Skip to main content
ปิด

ค้นหาแพทย์

ไม่แน่ใจว่าคุณรู้สึกอย่างไร ?

คุณสามารถ นัดหมายแพทย์ โดยไม่ต้องค้นหาแพทย์

การนัดหมายแพทย์นี้ ไม่เหมาะสมในกรณีจำเป็นฉุกเฉิน
และไม่สามารถทำในวันเดียวกันกับวันเข้าพบแพทย์
ในกรณีฉุกเฉินโปรดติดต่อผ่านเบอร์โทรศัพท์ +662 310 3000 หรือ 1719 (เบอร์ติดต่อท้องถิ่น)
CLOSE
 
ปิด
ค้นหาแพทย์
นัดหมายแพทย์
ศูนย์แจ้งเตือน
หน้าหลัก
ศูนย์รักษาโรค
ข้อมูลสำหรับผู้ป่วย
ข้อมูลสุขภาพ
เกี่ยวกับเรา
สินค้า โรงพยาบาล
ปิด

5 ข้อต้องทำ ถ้าอยากเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงาน

photo

 

ทำไมบางคนโชคดีกินอย่างไรก็ไม่อ้วน แถมออกกำลังกายน้อยอีกต่างหาก นั่นอาจเป็นเพราะว่าร่างกายมีระดับการเผาผลาญสูงที่มีติดตัวตามธรรมชาติ แต่สำหรับคนที่น้ำหนักขึ้นง่าย ก็อย่าเพิ่งกังวลไป เพราะเรามีวิธีเพิ่มระดับการเผาผลาญให้กับร่างกายเพื่อเป้าหมายในการรักษารูปร่างและสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง แค่ลองทำตาม 5 วิธีนี้ ความฝันการมีหุ่นดีก็น่าจะเป็นจริงได้

 

photo

 

1. ห้ามอดมื้อเช้า

มื้อเช้าสำคัญจริง ๆ เพราะถ้าคุณงดมื้อเช้า ร่างกายจะลดระบบเผาผลาญลงและสมองจะหลั่งสารเคมีที่ชื่อว่า นิวโรเพปไทด์ วาย (Neuropeptide Y) ซึ่งจะส่งสัญญาณให้คุณหิวและอยากกินมากกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว แถมยังอาจไม่มีสมาธิในการทำงาน เพราะสมองไม่มีน้ำตาลกลูโคสจากอาหารไปหล่อเลี้ยง แล้วยังทำให้อยากของหวานมากขึ้น น้ำหนักก็จะขึ้นง่าย 

 

Tips อาหารมื้อเช้า

เติมมื้อเช้าให้กับตัวเองด้วยเมนูง่าย ๆ อย่าง ขนมปังโฮลเกรนโปะมะเขือกับอโวคาโด แทนแยมสตรอว์เบอร์รีและเนย สดชื่นต่อด้วยสมูทตี้ผลไม้ ก็ช่วยให้คุณอิ่มท้องได้ประโยชน์ หรือเสริมอาหารที่มีโปรตีนไม่ติดมันเข้าไปด้วย เช่น ไก่ ปลา ไข่ไก่ ถั่วเมล็ดกลม เต้าหู้ เป็นต้น เพราะโปรตีนใช้เวลาย่อยนานกว่าอาหารประเภทแป้ง จึงสามารถช่วยให้รู้สึกอิ่มนานขึ้น เหมาะสำหรับคนที่อยากควบคุมน้ำหนัก

 

photo

 

2. ผสมเวทเทรนนิ่งบวกกับคาร์ดิโอ

เพราะการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ เช่น เดินเร็ว วิ่ง ปั่นจักรยาน ว่ายน้ำ หรือเต้นรำ จะช่วยเผาผลาญไขมัน แต่ต้องอยู่ในระดับที่ทำให้หัวใจเต้นเร็วระดับหนึ่งเพื่อให้เลือดสูบฉีด ร่างกายได้ดึงไขมันมาใช้ และควรพ่วงการเล่นเวทเทรนนิ่งเข้าไปด้วยเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อและยังเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงาน (เมตาบอลิซึม) ซึ่งการทำคาร์ดิโอเพียงอย่างเดียวไม่สามารถกระตุ้นปฏิกิริยานี้เท่าได้มากเท่ากับการเล่นเวท  

