Skip to main content
ปิด

ค้นหาแพทย์

ไม่แน่ใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร ?

คุณสามารถ นัดหมายแพทย์ โดยไม่ต้องค้นหาแพทย์

การนัดหมายแพทย์นี้ ไม่เหมาะสมในกรณีจำเป็นฉุกเฉิน
และไม่สามารถทำในวันเดียวกันกับวันเข้าพบแพทย์
ในกรณีฉุกเฉินโปรดติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์ +662 310 3000 หรือ 1719 (เบอร์ติดต่อท้องถิ่น)
CLOSE
 
ปิด
ค้นหาแพทย์
นัดหมายแพทย์
ศูนย์แจ้งเตือน
หน้าหลัก
ศูนย์รักษาโรค
ข้อมูลสำหรับผู้ป่วย
ข้อมูลสุขภาพ
เกี่ยวกับเรา
สินค้า โรงพยาบาล
ปิด

ก่อนรับการผ่าตัดกระดูกสันหลัง

photo

คำถาม คำตอบ ที่พบบ่อยก่อนรับการผ่าตัดกระดูกสันหลัง

 

ภาวะกระดูกสันหลัง หรือหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมเกิดขึ้นได้อย่างไร

     หมอนรองกระดูกจะเริ่มเสื่อมตั้งแต่อายุประมาณ 25 ปี และเสื่อมมากขึ้นตามอายุ นอกจากนี้น้ำหนักตัวที่มาก การทำงานที่ต้องรับแรงกระแทก ก้มๆ เงยๆ ยกของหนัก และผู้ที่สูบบุหรี่จัดก็เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรคได้เร็วขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัจจัยเรื่องพันธุกรรมเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยเป็นอย่างมาก

 

จริงหรือที่คนแข็งแรงทั่วไป ก็อาจตรวจพบว่ามีกระดูก หรือหมอนรองกระดูกเสื่อม

     กระดูกและหมอนรองกระดูกเสื่อมเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์ มีงานวิจัยนำนักกีฬาที่มีสุขภาพแข็งแรง และไม่มีอาการผิดปกติใดๆ มาตรวจถ่ายภาพด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า หรือ MRI พบหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อมถึง23%  และในคนที่อายุเกิน 60 ปี จะตรวจพบหมอนรองกระดูกสันหลังเสื่อม ได้มากถึง 90%* ดังนั้น จึงไม่ควรวิตกกังวลเมื่อได้รับการวินิจฉัยว่ามีโรคกระดูกสันหลังเสื่อมในร่างกายของท่าน

* Ref : Lowrence Js. Disc degeneration : its frequency in Relationship to symptoms.Annals Rheum Dis 1969;28;121 – 37.

 

นอกจากโรคกระดูกสันหลังเสื่อม มีโรคอะไรอีกที่ต้องผ่าตัด

     โรคอื่น ๆ ที่อาจพบได้ที่เป็นสาเหตุต้องผ่าตัด อาทิ โรคเนื้องอกของกระดูกสันหลัง การติดเชื้อในกระดูกสันหลัง การหักยุบจากโรคกระดูกพรุน การคด หรือผิดรูปของกระดูกสันหลัง เป็นต้น

 

เมื่อไหร่จะทราบว่าจำเป็นต้องผ่าตัด

ข้อบ่งชี้ที่ผู้ป่วยควรเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัด อาจประกอบด้วยข้อใดข้อหนึ่ง ดังนี้

  • Ÿ ผู้ป่วยเป็นผู้ขอเข้ารับการรักษาด้วยการผ่าตัด เนื่องจากไม่อาจทนรับความเจ็บปวดได้
  • Ÿ มีอาการแสดงของการทำลายเส้นประสาท เช่น กล้ามเนื้อลีบ หรืออ่อนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ
  • Ÿ การควบคุมการขับถ่ายสูญเสียไป
  • Ÿ เมื่อผู้ป่วยได้รับการรักษาวิธีต่าง ๆ แล้วอย่างเต็มที่ 6 – 8 สัปดาห์ แต่ยังไม่บรรเทา หรือไม่สามารถกลับไปดำเนินชีวิตประจำวันได้ตามปกติ

 

ไม่ผ่าตัดได้หรือไม่ มีวิธีอื่นที่ไม่ต้องผ่าตัดหรือไม่

     แพทย์มักแนะนำให้ท่านรักษาโดยวิธีอื่น ๆ อาทิ การทำกายภาพบำบัด การรักษาแบบอินเตอร์เวนชั่น (intervention spine treatment) ก่อนโดยเฉพาะในกลุ่มโรคกระดูกสันหลังเสื่อม หรือโรคทางกระดูกสันหลังที่ไม่ร้ายแรงนัก เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยได้หายจากอาการปวดโดยไม่ต้องผ่าตัด อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของการรักษาแต่ละวิธีก็ให้ผลแตกต่างกัน เมื่อการดำเนินโรคถึงที่สุดแล้ว การรักษาโดยการผ่าตัดถือเป็นทางเลือกสุดท้าย ที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดวิธีหนึ่ง และเป็นมาตรฐานที่ต่างประเทศให้การยอมรับ

