Skip to main content
ปิด

ค้นหาแพทย์

ไม่แน่ใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร ?

คุณสามารถ นัดหมายแพทย์ โดยไม่ต้องค้นหาแพทย์

การนัดหมายแพทย์นี้ ไม่เหมาะสมในกรณีจำเป็นฉุกเฉิน
และไม่สามารถทำในวันเดียวกันกับวันเข้าพบแพทย์
ในกรณีฉุกเฉินโปรดติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์ +662 310 3000 หรือ 1719 (เบอร์ติดต่อท้องถิ่น)
CLOSE
 
ปิด
ค้นหาแพทย์
นัดหมายแพทย์
ศูนย์แจ้งเตือน
หน้าหลัก
ศูนย์รักษาโรค
ข้อมูลสำหรับผู้ป่วย
ข้อมูลสุขภาพ
เกี่ยวกับเรา
ซื้อโปรโมชั่นแพคเกจออนไลน์
ปิด

หมอแนะ 6 เทคนิคการดูแลเท้าในผู้ป่วยเบาหวานรับหน้าฝน

" "

 

 

            แผลที่เท้าเป็นภาวะแทรกซ้อนที่สำคัญ และพบได้บ่อยในผู้ป่วยเบาหวาน  และอาจนำไปสู่การตัดขาในที่สุด เนื่องจากผู้ป่วยเบาหวาน เส้นประสาทที่เท้ามักถูกทำลาย  จึงมักไม่รู้สึกเจ็บปวดจากแผลที่เท้า  เพราะเท้าชาไม่มีความรู้สึกเหมือนปกติ  โดยเฉพาะหน้าฝนที่ผู้ป่วยเบาหวานอาจเกิดแผลที่เท้าจากการเดินลุยน้ำจึงละเลยที่จะไปรับการรักษา รวมถึงความอับชื้นที่เกิดขึ้นจากเชื้อที่เท้า

            โรคแทรกซ้อนนี้อาจป้องกันได้  ถ้าได้รับการดูแลเท้าและเล็บเป็นอย่างดี  การใส่รองเท้าที่พอเหมาะไม่คับหรือกดจนเกินไป  และเมื่อเกิดแผลแล้วต้องพยายามลดน้ำหนักที่แผล  วิธีง่ายที่สุดคือ  การนอนพักเฉย ๆ อย่าพยายามเดินถ้าไม่จำเป็น  ต้องควบคุมน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ  และควรงดสูบบุหรี่ เพราะ บุหรี่ก็มีส่วนสำคัญในการหายของแผลด้วย

 

ปัจจัยที่นำไปสู่การตัดขาในผู้ป่วยเบาหวาน
 

  • ภาวะการขาดเลือดไปเลี้ยงเท้า
  • ความผิดปกติของเส้นประสาทส่วนปลายไปยังบริเวณเท้า
  • การติดเชื้อที่เท้า
  • ภาวะการหายของแผลผิดปกติหรืออุบัติเหตุเพียงเล็กน้อยเท่านั้นที่ทำให้เกิดแผลที่เท้า แต่ไม่ได้รับการดูแลจากผู้ป่วย

 

แนวทางการดูแลเท้าในผู้ป่วยเบาหวานง่าย ๆ มีดังนี้
 

  1. ระดับน้ำตาลในเลือด 

    การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในเกณฑ์ดีหรือปกติจะช่วยลดภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่มักเกิดขึ้นกับผู้ป่วยเบาหวาน เช่น โรคไต ประสาทตาเสื่อม เส้นประสาทรับความรู้สึกเสื่อม และควรออกกำลังกายสม่ำเสมอ อย่างน้อย 3-4 ครั้ง/ สัปดาห์ ประมาณ 1 ชั่วโมง อีกทั้งควรงดการสูบบุหรี่ เพราะจะไปทำลายเส้นเลือด
     " "
     

