Skip to main content
ปิด

ค้นหาแพทย์

ไม่แน่ใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร ?

คุณสามารถ นัดหมายแพทย์ โดยไม่ต้องค้นหาแพทย์

การนัดหมายแพทย์นี้ ไม่เหมาะสมในกรณีจำเป็นฉุกเฉิน
และไม่สามารถทำในวันเดียวกันกับวันเข้าพบแพทย์
ในกรณีฉุกเฉินโปรดติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์ +662 310 3000 หรือ 1719 (เบอร์ติดต่อท้องถิ่น)
CLOSE
 
ปิด
ค้นหาแพทย์
นัดหมายแพทย์
ศูนย์แจ้งเตือน
หน้าหลัก
ศูนย์รักษาโรค
ข้อมูลสำหรับผู้ป่วย
ข้อมูลสุขภาพ
เกี่ยวกับเรา
สินค้า โรงพยาบาล
ปิด

ผ่าตัดคลอด (Cesarean Section) VS คลอดปกติ (Normal Labor)

photo

ผ่าตัดคลอด (Cesarean Section) VS คลอดปกติ (Normal Labor)

คุณหมอคะ หนูควรจะคลอดเองหรือผ่าตัดคลอดดีคะ”

คุณหมอคะ หนูอายุมากแล้ว  ถ้าคลอดเองหนูจะมีแรงแบ่งหรือคะ”

คุณหมอคะ ถ้าลูกในท้องหนูตัวใหญ่  หนูจะคลอดเองได้ไหมคะ”

 

      หลายๆคำถามที่หญิงตั้งครรภ์มีความสงสัยตั้งแต่เริ่มตั้งครรภ์ก็คือ วิธีการคลอด ว่าจะคลอดวิธีไหนดี ระหว่างการคลอดปกติ (Normal Labor) หรือผ่าตัดคลอด (Cesarean Section) โดยคำตอบที่ได้จากแพทย์แต่ละท่านก็แตกต่างกันไปตามความเชื่อและประสบการณ์ของแพทย์แต่ละท่าน

 

NORMAL LABOR

      การคลอดปกติท่าศีรษะ โดยแพทย์จะทำคลอดศีรษะและตัวเด็กโดยอาศัยแรงแบ่งจากแม่เหล็กหลัก ปัจจุบันมีการให้ยาแก้ปวดทางไขสันหลังร่วมด้วย เรียกว่า Painless labor

 

OPERATIVE VAGINAL DELIVERY

  • การใช้เครื่องดูด (Vacuum)
  • การใช้คีมดึง (Forceps)
  • การคลอดท่าก้น (Breech Assisting or Breech Extraction)

 

CESAREAN SECTION

การผ่าตัดคลอดบุตรทางหน้าท้อง

            โดยปกติแพทย์จะแนะนำให้คลอดปกติเองก่อน ตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก (WHO) ส่งเสริมให้เกิดการคลอดเองตามธรรมชาติก่อน  เพราะเชื่อว่าเสียเลือดน้อย ฟื้นตัวไว และกลับสู่ภาวะปกติได้เร็ว โอกาสของการคลอดได้เองสูงร้อยละ 80-90 และได้กำหนดอัตราการผ่าตัดคลอดไว้ว่าไม่ควรเกินร้อยละ 15 ซึ่งยึดเป็นหลักปฏิบัติ โดยเฉพาะโรงพยาบาลรัฐ 

            แต่ปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไป หญิงตั้งครรภ์ต้องการความสะดวกสบายเพิ่มขึ้น ต้องการฤกษ์วันคลอดแน่นอน ประกอบกับอยากคลอดชนิดที่ไม่ต้องมีอาการเจ็บปวดมาก จึงเป็นเหตุให้สถานการณ์การผ่าตัดคลอดในปัจจุบันเพิ่มสูงขึ้นทุกปี เช่นในประเทศที่เจริญแล้วอย่างอเมริกามีอัตราการผ่าตัดคลอดร้อยละ 32 ขณะที่ประเทศจีนมีอัตราการผ่าตัดคลอดสูงถึงร้อยละ  46