 

ผ่าตัดแบบแผลเล็กได้หรือไม่

     การผ่าตัดกระดูกสันหลังมีวิธีแตกต่างกันมากมายหลายสิบวิธี การผ่าตัดแบบแผลเล็กเป็นเพียงส่วนหนึ่งของวิธีการผ่าตัดทั้งหมด ศัลยแพทย์กระดูกสันหลัง สถาบันโรคกระดูกสันหลังกรุงเทพ นิยมเลือกแนวทางการผ่าตัดขนาดแผลเล็กที่สุดเท่าที่จะทำได้ และต้องเป็นการผ่าตัดที่ได้ผลสำเร็จ ที่ทำให้ผู้ป่วยบาดเจ็บน้อยที่สุด เพื่อให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วที่สุด

 

การผ่าตัดแบบใช้กล้อง ดีกว่าไม่ใช้กล้องหรือไม่

     การผ่าตัดแบบใช้กล้อง เป็นเพียงหนึ่งวิธีในการขยายภาพในขณะผ่าตัด เพื่อให้การผ่าตัดได้ผลดี ปลอดภัยมากขึ้นกว่าการใช้ตาเปล่า ศัลยแพทย์มองเห็นภาพได้ชัดเจนในขณะผ่าตัด อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดบางประเภทไม่มีความจำเป็นต้องใช้กล้อง อาทิ การผ่าตัดแก้ไขกระดูกสันหลังคด เป็นต้น กล้องที่ใช้ในการผ่าตัดมีหลายแบบ อาทิ กล้องแบบเอ็นโดสโคป กล้องแบบไมโครสโคป หรือแม้แต่แว่นขยายที่ติดอยู่ที่แว่นตาก็ทำให้ศัลยแพทย์มองผ่านภาพกำลังขยายได้ชัดเจนขึ้น อย่างไรก็ตาม ผลการรักษาไม่ได้ขึ้นอยู่เพียงแค่การใช้กล้องหรือไม่เท่านั้น แต่ขึ้นกับการแก้ไขพยาธิสภาพได้เพียงพอเป็นหลักสำคัญ

 

การผ่าตัดใช้เวลานานเท่าไหร่

     การผ่าตัดโดยทั่วไปจะใช้เวลา 1 - 2 ชั่วโมง แต่หากเป็นการผ่าตัดที่ต้องใส่โลหะหรือทำผ่าตัดในหลายระดับ จะใช้เวลาประมาณ 3 - 4 ชั่วโมง และอาจใช้เวลามากกว่านั้นสำหรับการผ่าตัดผู้ป่วยที่มีความซับซ้อนของโรคสูง

 

คนสูงอายุสามารถผ่าตัดได้หรือไม่

     ผู้ป่วยสูงอายุสามารถผ่าตัดได้  แต่จำเป็นต้องได้รับการตรวจโดยละเอียดจากอายุรแพทย์ เพื่อประเมินสุขภาพโดยรวม และการทำงานของอวัยวะสำคัญ เช่น การทำงานของหัวใจ ไต และปอด เป็นต้น หากตรวจพบว่าแข็งแรงพอแพทย์จะอนุญาตให้เข้ารับการผ่าตัด

 

หลังผ่าตัดต้องอยู่โรงพยาบาลกี่วัน

     โดยทั่วไป หากเป็นการผ่าตัดเล็ก ผู้ป่วยอาจพักในโรงพยาบาล  1 - 2 วัน ส่วนการผ่าตัดหลายระดับ ผู้ป่วยอาจต้องพักในโรงพยาบาล 3 - 5 วัน แต่หากผู้ป่วยมีความแข็งแรงของร่างกายน้อย หรือเป็นผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัวอื่น ๆ การฟื้นตัวเป็นไปอย่างช้า ๆ หรือจำเป็นต้องทำกายภาพบำบัดต่อเนื่อง อาจต้องพักในโรงพยาบาล 7 - 10 วัน หรือมากกว่า

 

ผ่าตัดแล้วจะหายดีหรือไม่

     ผู้ป่วยเกือบทั้งหมดที่ได้รับการผ่าตัดกระดูกสันหลังที่สถาบันโรคกระดูกสันหลังกรุงเทพ มีความพึงพอใจต่อผลการผ่าตัด อย่างไรก็ตามผลการผ่าตัดจะหายดีหรือไม่มากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับ

