควบคู่ไป
  • 1 ปีขึ้นไป ในระยะนี้จะได้รับการผ่าตัดใหญ่ เพื่อปรับแต่งและจัดให้กระดูกสะโพกเข้าเบ้า ได้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม ซึ่งคุณหมอจะผ่าตัดเพื่อตกแต่งกระดูกพร้อมใส่แผ่นเหล็กดามไว้ ซึ่งหลังการผ่าตัดต้องใส่เฝือกแข็งหลายเดือน และติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง
  • 14 ปีขึ้นไป-วัยผู้ใหญ่ที่ข้อสะโพกยังไม่เสื่อม  มีการรักษาด้วยการผ่าตัดที่กระดูกเบ้าสะโพกหรือกระดูกต้นขา เพื่อให้ศูนย์กลางของข้อสะโพกเข้าที่และมีพื้นที่รับน้ำหนักมากที่สุด   โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อชะลอความเสื่อมของข้อสะโพกออกไปให้นานที่สุด
  • วัยกลางคนที่ข้อสะโพกเสื่อมจนถึงระยะสุดท้ายแล้ว รักษาด้วยการผ่าตัดใส่ข้อสะโพกเทียม

ถ้าเคยรักษาแล้ว โตขึ้นจะกลับมาเดินได้ปกติหรือไม่ / จะหลุดซ้ำได้หรือไม่ และจะส่งผลในตอนโตอย่างไร

ถ้ารักษาได้ถูกต้องจะกลับมาเป็นปกติเหมือนเด็กคนอื่นๆเลย ข้อสะโพกมั่นคงแข็งแรงไม่หลุดอีก แต่เด็กที่ไม่ได้รับการรักษาหรือรักษาได้ไม่เต็มที่ จะยังมีปัญหาขาสั้นยาว กะเผลกและเกิดอาการข้อสะโพกเสื่อม เจ็บเดินลงน้ำหนักไม่ได้ตอนโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว

 

  มีวิธีป้องกันโรคนี้หรือไม่

  • เด็กที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ลูกคนแรก เด็กผู้หญิง คลอดท่าก้น น้ำเดินก่อนคลอด   กุมารแพทย์จะทำการตรวจสะโพกเป็นพิเศษ อาจมีการตรวจอัลตราซาวนด์สะโพก หรือถ่ายภาพเอ็กซเรย์
  • ไม่มัดห่อตัวลูกแน่นเกินไป ให้คุณหมอหรือพยาบาลสอนการห่อตัวลูกที่ถูกต้อง ซึ่งขาจะงอได้และเคลื่อนไหวได้สะดวก ไม่ใช่การห่อแบบมัดแน่น
  • ให้ลูกนอนคว่ำหรือนอนหงาย ไม่นอนตะแคงจนสะโพกหุบ
  • หมั่นสังเกตความผิดปกติที่ขาของลูก รอยพับที่ผิวหนัง ขาที่สั้นยาว ขาที่ชี้ออกไม่เท่ากัน ท่าเดินที่ผิดปกติ กะเผลกแต่ไม่เจ็บ
  • การรักษาตั้งแต่อายุน้อย ๆ จะได้ผลดีกว่าอายุมาก ซึ่งเด็กที่มีปัจจัยเสี่ยงมากกว่าทั่วไป ควรขอให้คุณหมอตรวจที่สะโพกเพื่อดูว่าเป็นโรคนี้หรือไม่ตั้งแต่แรกเกิด เมื่อคุณพ่อคุณแม่มีข้อสงสัยว่าอาจเป็นโรคนี้ ให้พาลูกมาพบคุณหมอเพื่อตรวจอย่างละเอียดต่อไป

   ฝากถึงคุณพ่อคุณแม่ หมั่นสังเกตเนื้อตัวแขนขาของลูกเรา ว่ามีความผิดปกติอะไรอยู่บ้าง อย่าคิดว่าเพียงเล็กน้อย คิดไปเองว่ามันเป็นไม่มาก ลูกเรายังเล็กยังมีพัฒนาการไปจนผิดปกติและพิการตอนโตขึ้นได้   

   รู้เร็วรักษาหายเร็ว หายเป็นปกติได้   แต่ถ้ารู้ช้า ลูกของเราจะเดินกะเผลก ขาสั้นไปข้างหรืออาจทั้งสองข้าง   พออายุมากขึ้นเกิดอาการข้อสะโพกเสื่อม