  2. รองเท้า 

    ควรเลือกใช้รองเท้าที่มีรูปทรงลักษณะเช่นเดียวกับเท้า รองเท้าจะต้องนิ่ม ด้านบนทำด้วยหนัง ไม่คับหรือหลวมจนเกินไป จนเกิดการเสียดสีเป็นแผลหรือทำให้เลือดไหลเวียนไม่สะดวก รองเท้าที่สวมใส่ควรช่วยให้น้ำหนักตัวกระจายลงทั่ว ๆ เท้าไม่ลงที่จุดหนึ่งจุดใด
     " "
     

  3. ดูแลรักษาเท้าอย่างดีทุกวัน 

    ตรวจเท้าเป็นประจำทุกวันว่ามีอาการปวดบวม มีแผล รอยช้ำ ผิวเปลี่ยนสีหรือเม็ดพอง โดยตรวจทั่วทั้งฝ่าเท้า ส้นเท้า เมื่อพบความผิดปกติควรปรึกษาแพทย์ทันที มีรอยแตกย่นหรือไม่ ถ้ามีอาจเพราะเท้าขึ้นอยู่เสมอ ถ้าผิวแห้งอาจทำให้คัน มีการเกา เกิดรอยแตกติดเชื้อได้ง่าย ให้ทาครีมบาง ๆ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้น โดยเว้นบริเวณซอกนิ้วเท้า เพื่อป้องกันการหมักหมม ซึ่งอาจทำให้เกิดเชื้อราได้ง่าย ไม่ควรเดินเท้าเปล่า เพราะอาจเหยียบของมีคมได้ ซึ่งจะทำให้เกิดแผลที่เท้า
     " "
     

  4. เชื้อราที่เล็บ 

    ผู้ป่วยเบาหวานมักเกิดเชื้อราที่เล็บได้ง่าย ดังนั้นควรตรวจดูสภาพเล็บอย่างสม่ำเสมอ ถ้าเกิดเชื้อราขึ้นควรไปพบแพทย์หรือทำการรักษา
     " "
     

  5. การล้างเท้า 

    ควรล้างเท้าด้วยสบู่อ่อน ๆ ธรรมดา หลังจากนั้นใช้ผ้าซับเท้าและบริเวณซอกนิ้วเท้าให้แห้ง พร้อมทั้งสำรวจเท้า ฝ่าเท้าว่ามีสิ่งผิดปกติหรือไม่
     " "
     

  6. การตัดเล็บ 

    ควรตัดเล็บเท้าอย่างสม่ำเสมอและตัดเป็นแนวตรงให้สั้นพอประมาณ โดยไม่ตัดเข้ามุมเล็บ ถ้ามีเล็บขบต้องปรึกษาแพทย์

     " "

 

            โรคเบาหวานมีผลทำให้เส้นประสาทที่รับความรู้สึกจากเท้ามีความไวน้อยลง เวลามีบาดแผลเกิดขึ้นมักไม่รู้สึกเจ็บปวด ยิ่งถ้าไม่ควบคุมน้ำตาลให้ดีด้วย แผลจะยิ่งหายช้าและอาจส่งผลด้วยการผ่าตัดเอาส่วนที่อักเสบติดเชื้อหรือมีเนื้อตายออก บางรายต้องถูกตัดนิ้วเท้า ตัดเท้าบางส่วนก็เป็นได้


สอบถามเพิ่มเติม ศูนย์เบาหวาน ไทรอยด์ และต่อมไร้ท่อ

ชั้น 2 อาคาร โรงพยาบาลกรุงเทพ 
เวลาทำการ จันทร์ – ศุกร์ 7.00 – 17.00 น.
เสาร์ – อาทิตย์ และนักขัตฤกษ์ 7.00 – 16.00 น.
โทร: 0 2- 7551129, 0 2-7551130 โทรสาร: 02-7551697 
Email:  BHQdm@bangkokhospital.com