  • Ÿ ธรรมชาติ และความรุนแรงของโรค โรคทางกระดูกสันหลังบางประเภทสามารถหายได้สนิท เช่นโรคกระดูกสันหลังทับเส้นประสาท 
     แต่บางประเภทอาจหวังผลเพียงแค่ดีขึ้น เช่นโรคเนื้องอกของกระดูกสันหลัง เป็นต้น
  • Ÿ ระยะเวลาที่เป็นโรคก่อนมารักษา หากเส้นประสาทถูกทำลาย หรือกดเบียดมาเป็นเวลานาน อาจได้ผลดีไม่เท่าผู้ป่วยซึ่งมีอาการเป็นมาได้ไม่นาน
  • Ÿ เทคนิควิธีที่เลือกใช้ หากเลือกใช้เทคนิควิธีการผ่าตัดที่เหมาะสมจะส่งผลให้เกิดประโยชน์แก่ผู้ป่วยได้สูง  โดยได้รับความเสี่ยงน้อย 
     ศัลยแพทย์จะเป็นผู้ให้ความรู้ในวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับท่าน
  • Ÿ ความชำนาญของแพทย์ แพทย์ผู้ผ่าตัดต้องเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญอย่างแท้จริง  มีประสบการณ์มากสามารถตัดสินใจได้อย่างเหมาะสม
  • Ÿ การดูแลตัวเองหลังการผ่าตัด ความร่วมมือจากผู้ป่วยเองในการทำกายภาพบำบัดออกกำลังกาย หลีกเลี่ยงปัจจัยเสริม ปัจจัยเสี่ยงต่อโรค 
     หลีกเลี่ยงการเคลื่อนไหวที่ผิดท่า และการยกของหนัก รักษาน้ำหนักตัวให้เหมาะสมไม่ให้อ้วนไป เป็นต้น

 

ผ่าตัดอย่างไรจะประสบความสำเร็จ

     อุบัติการณ์ที่ผู้ป่วยรับการผ่าตัดแล้วไม่หายพบได้ในทุกโรงพยาบาลทั่วโลกซึ่งจะลดอุบัติการณ์ดังกล่าวได้โดย

  • Ÿ การเลือกผ่าตัดโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกสันหลังอย่างแท้จริง
  • Ÿ การเลือกเทคนิควิธีผ่าตัดได้ถูกต้อง
  • Ÿ สถานที่ต้องมีความพร้อมทั้งอุปกรณ์ในการรักษา และมีทีมแพทย์ดูแลอย่างใกล้ชิด

 

ทำไมถึงต้องเลือกผ่าตัดที่โรงพยาบาลกรุงเทพ

     สถาบันโรคกระดูกสันหลังกรุงเทพ  ประกอบด้วยทีมแพทย์ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางหลากหลายสาขาของกระดูกสันหลังแต่ละส่วนโดยเฉพาะ หากผู้ป่วยมีความซับซ้อนของโรคสูง ทีมแพทย์จะร่วมประชุมปรึกษา และวางแผนการรักษาอย่างรอบคอบ ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ผู้ป่วย นอกจากนี้ยังมีเครื่องมือช่วยในการผ่าตัดทางกระดูกสันหลังที่มีคุณภาพเทียบเท่าการผ่าตัดที่ต่างประเทศ จึงเป็นเหตุให้มีผู้ป่วยจากต่างประเทศนิยมเข้ามารับการรักษาที่สถาบันโรคกระดูกสันหลังกรุงเทพมากขึ้นทุกปี

 

การผ่าตัดเสียเลือดมากหรือไม่

     การผ่าตัดโดยทั่วไปจะเสียเลือดไม่มากนัก และไม่จำเป็นต้องให้เลือดทดแทน แต่ในกรณีที่ต้องมีการตัดกระดูกจำนวนมาก หรือมีการผ่าตัดในหลาย ๆ ระดับ ปริมาณการเสียเลือดจะมากขึ้น ผู้ป่วยจะได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและจะได้รับสารน้ำ หรือโลหิตทดแทน

 

แผลผ่าตัดยาวเท่าไหร่

     แผลผ่าตัดจะยาวมากน้อยขึ้นกับจำนวนระดับ และเทคนิควิธีที่เลือกใช้ ตลอดจนความหนาของชั้นไขมันใต้ผิวหนัง โดยทั่วไปการผ่าตัด 1 ระดับจะมีแผลยาวประมาณ 2 - 7 ซม. ผ่าตัด 2 ระดับอาจมีแผลยาวประมาณ 10 - 12 ซม. ทั้งนี้ แผลจะเล็กลงหากสามารถใช้เทคนิคการผ่าตัดแบบแผลเล็กในผู้ป่วยท่านนั้น ๆ ได้

 

แผลผ่าตัดเจ็บมากหรือไม่

     ธรรมชาติของการปวดแผลมักจะมีอาการปวดในช่วง 1 – 3 วันแรกหลังการผ่าตัด ความเจ็บปวดจะมากหรือน้อยขึ้นกับชนิดของการผ่าตัด และขนาดแผลอย่างไรก็ตามผู้ป่วยทุกรายจะได้รับการให้ยาระงับปวดทั้งในระหว่างการผ่าตัดและหลังการผ่าตัดเสร็จ เพื่อลดความรู้สึกปวดให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยวิสัญญีแพทย์จะเข้ามาร่วมดูแลเรื่องการระงับปวดอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาที่พักฟื้นในโรงพยาบาล นอกจากนี้ โรงพยาบาลกรุงเทพมีระบบการให้ยาระงับปวดเข้าเส้นเลือดตลอดเวลาควบคุมด้วยผู้ป่วยเอง (PCA, Patient Controlled Analgesia) ซึ่งได้ผลดีมากในการระงับปวดหลังการผ่าตัด และเป็นมาตรฐานสากล

 

