Skip to main content
ปิด

ค้นหาแพทย์

ไม่แน่ใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร ?

คุณสามารถ นัดหมายแพทย์ โดยไม่ต้องค้นหาแพทย์

การนัดหมายแพทย์นี้ ไม่เหมาะสมในกรณีจำเป็นฉุกเฉิน
และไม่สามารถทำในวันเดียวกันกับวันเข้าพบแพทย์
ในกรณีฉุกเฉินโปรดติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์ +662 310 3000 หรือ 1719 (เบอร์ติดต่อท้องถิ่น)
CLOSE
 
ปิด
ค้นหาแพทย์
นัดหมายแพทย์
ศูนย์แจ้งเตือน
หน้าหลัก
ศูนย์รักษาโรค
ข้อมูลสำหรับผู้ป่วย
ข้อมูลสุขภาพ
เกี่ยวกับเรา
ซื้อโปรโมชั่นแพคเกจออนไลน์
ปิด

7 ข้อควรรู้เกี่ยวการฝากครรภ์ เมื่อ"ครรภ์เป็นพิษ"

 

photo

ภาวะ “ครรภ์เป็นพิษ” หรือ “พิษแห่งครรภ์” แม้เป็นภาวะที่พบได้เพียงร้อยละ 5-10 แต่ก็เป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตของสตรีตั้งครรภ์ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่น่าสนใจถ้าเราได้ทำความรู้จักกับโรคนี้ให้มากขึ้น

 

7 เรื่องที่ควรรู้เกี่ยวกับครรภ์เป็นพิษ มีดังนี้

 

1) ครรภ์เป็นพิษมีสาเหตุการเกิดที่ไม่แน่ชัด

แรกเริ่มนั้นมีการบันทึกถึงภาวะครรภ์เป็นพิษมาตั้งแต่สมัยกรีกโบราณ อริสโตเติลผู้เป็นนักปราชญ์และแพทย์ชาวกรีกได้กล่าวไว้ว่า เกิดจากความไม่สมดุลของธาตุในร่างกายทำให้มีน้ำคั่ง และเชื่อว่าเกิดจากมดลูกซึ่งเป็นสาเหตุที่ส่งผลร้ายต่อตับ, กระเพาะ ม้า และปอด แต่จากวิทยาการความรู้ที่พัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้งพบว่าสาเหตุการเกิดครรภ์เป็นพิษนั้นไม่แน่ชัด มีเพียงสมมติฐานต่างๆ ที่คาดเดา เช่น รกทำงานผิดปกติ ทำให้มีการหลั่งสารบางอย่างมากระตุ้นหลอดเลือดให้หดรัดตัว ทำให้ความดันโลหิตสูงขึ้นกว่าปกติ เป็นต้น

 

2) ครรภ์เป็นพิษที่มีภาวะแทรกซ้อนรุนแรงอาจเสียชีวิตได้

โดยปกติภาวะครรภ์เป็นพิษจะวินิจฉัยเมื่อความดันโลหิตขณะหัวใจบีบตัว (Systolic Blood Pressure) 140 มิลลิเมตรปรอทหรือมากกว่า หรือความดันโลหิตขณะหัวใจคลายตัว (Diastolic Blood Pressure) 90 มิลลิเมตรปรอทหรือมากกว่า โดยวัด 2 ครั้ง ห่างกัน 4 ชั่วโมง นอกจากนี้อาจตรวจพบโปรตีนรั่วออกมาปนในปัสสาวะ โดยความรุนแรงของโรคอาจมีตั้งแต่เล็กน้อย รุนแรงจนกระทั่งทำให้เกิดการชักหมดสติ มีภาวะซีดจากการที่เม็ดเลือดแดงแตกสลาย เกล็ดเลือดลดต่ำทำให้มีเลือดออกผิดปกติ การทำงานของตับผิดปกติส่งผลให้เสียชีวิตได้ทั้งแม่และทารกในครรภ์

 

3) ครรภ์เป็นพิษส่วนใหญ่แล้วเป็นมหันตภัยเงียบ

โดยส่วนมากแล้วสตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะครรภ์เป็นพิษมักไม่ค่อยรู้สึกว่าตนเองป่วยจนกระทั่งโรคเกิดขึ้นรุนแรง ดังนั้นจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทราบถึงสัญญาณเตือนของภาวะครรภ์เป็นพิษดังต่อไปนี้

  • ปวดศีรษะ ตาพร่ามัว คลื่นไส้อาเจียน เนื่องจากความดันในกะโหลกศีรษะเพิ่มขึ้น
  • เจ็บจุกแน่นที่ลิ้นปี่หรือบริเวณชายโครงขวา
  • เหนื่อยหอบ หายใจลำบาก นอนราบไม่ได้ เนื่องจากน้ำท่วมปอด
  • บวม น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นรวดเร็วในเวลาไม่กี่วัน ปัสสาวะออกน้อยลง

 

4) ครรภ์เป็นพิษมักพบในครรภ์แรกมากกว่าครรภ์หลัง

ในกลุ่มสตรีตั้งครรภ์ที่เสี่ยงต่อการเกิดภาวะครรภ์เป็นพิษมักพบในครรภ์แรกมากกว่าครร ภ์หลัง และพบในสตรีที่อายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป หรือเคยมีลูกมาแล้ว แต่เว้นระยะมานานมากกว่า 10 ปีขึ้นไปก็ถือว่ามีความเสี่ยง และสตรีที่อ้วนที่มีดัชนีมวลกายมากกว่า 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร มีประวัติครอบครัวเป็นภาวะครรภ์เป็นพิษ ตั้งครรภ์แฝด เคยมีประวัติครรภ์เป็นพิษมาก่อน มีโรคประจำตัวเป็นโรคความดันโลหิตสูงอยู่เดิม เป็นต้น