 

Tips ออกกำลังกาย

ก่อนออกกำลังกาย 1 ชั่วโมงควรทานอาหารที่มีดัชนีน้ำตาลสูงหรือกลุ่มคาร์โบไฮเดรตเชิงเดี่ยว เช่น ขนมปัง ผลไม้หวาน ๆ เช่น แตงโม กล้วย น้ำหวาน เพราะย่อยง่าย ร่างกายสามารถนำไปใช้ได้ทันที แต่ควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีกากใยหรือโปรตีนสูง เช่น ขนมปังโฮลวีท มูสลี่ เนื้อสัตว์ต่าง ๆ เพราะให้พลังงานช้า ควรทานแต่ในมื้อปกติดีกว่า

 

photo

 

3. เติมแอลคาร์นิทีน

ถ้าอยากเผาผลาญดีขึ้นต้องเติมแอลคาร์นิทีน ที่เป็นสารซึ่งถูกสร้างขึ้นในร่างกายของเราเองจากกรดอะมิโน 2 ตัวคือ ไลซีน (Lysine) และเมไทโอนีน (Methionine) ที่ผลิตที่อวัยวะตับ โดยจะถูกนำไปเก็บไว้ในกล้ามเนื้อตามแขน ขา หัวใจ สมอง ซึ่งจะช่วยเพิ่มกระบวนการในการดึงไขมันมาเผาผลาญออกมาเป็นพลังงานในร่างกาย แหล่งแอลคาร์นิทีนส่วนใหญ่พบได้ในเนื้อสัตว์ นม อะโวคาโด และถั่ว

 

photo

 

4. นอนเร็วขึ้นอีกหน่อย

ปกติแล้วร่างกายของเราจะมีระบบเป็นนาฬิกาชีวภาพ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการหลั่งฮอร์โมน เพื่อรักษาประสิทธิภาพการทำงานของร่างกายและควบคุมรอบการหลับ - ตื่น (กลางคืน - กลางวัน) เวลาการเข้านอนที่ดีที่สุดคือช่วง 21.00 - 23.00 น. ซึ่งเป็นเวลาของระบบภูมิต้านทานโรคที่จะทำงานได้ดี และสะสมพลังงานสำรองเพื่อซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ เมื่อเรานอนเร็วก็จะช่วยสกัดอาการหิวยามดึกและร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนเล็ปติน (Leptin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนทำให้รู้สึกอิ่ม เพิ่มอัตราการเผาผลาญให้ทำงานได้ดีมากขึ้นซึ่งจะช่วยคุมน้ำหนักตัวให้คงที่

 

photo

 

5. หมั่นดื่มน้ำ

     วิธีเบสิกสุด ๆ แต่ต้องขอย้ำอีกครั้ง โดยอ้างอิงผลการศึกษาของนักวิจัยของ Virginia Tech แห่งเมืองแบล็กส์เบิร์ก รัฐเวอร์จิเนีย (Blacksburg, Virginia) ว่าคนที่ดื่มน้ำในแก้วขนาด 8 ออนซ์ ประมาณ 8 - 12 ครั้งต่อวัน จะเพิ่มอัตราการเผาผลาญสูงขึ้นกว่าคนที่ดื่มเพียง 4 ครั้ง อีกทั้งควรดื่มน้ำให้ได้ครึ่งลิตรหรือ 5 แก้วหลังตื่นนอนก่อนอาหารเช้า ระบบขับถ่ายคุณจะคล่องโล่งสบาย หรือจิบชาเขียวควบคู่กับการคุมอาหารและออกกำลังกายก็จะช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงานได้ดีขึ้นเช่นกัน

 


สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 

ศูนย์เวชศาสตร์ชะลอวัย

ชั้น 6 อาคารบางกอกพลาซ่า โรงพยาบาลกรุงเทพ

เวลาเปิดบริการ

  • วันจันทร์ - พฤหัสบดี 7.00 - 18.00 น.
  • วันศุกร์ 7.00 - 17.00 น.
  • วันเสาร์ - วันอาทิตย์  8.00 - 12.00 น.

โทร. 0 2308 7043 หรือ 0 2310 3000
Email : bmcroyallifeinfo@bangkokhospital.com