ผลข้างเคียงของการผ่าตัดทางกระดูกสันหลังมีอะไรบ้าง

   เช่นเดียวกับการผ่าตัดใหญ่ทั่วไปที่อาจเกิดผลข้างเคียงได้ในหลาย ๆ ระบบ ดังนี้

  • Ÿ ผลข้างเคียงจากการดมยาสลบ อาจมีอาการเจ็บคอ เสียงแหบ  มึนงง  ปวดศีรษะ
  • Ÿ ผลข้างเคียงจากระบบการไหลเวียนโลหิต เช่น ความดันโลหิตไม่คงที่ การเกิดลิ่มเลือดอุดตัน
  • Ÿ ผลข้างเคียงจากยาที่ใช้ในระหว่างการรักษา  เช่น การแพ้ยา
  • Ÿ ผลข้างเคียงในระบบทางเดินหายใจ เช่น มีเสมหะคั่งในระบบทางเดินหายใจ การติดเชื้อ หรือปอดบวม
  • Ÿ การติดเชื้อในบริเวณแผลผ่าตัด
  • Ÿ เสียเลือดมาก หรือมีเลือดคั่ง
  • Ÿ ผลข้างเคียงจากโลหะ หรือสิ่งเทียมอวัยวะ ที่ใส่ในร่างกาย  มีการเคลื่อนคลอน หรือมีการแตกหัก
  • Ÿ ผลข้างเคียงต่อเนื้อเยื่อ และเส้นประสาท ทำให้เกิดอาการชา หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง
  • Ÿ การเชื่อมข้อไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้มีอาการปวดและอาจต้องรับการผ่าตัดซ้ำ

  
   อย่างไรก็ตาม การเลือกผ่าตัดโดยทีมแพทย์ที่เชี่ยวชาญในสถานที่ซึ่งมีอุปกรณ์ทางการแพทย์ทันสมัย มีทีมแพทย์คอยดูแลและรักษาตามมาตรฐาน พร้อมทั้งการได้รับความร่วมมือจากผู้ป่วยเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้โอกาสเกิดปัญหาเหล่านี้มีน้อยที่สุด การรักษาพยาบาล หรือแม้แต่การใช้ชีวิตประจำวัน ในทุกวันนี้ล้วนมีความเสี่ยงทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม การผ่าตัดโรคทางกระดูกสันหลัง ในปัจจุบันมีความเสี่ยง หรือผลแทรกซ้อนน้อยลงเรื่อย ๆ เนื่องจากมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางหลากหลายสาขาร่วมกันดูแลผู้ป่วย นอกจากนี้ยังมีแนวทางการปฏิบัติเพื่อลดผลข้างเคียงต่าง ๆ ให้เหลือน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ปัจจุบันความเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อน ในการผ่าตัดโรคทางกระดูกสันหลังต่ำกว่าในอดีตมากจนอยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ

 

โลหะที่ใช้ดามกระดูกสันหลังมีกี่ชนิด แตกต่างกันอย่างไร มีข้อดีข้อเสียอย่างไร

     ผู้ป่วยบางรายอาจได้รับคำแนะนำให้ใส่โลหะดามกระดูกสันหลัง ซึ่งหากแบ่งตามประเทศผู้ผลิต จะแบ่งเป็นสองประเภท คือ โลหะที่ผลิตจากต่างประเทศ และผลิตในประเทศ หากแบ่งตามวัสดุที่นำมาผลิต จะแบ่งเป็นโลหะประเภทสแตนเลสตีล และโลหะไททาเนียม ซึ่งเป็นที่ยอมรับว่า โลหะไททาเนียมมีคุณสมบัติที่เหนือกว่าโลหะสเตนเลสตีล  ในปัจจุบันแพทย์จึงมักนิยมใช้โลหะไททาเนียมเนื่องจากแข็งแรงกว่า และสามารถตรวจด้วยเครื่อง MRI อีกครั้งได้ การเลือกใช้ สกรูเพื่อยึดตรึงกระดูกสันหลังนั้น แพทย์จะอธิบายให้ผู้ป่วยทราบ เพื่อพิจารณาร่วมกันในการเลือกใช้ให้เหมาะสม สกรูโลหะทำหน้าที่ยึดตรึงกระดูกสันหลังให้มั่นคงเพื่อรอให้ร่างกายสร้างเสริมการเชื่อมข้อแบบถาวร ปกติการเชื่อมข้อโดยไม่ใส่โลหะมีโอกาสประสบความสำเร็จอยู่ที่ประมาณร้อยละ 60 - 70 แต่เมื่อใส่วัสดุยึดตรึงกระดูกแล้วมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในการเชื่อมข้อสูงขึ้นเป็น 90 - 100% 

 

ผลแทรกซ้อนของการใส่โลหะดามกระดูกสันหลังอาจเกิดอะไรได้บ้าง 

  • Ÿ โลหะอยู่ผิดตำแหน่ง ทำให้กดเบียดเส้นประสาท และเนื้อเยื่อใกล้เคียง
  • Ÿ โลหะเคลื่อน หรือคลอน หลุดจากตำแหน่งที่ใส่ไว้หลังการผ่าตัดไประยะหนึ่ง
  • Ÿ โลหะแตกหัก หลังจากใช้มาเป็นเวลานาน และการเชื่อมข้อไม่สำเร็จ