            ในประเทศไทยเองอัตราการผ่าตัดคลอดจะอยู่ประมาณร้อยละ 34 โดยรัฐบรรจุเข้าสู่แผนพัฒนาประเทศ มุ่งลดอัตราการผ่าคลอด เพื่อลดรายจ่ายของประเทศ เพราะการผ่าตัดคลอดใช้วัสดุ อุปกรณ์ เวชภัณฑ์และกำลังคนที่มากกว่าการคลอดปกติ เป็นที่มาของรายจ่ายสำหรับการคลอดที่สูงขึ้น      

 

ข้อบ่งชี้การผ่าคลอด

โดยปกติการผ่าตัดควรมีข้อบ่งชี้ดังต่อไปนี้ เช่น

  • มีภาวะผิดสัดส่วนระหว่างศีรษะทารกและอุ้งเชิงกราน (Cephalopelvic Disproportion: CPD) ทำให้เด็กไม่สามารถลอดผ่านเชิงกรานแม่ออกมาได้
  • มีความผิดปกติของรก เช่น รกเกาะต่ำขวางทางออกของทารก (Placenta Previa) หรือรกลอกตัวก่อนกำหนด (Placental Abruption) ทำให้มีการตกเลือดก่อนคลอด
  • มีภาวะแทรกซ้อนที่ต้องทำให้คลอดโดยเร็ว เช่น สายสะดือย้อย (Umbilical Cord Prolapsed)
  • ทารกอยู่ในภาวะวิกฤติ เสียงหัวใจลูกเต้นช้าผิดปกติ (Fetal Distress) ภาวะความดันโลหิตสูง ครรภ์เป็นพิษอย่างรุนแรง หรือมีการแตกของมดลูก (Uterine Rupture)
  • มีการคลอดที่เนิ่นนาน (Prolong of Labor) หรือประสบความล้มเหลวจากการชักนำคลอด (Failure Induction)
  • ทารกอยู่ในท่าผิดปกติ เช่น ท่าขวาง (Transverse Lie), ท่าก้น (Breech Presentation) หรือครรภ์แฝด
  •  มารดาเคยผ่าตัดคลอดมาก่อน (Previous Uterine Scare)

     ซึ่งเสี่ยงต่อการแตกของมดลูกหากมีการคลอดเองเกิดขึ้นนอกจากนี้การติดเชื้อของมารดา เช่น มารดาเป็นโรคเริมที่อวัยวะเพศขณะเข้าสู่ระยะคลอด ซึ่งสามารถติดต่อสู่ลูกน้อยผ่านการคลอดทางช่องคลอด จะเห็นว่าข้อบ่งชี้บางข้อในแต่ละโรงพยาบาลอาจตั้งไว้ไม่เหมือนกัน ขึ้นกับความพร้อมของบุคลากรและเครื่องมือของแต่ละโรงพยาบาล

     ดังนั้นในโรงพยาบาลที่ค่อนข้างมีแนวปฏิบัติอย่างเคร่งครัดจะไม่ผ่าตัดให้ถ้าไม่มีข้อบ่งชี้ในการผ่าตัดดังกล่าว แต่ก็มีอีกหลายๆโรงพยาบาลที่สามารถผ่าตัดคลอดได้ตามความต้องการของหญิงตั้งครรภ์ในกรณีหลังถ้าเลือกได้จึงค่อยมาพิจารณาข้อดีข้อเสียของการคลอดปกติและผ่าตัดคลอด ส่วนหัตถการการช่วยคลอด เช่น การใช้คีมหรือเครื่องดูดจะใช้ช่วยคลอดในกรณีที่แรงเบ่งของแม่ไม่ดี มีการคลอดระยะที่สองเนิ่นนาน เมื่อพิจารณาแล้วว่าสามารถคลอดได้ทางช่องคลอด


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ ศูนย์สุขภาพสตรีกรุงเทพ 
ชั้น 2 อาคาร D 
เปิดบริการทุกวัน เวลา 7.00 - 20.00 น.
โทร.02-310-3005 หรือ โทร.1719
แฟกซ์ 02-755-1685
Email: 
info@bangkokhospital.com