 

5) ครรภ์เป็นพิษ รักษาโดยการ “คลอด

การคลอดในผู้ป่วยครรภ์เป็นพิษที่ไม่รุนแรงมากอาจต้องพิจารณาถึงอายุครรภ์ร่วมด้วย แต่ในกรณีที่ครรภ์เป็นพิษอยู่ในขั้นรุนแรง จำเป็นต้องพิจารณาให้คลอดไม่ว่าอายุครรภ์จะมากน้อยเพียงใด ครบกำหนดหรือไม่ เพื่อรักษาชีวิตของมารดาเป็นสำคัญ โดยจะทางช่องคลอดหรือผ่าตัดคลอดจะเป็นไปตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์ สำหรับทารกที่อายุครรภ์ไม่ครบกำหนด อาจต้องมีการใช้ยาช่วยพัฒนาปอดเพื่อให้ทารกสามารถหายใจได้เอง โดยพิจารณาเป็นรายๆ ไป

เพราะภาวะชักเนื่องจากครรภ์เป็นพิษ (Eclampsia) เป็นภาวะที่รุนแรง สามารถทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิตได้ จึงต้องมีการให้ยากันชักในผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีภาวะครรภ์เป็นพิษขั้นรุนแรง (Severe Preeclampsia) โดยยาที่ให้คือ แมกนีเซียมซัลเฟต ซึ่งยาตัวนี้อาจทำให้ผู้ป่วยรู้สึกร้อนวูบวาบ, คลื่นไส้อาเจียน, ความดันโลหิตลดต่ำลง จึงจำเป็นต้องมีการวัดสัญญาณชีพผู้ป่วยเป็นระยะๆ หลังจากที่ให้ยาตัวนี้กับผู้ป่วย สำหรับผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตที่สูงมากก็อาจจำเป็นต้องพิจารณาให้ยาลดความดันโลหิต แก่ผู้ป่วย ซึ่งมีทั้งที่ให้ทางหลอดเลือดหรือการรับประทาน

 

6) ครรภ์เป็นพิษ แม้จะงดอาหารที่มีเกลือก็ไม่อาจลดความดันโลหิตที่สูงลงได้

บ่อยครั้งที่เรามักทราบกันดีว่า ในผู้ป่วยที่มีความดันโลหิตสูงนั้นการหลีกเลี่ยงการรับประทานเกลือจะช่วยให้ความดันโลหิตลดลงได้แต่ในภาวะครรภ์เป็นพิษนั้นแนะนำว่าให้รับประทานอาหารที่มีเกลือได้ตามปกติเนื่องจากเกลือไม่ได้ส่งผลใดๆ ต่อความดันโลหิตในสตรีที่มีภาวะครรภ์เป็นพิษนอกจากนั้นแล้วการรับประทานอาหารเสริมจำพวกกรดโฟลิก, แมกนีเซียม,สารต้านอนุมูลอิสระ (วิตามินซีและอี), น้ำมันปลา หรือกระเทียมก็ไม่ได้ให้ผลในการช่วยรักษาภาวะความดันโลหิตสูงในสตรีที่มีภาวะครรภ์เป็นพิษแต่อย่างใด

 

7) ครรภ์เป็นพิษ สามารถที่จะตรวจพบได้แต่เนิ่นๆ ถ้ามาฝากครรภ์สม่ำเสมอ

การฝากครรภ์ตั้งแต่เริ่มทราบว่าตั้งครรภ์และฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอสามารถจะช่วยให้แพทย์ตรวจคัดกรอง ค้นหาความเสี่ยงของการตั้งครรภ์ได้ เช่น ต้องมีการซักประวัติของผู้ป่วยว่าตั้งครรภ์มาแล้วกี่ครั้ง,เคยมีภาวะครรภ์เป็นพิษในท้องก่อนๆ หรือไม่, มีโรคประจำตัวใดบ้าง และทุกครั้งที่มาฝากครรภ์ จะต้องมีการตรวจซักถามอาการผิดปกติต่างๆของสตรีตั้งครรภ์, ชั่งน้ำหนัก, วัดความดันโลหิต, ตรวจปัสสาวะเพื่อหาน้ำตาลและโปรตีนว่ามีรั่วออกมาหรือไม่, มีการตรวจหน้าท้องรวมถึงมีการตรวจวินิจฉัยทารกโดยใช้คลื่นเสียงความถี่สูงหรืออัลตร้าซาวนด์ เพื่อติดตามการเจริญเติบโตของทารกหรือทำการตรวจสุขภาพทารกในครรภ์โดยตรวจติดตามอัตราการเต้นของหัวใจทารก พร้อมกับตรวจการหดรัดตัวของมดลูกเมื่อพบความผิดปกติที่ทำให้คิดถึงภาวะครรภ์เป็นพิษ แพทย์และทีมจะได้รีบดำเนินการรักษาโดยเร็ว ซึ่งจะช่วยลดโอกาสการสูญเสียหรือทุพพลภาพของมารดาและทารก


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ ศูนย์สุขภาพสตรี
ชั้น 2 อาคาร D
เปิดบริการทุกวัน เวลา 7.00 - 20.00 น.
โทร.02-310-3005 หรือ โทร.1719
แฟกซ์ 02-755-1685
Email:
info@bangkokhospital.com