   อย่างไรก็ตาม การใช้เครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ O-ARM สร้างภาพสามมิติขณะผ่าตัดพร้อมระบบนำวิถี Stealth Navigation System จะช่วยให้หลีกเลี่ยงอุบัติการณ์ของการใส่โลหะผิดตำแหน่งได้และมีผลแทรกซ้อนต่อเส้นประสาทลดลง

 

การใส่โลหะนานๆ จะมีปัญหาหรือไม่   โลหะมีอายุใช้งานนานเพียงใด  ต้องเอาออกหรือไม่ หากไม่เอาออก โลหะจะเป็นสนิมหรือไม่

     โลหะที่จะใส่ในร่างกายต้องผ่านการศึกษาทดลองแล้วว่า มีความปลอดภัย สามารถอยู่ในร่างกายได้ตลอดชีวิตโดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย  

 

การใส่สกรูโลหะอยู่ในร่างกาย เวลาอากาศเย็นจะเป็นอย่างไร

     อาจเคยได้ยินว่าหลังผ่าตัดจะรู้สึกเย็นเมื่อใส่โลหะในร่างกาย โดยเฉพาในเวลาอากาศเย็น อย่างไรก็ตาม มีการศึกษาแล้วว่าการใส่โลหะในร่างกายจะไม่มีผลทำให้เกิดความผิดปกติใดในเรื่องอุณหภูมิของร่างกาย

 

การเตรียมจิตใจก่อนผ่าตัด

  • Ÿ ต้องมีจิตใจยอมรับ มีความเข้าใจในโรคที่เป็นอยู่ ควรทราบทางเลือกของการรักษา ตลอดจนความจำเป็นที่ต้องเข้ารับการผ่าตัด
  •  ควรทราบรายละเอียดขั้นตอนการผ่าตัด สิ่งที่จะพบทั้งก่อนและหลังผ่าตัดอย่างครบถ้วน เมื่อแพทย์หรือพยาบาลบอก หรือ ขอให้ทำสิ่งใด
     ก็จะมีความพร้อมที่จะร่วมมือ
  •  ท่านอาจจะถูกถามชื่อ-นามสกุลซ้ำๆ จากเจ้าหน้าที่หลายครั้ง เพื่อป็นมาตรฐานการบ่งชี้ผู้ป่วยที่ดีก่อนทำหัตถการ  เช่น การเจาะเลือด  
     การให้เลือดหรือสารน้ำ การทำหมายก่อนผ่าตัด   เป็นต้น
  •  มอบความไว้วางใจให้ทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่พยาบาลปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ  เนื่องจากแพทย์และเจ้าหน้าที่ทุกท่าน
     ได้รับการฝึกอบรมมาให้ดูแลผู้ป่วยประดุจญาติมิตร
  •  ท่านอาจได้รับการกระตุ้นให้ยืนหรือเดินทั้งๆ ที่ยังมีอาการปวดมากอยู่  ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องกันและลดความเสี่ยงต่อโรคแทรกซ้อนอื่นๆ 
     ที่อาจเกิดขึ้น
  •  ผู้ป่วยเกือบทั้งหมดที่เข้ารับการผ่าตัดจะได้รับความพึงพอใจและได้ผลดี กรณีเป็นโรคที่มีความซับซ้อน คนไข้ผ่านการผ่าตัดแล้วมาแก้ไขอีกครั้ง 
     หรือเป็นเรื้อรังมานาน มีพยาธิสภาพที่มาก หรือเส้นประสาทมีพยาธิสภาพที่ถาวร  การผ่าตัดก็จะไม่สามารถแก้ปัญหาทั้งหมดได้

 

ต้องเตรียมร่างกายอย่างไรก่อนผ่าตัด

  • Ÿ ควรนอนหลับให้เต็มที่ก่อนผ่าตัด งดสูบบุหรี่ หรือดื่มแอลกอฮอล์ก่อนมาโรงพยาบาล
  • Ÿ ควรต้องมีญาติที่สามารถดูแลผู้ป่วยและประสานกับเจ้าหน้าที่ได้คอยดูแล
  • Ÿ นำยาเดิมที่รับประทานมาด้วยทุกครั้ง และหากท่านมีอาการแพ้ยาใดต้องแจ้งให้เจ้าหน้าที่หรือแพทย์ทราบ
  • Ÿ ไม่ควรนำของมีค่ามาโรงพยาบาล  ขณะเข้ารับการผ่าตัดผู้ป่วยจะต้องถอดเครื่องประดับต่างๆ ออก
  • Ÿ ใส่เสื้อผ้ารองเท้าหลวมๆ  สวม และถอดง่าย
  • Ÿ ทำความสะอาดร่างกาย อาบน้ำ สระผม แปรงฟัน ตัดเล็บ เช็ดยาทาเล็บออก
  • Ÿ เว้นการแต่งหน้า ติดกิ๊บ หรือใส่คอนแทคเลนส์  และต้องถอดฟันปลอมฝากญาติไว้ ผู้ป่วยที่มีฟันโยกควรแจ้งให้แพทย์ทราบด้วยทุกครั้ง

 

ต้องงดน้ำ และอาหารก่อนผ่าตัดอย่างน้อยกี่ชั่วโมง

6 - 8 ชั่วโมง

 

ยาที่รับประทานประจำต้องงดด้วยหรือไม่

 

ยาที่ต้องรับประทานต่อเนื่องจนถึงเช้าวันผ่าตัด ได้แก่

  • Ÿ ยาลดความดันโลหิตสูง
  • Ÿ ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ
  • Ÿ ยาขยายหลอดลม เป็นต้น

 

ยาที่ต้องงดก่อนผ่าตัด ได้แก่

  • Ÿ ยารักษาโรคเบาหวาน ควรงดเช้าวันผ่าตัด
  • Ÿ ยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือดทุกชนิด เช่น แอสไพริน , Plavix , Coumadin , Heparin เป็นต้น ตลอดจนยาสมุนไพร เมล็ดแปะก๊วย 
     และโสมต้องงดก่อนรับการผ่าตัดอย่างน้อย 7 วัน

 

ทำไมต้องพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเวชศาสตร์ฟื้นฟู และนักกายภาพบำบัดก่อนการผ่าตัดเพื่อเรียนรู้

  • การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด โดยเฉพาะการฝึกขยายปอดให้ถูกต้อง ป้องกันภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด
  • ลักษณะท่าทางและกิจกรรมการใช้หลังที่ถูกต้องเหมาะสม สำหรับผู้ป่วยผ่าตัดกระดูกสันหลังในทุก ๆ อิริยาบถ ยืน เดิน นั่ง นอนในชีวิตประจำวันและการทำงาน
  • การใส่อุปกรณ์พยุงหลังที่เหมาะสมในแต่ละคน หรือฝึกใช้อุปกรณ์ช่วยเดินต่าง ๆ ได้อย่างถูกต้อง ปลอดภัย พร้อมทั้งการดูแลรักษาอุปกรณ์เหล่านั้น

เพื่อลด

Ÿ   อาการปวดที่เกิดขึ้นจากพยาธิ สภาพของกระดูกสันหลัง กล้ามเนื้อ และเส้นประสาท ด้วยเทคนิค วิธีการ และเครื่องมือทางกายภาพบำบัด

เพื่อเพิ่ม

Ÿ   ความสมดุลด้านความแข็งแรง ความทนทาน และความยืดหยุ่นกับกล้ามเนื้อให้สามารถปฏิบัติกิจวัตรประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถูกต้อง ปลอดภัย และต่อเนื่อง

 

สิ่งที่ควรทราบเมื่อเสร็จการผ่าตัด

  • Ÿ ผู้ป่วยจะตื่นจากการทำผ่าตัดพร้อมมีสายต่างๆ ทั่วร่างกาย เช่น สายจากการให้น้ำเกลือ สายสวนปัสสาวะ สายระบายเลือดจากแผลผ่าตัด 
     และสายที่ทำการบันทึกสัญญาณชีพจากอวัยวะต่างๆ
  • Ÿ ผู้ป่วยจะถูกตรวจประเมินระบบประสาททันทีหลังจากที่เริ่มตื่น เช่น ขอให้ทำการกระดกข้อเท้า กระดกนิ้วโป้งเท้า
  • Ÿ สำหรับผู้ป่วยที่ไม่ต้องอยู่ ICU หลังการผ่าตัดจะถูกย้ายไปอยู่ที่ห้องพักฟื้น เพื่อสังเกตอาการประมาณ 1-2 ช.ม.
  • Ÿ สำหรับผู้ป่วยที่ต้องสังเกตอาการอย่างใกล้ชิด อาทิ ผู้ป่วยสูงอายุ จะได้รับคำแนะนำให้พักที่ห้องอภิบาลใกล้ชิด (ICU) 1 วันก่อนย้ายไปห้องพัก
     ผู้ป่วยปกติ
  • Ÿ ในการผ่าตัดทางกระดูกสันหลังบางเทคนิควิธีอาจจำเป็นต้องงดน้ำงดอาหารต่อไปอีกระยะหนึ่ง แต่ผู้ป่วยทั่วไปจะได้รับอนุญาตให้รับประทาน
     อาหารอ่อนได้ใน 24 ชั่วโมง
  • Ÿ เมื่อมีการปวดแผลผ่าตัด ควรแจ้งพยาบาลเพื่อรับยาระงับปวด อาการปวดจะลดลงอย่างมากเมื่อผ่านไป 2-3 วัน
  • Ÿ ผู้ป่วยที่ได้รับการดมยาสลบ และใส่ท่อช่วยหายใจอาจมีอาการเจ็บคอ ปากแห้ง หรือมีอาการคลื่นไส้อาเจียนหลังผ่าตัดได้
  • Ÿ ผู้ป่วยที่ได้รับการฉีดยาชาเข้าช่องไขสันหลัง หรือฉีดยาชาบริเวณเส้นประสาท ยาชาอาจยังไม่หมดฤทธิ์ทันที ควรระมัดระวังการกระแทก หรือโดน
     ของร้อนจัด เย็นจัดบริเวณที่ยังชาอยู่
  •  Ÿหลังผ่าตัดหากปัสสาวะไม่ออก ให้แจ้งแพทย์ หรือพยาบาลซึ่งอาจจำเป็นต้องสวนปัสสาวะทิ้งเป็นการชั่วคราว

 

วันหลังผ่าตัดจะลุกขึ้นเดินได้

   โดยทั่วไปผู้ป่วยจะลุกยืน และฝึกเดินในวันที่  2 หรือ 3 พร้อมกับการถอดสายสวนปัสสาวะ และสายระบายเลือดออก อย่างไรก็ตาม แพทย์จะพิจารณาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยเป็นกรณีไป

 

เมื่อไหร่แผลจะถูกน้ำได้

   แผลจะถูกน้ำได้เมื่อแผลหายสนิทดี อาจใช้เวลาประมาณ 10-14 วัน   แพทย์จะพิจารณาจากแผล และแจ้งให้ทราบอีกครั้งก่อนกลับบ้าน

 

ทำไมบางคนแผลหายช้า

   การหายของแผลขึ้นกับขนาด ความลึก ตำแหน่ง ตลอดจนการไหลเวียนโลหิตในบริเวณแผล  นอกจากนี้ความแข็งแรงของผู้ป่วย อายุ และภาวะทางโภชนาการโรคประจำตัวบางอย่างจะมีผลทำให้แผลหายช้า เช่น โรคเบาหวาน

 

ต้องตัดไหมหรือไม่

   ขึ้นกับชนิดของไหมที่ศัลยแพทย์ได้เย็บไว้ ซึ่งมีทั้งชนิดไหมละลาย และไหมไม่ละลาย โดยแพทย์จะแจ้งให้ท่านทราบทั่วไปจะตัดไหมหลังผ่าตัด 10-14 วัน ยกเว้นถ้าเย็บด้วยไหมละลายในชั้นใต้ผิวหนังก็ไม่ต้องตัดไหม

 

จะต้องกลับมาพบแพทย์ครั้งแรกหลังจากออกจากโรงพยาบาลกี่วัน

   ขึ้นอยู่กับแพทย์พิจารณาผู้ป่วยแต่ละราย โดยทั่วไปจะประมาณ 7-10 วัน

 

หากแผลหายไม่ปกติจะมีอาการอย่างไร

   หากแผลมีอาการปวดไม่ลดลงตามเวลาที่ผ่านไป บวม แดงร้อน หรือมีไข้  หรืออาจมีสารคัดหลั่งออกมาจากแผล ปวดหลังมากผิดปกติ ควรรีบกลับมาพบแพทย์

 

หลังผ่าตัดต้องใส่อุปกรณ์พยุงกระดูกสันหลัง (Brace) นานเท่าไหร่

   การผ่าตัดกระดูกสันหลังบางชนิดอาจจะจำเป็นต้องใส่อุปกรณ์พยุงกระดูกสันหลัง ซึ่งโดยทั่วไปจะได้รับคำแนะนำให้ใส่ไว้ 1-2 เดือนหรือตามแพทย์สั่ง

 

ต้องพักฟื้นกี่วันจึงกลับไปทำงานได้

   ผู้ป่วยส่วนมากจะรู้สึกสบายขึ้นมากใน  2-3 สัปดาห์  และสามารถกลับไปทำงานได้ตามปกติ แต่ในบางรายอาจต้องใช้เวลา 4-8 สัปดาห์ กว่าที่จะสามารถไปทำงานได้ ทั้งนี้ขึ้นกับความแข็งแรงของร่างกายผู้ป่วย ลักษณะของงานที่ทำ และชนิดของการผ่าตัด

 

กิจกรรมในช่วงแรกหลังจากกลับบ้าน สำหรับการผ่าตัดกระดูกสันหลังส่วนเอวทั่วไป

   สัปดาห์แรก

  • เดินในบริเวณบ้านทุกวันบ่อยเท่าที่จะทำได้ เพิ่มระยะทาง และเวลาขึ้นวันละน้อย โดยไม่ลืมสวมอุปกรณ์พยุงหลังหรือคอ (Brace) และใช้ไม้เท้า
  • ไม่ควรนั่งนานเกิน 20 นาที
  • ขึ้นลงบันใด ต้องเกาะราวบันใดเสมอ
  • รับประทานยาตามแพทย์สั่ง
  • ดูแลแผลตามที่ได้รับคำแนะนำจากแพทย์

Ÿ   
   สัปดาห์ที่สอง

  • ทำกิจวัตรประจำวันได้มากขึ้น เดินได้ไกลขึ้น เดินได้บ่อยขึ้นแต่ยังคงต้องพักสม่ำเสมอ เมื่อรู้สึกเมื่อยหรือ เพลีย
  • ยกของได้บ้างที่หนักไม่เกิน 2 กิโลกรัม
  • ผู้ป่วยที่ฟื้นตัวเร็วไม่มีอาการปวดแล้ว จะสามารถขับรถระยะทางใกล้ๆ ได้
  • แพทย์อาจนัดให้ท่านกลับมาพบ เพื่อตรวจประเมินหลังผ่าตัด
     

Ÿ   สัปดาห์ที่สาม

  • ยังคงต้องฝึกเดินพร้อมกับเพิ่มระยะทาง และเวลาเดินให้มากขึ้น
  • ทำงานบ้านเล็กๆ น้อยๆ ได้
  • ยกของหนักได้ไม่เกิน 5 กิโลกรัม
  • ผู้ป่วยที่อายุไม่มาก ร่างกายฟื้นตัวเร็ว อาจไม่ต้องใช้ไม้เท้าในการเดิน สวมอุปกรณ์พยุงตามคำแนะนำของแพทย์
     

Ÿ   สัปดาห์ที่สี่

  • การเดินจะทำได้มากขึ้น และไกลขึ้น
  • อาจเริ่มออกกำลังกายเบาๆ ทำงานบ้านได้เพิ่มขึ้น
  • สามารถขับรถได้ไกลขึ้น
  • สามารถเดินได้โดยไม่ต้องใช้ไม้เท้า ใช้อุปกรณ์พยุงหลัง หรือคอ ตามที่แพทย์แนะนำ
     

     ในเดือนที่สอง และสามหลังผ่าตัด จะสามารถเพิ่มกิจกรรมได้ เช่น ว่ายน้ำ ถีบจักรยานอยู่กับที่ และออกกำลังกายที่ไม่หักโหม อย่างไรก็ตามอาการตึงหลังอาจยังคงมีอยู่ไปจนระยะเวลา 3-5 เดือนจึงค่อยดีขึ้น คำแนะนำนี้สำหรับการผ่าตัดกระดูกสันหลังทั่วไป แต่อย่างไรก็ตามการผ่าตัดบางประเภทมีคำแนะนำที่แตกต่างกว่านี้ โดยศัลยแพทย์จะประเมินจากสภาพโดยรวมของผู้ป่วย และชนิดของการผ่าตัดเป็นรายๆไป ให้ยึดถือปฏิบัติตามที่แพทย์ผู้ผ่าตัดแนะนำเป็นหลัก แพทย์จะนัดกลับมาตรวจประเมินเป็นระยะๆ ท่านจึงควรปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

 

กิจกรรมที่ควรทำ และควรเว้นหลังการผ่าตัด

  • Ÿ กิจกรรมที่ต้องเว้น
  • Ÿ กิจกรรมที่ต้องก้มตัวสุด หรือแอ่นหลังสุดเป็นประจำ
  • Ÿ ก้มหลังยกของ ก้มหลังเก็บของให้ใช้วิธีย่อเข่าแทน
  • Ÿ ควรเว้นการยกของหนักมากเกินกำลัง
  • Ÿ ไม่ควรอยู่ในที่ซึ่งมีการสั่นสะเทือน  
  • Ÿ ไม่นั่งนานๆ โดยเฉพาะในที่นั่งซึ่งอ่อนนุ่มจนทำให้หลังโค้งงอ หากงานที่ทำจำเป็นต้องนั่งตลอดทั้งวัน  ควรหาโอกาสเดินเปลี่ยนอิริยาบถ
     ทุก 1 ชั่วโมง

 

กิจกรรมที่ควรทำ

  • Ÿ เดินออกกำลังกาย โดยเพิ่มระยะการเดินขึ้นในแต่ละวัน  
  • Ÿ สวมรองเท้าที่มีส้นนุ่มรองรับการกระแทกเมื่อเดิน หรือออกกำลังกาย
  • Ÿ เมื่อแผลหายดีแล้วแต่ยังมีอาการหลังตึง ให้ออกกำลังกายด้วยการว่ายน้ำ เพื่อยึดและเสริมสร้างกล้ามเนื้อ

   

ขับรถทางไกลได้หรือไม่

   ท่านสามารถขับรถได้เมื่ออาการปวดของท่านทุเลาลง โดยทั่วไปผู้ป่วยจะขับรถได้หลังผ่าตัดประมาณ 2 สัปดาห์ และจะสามารถขับรถได้ไกลขึ้นเมื่อผ่านไป 2-3 เดือน ควรหลีกเลี่ยงการขับรถต่อเนื่องระยะทางยาว หากจำเป็นต้องพักร่างกายควรเปลี่ยนอิริยาบถเป็นระยะๆ ทุก 1-2 ชั่วโมง

 

นั่งรถเดินทางไกลควรทำอย่างไร

   เมื่อต้องนั่งรถเดินทางไกล  ควรปรับพนักพิงให้เอียงลงมากกว่าปกติ เพื่อ ถ่ายน้ำหนักไปยังแผ่นหลัง และพักเปลี่ยนท่าทางเป็นระยะๆ 


สถาบันโรคกระดูกสันหลังกรุงเทพ โรงพยาบาลกรุงเทพ 
เวลาทำการ จันทร์-อาทิตย์ เวลา 7.00-20.00 น. 
ติดต่อสอบถาม โทร 1719
Email: info@bangkokhospital.com