หลายคนเริ่มสังเกตเห็นเส้นเลือดสีเขียวหรือสีม่วงที่ขา บางคนเป็นเพียงเส้นเล็ก ๆ ใต้ผิวหนัง ขณะที่บางคนเห็นเป็นเส้นเลือดปูด นูน และคดเคี้ยวชัดเจน จึงมักคิดว่าเป็นเพียงปัญหาเรื่องความสวยงาม โดยเฉพาะคนที่ยังเดินได้ตามปกติและไม่ได้เจ็บมาก
“เส้นเลือดขอด” (Varicose veins) เป็นส่วนหนึ่งของโรคหลอดเลือดดำเรื้อรัง (Chronic Venous Disease) ซึ่งในบางคนอาจมีอาการตั้งแต่ปวดเมื่อย ขาบวม ไปจนถึงผิวหนังเปลี่ยนสีหรือเกิดแผลเรื้อรังได้
ความจริงแล้วโรคนี้สามารถตรวจหาสาเหตุและรักษาได้ และปัจจุบันการรักษาหลายวิธีไม่จำเป็นต้องผ่าตัดใหญ่เหมือนในอดีต
เส้นเลือดขอดเกิดขึ้นได้อย่างไร?
เลือดที่ไหลลงไปเลี้ยงขาจะต้องไหลกลับขึ้นสู่หัวใจ ซึ่งเป็นการไหลสวนแรงโน้มถ่วง ภายในหลอดเลือดดำจึงมี “ลิ้นหลอดเลือดดำ” (Venous valve) คอยป้องกันไม่ให้เลือดไหลย้อนกลับลงมา
เมื่อผนังหลอดเลือดดำหรือลิ้นหลอดเลือดเสื่อมสภาพลงและทำงานผิดปกติ เลือดจะเกิดการไหลย้อนกลับ (Venous reflux) และคั่งอยู่บริเวณขามากขึ้น ความดันในหลอดเลือดดำจึงสูงขึ้นเรื่อย ๆ เส้นเลือดที่อยู่ใต้ผิวหนังจึงขยายตัว โป่ง และคดเคี้ยว กลายเป็นเส้นเลือดขอดที่เรามองเห็น
เส้นเลือดขอดไม่ได้มีแค่ “เส้นเลือดปูดนูน”
คนจำนวนไม่น้อยมาพบแพทย์ทั้งที่เส้นเลือดขอดอาจยังไม่ได้ใหญ่มาก ด้วยอาการปวดหรือเมื่อยขา รู้สึกขาหนัก ตึง หรืออ่อนล้า โดยเฉพาะช่วงเย็น บางคนรู้สึกปวดตุบ ๆ แสบร้อน คันบริเวณผิวหนัง หรือเป็นตะคริวตอนกลางคืน อาการมักชัดขึ้นหลังยืoนาน และอาจดีขึ้นหลังเดิน ยกขาสูง หรือนอนพัก
เมื่อโรคดำเนินไปมากขึ้นอาจเริ่มมีอาการบวมบริเวณข้อเท้าหรือหน้าแข้ง โดยเฉพาะช่วงเย็น และหากมีความดันในระบบหลอดเลือดดำสูงเป็นเวลานาน ผิวหนังบริเวณข้อเท้าอาจเริ่มคล้ำ แข็ง คัน หรือเกิดผื่นอักเสบได้
ดังนั้น คนที่มีเส้นเลือดขอดจึงไม่จำเป็นต้องรอให้ “เส้นเลือดใหญ่มาก” ก่อนจึงค่อยมาตรวจ เพราะขนาดของเส้นเลือดที่มองเห็นจากภายนอกไม่ได้บอกความรุนแรงทั้งหมดของโรค
เมื่อไรควรมาพบแพทย์?
หากมีเส้นเลือดขอดแต่ไม่มีอาการเลย อาจยังไม่จำเป็นต้องรักษาทุกราย แต่ควรมาพบแพทย์เพื่อประเมินหากมีข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้
- เส้นเลือดขอดเพิ่มจำนวนหรือมีขนาดใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ
- ปวด เมื่อย หนักขา ตึงขา หรือมีอาการรบกวนการทำงานและชีวิตประจำวัน
- ขาบวมหรือข้อเท้าบวม
- มีอาการคัน ผื่น ผิวหนังบริเวณข้อเท้าหรือหน้าแข้งเริ่มคล้ำหรือแข็ง
- มีแผลบริเวณข้อเท้าหรือหน้าแข้ง หรือมีแผลที่หายช้า
- อาการปวด แดง แข็งเป็นลำบริเวณเส้นเลือดขอด ซึ่งอาจเป็นลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำตื้น (Superficial Vein Thrombosis)
- มีเลือดออกจากเส้นเลือดขอด
อีกอาการหนึ่งที่ไม่ควรรอคือ ขาข้างหนึ่งบวมและปวดมากกว่าปกติ ควรได้รับการตรวจเพื่อแยกภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดดำส่วนลึก (Deep Vein Thrombosis; DVT) และหากมีอาการเหนื่อยเฉียบพลัน เจ็บหน้าอก หรือหายใจลำบากร่วมด้วย ควรไปโรงพยาบาลทันที
เส้นเลือดขอดอันตรายหรือไม่?
เส้นเลือดขอดไม่ได้ดำเนินโรคเหมือนกันทุกคน และไม่ใช่ทุกคนที่มีเส้นเลือดขอดจะเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง
อย่างไรก็ตาม เมื่อมีความดันในหลอดเลือดดำสูงต่อเนื่องเป็นเวลานาน โรคอาจพัฒนาไปสู่ระยะที่มีขาบวม ผิวหนังอักเสบหรือเปลี่ยนเป็นสีคล้ำ เนื้อเยื่อบริเวณข้อเท้าแข็ง และในรายที่เป็นมากอาจเกิดแผลจากหลอดเลือดดำเรื้อรัง (Venous Leg Ulcer) ซึ่งมักเกิดบริเวณรอบข้อเท้าและอาจใช้เวลารักษานาน
ภาวะแทรกซ้อนที่พบได้อีกอย่างคือลิ่มเลือดในหลอดเลือดดำตื้น ซึ่งมักมีอาการปวด แดง และคลำได้เส้นเลือดแข็งเป็นลำ รวมถึงเลือดออกจากเส้นเลือดขอด
ดังนั้น การประเมินเส้นเลือดขอดจึงไม่ได้ดูเพียงเรื่องความสวยงาม แต่ดูด้วยว่าโรคเริ่มส่งผลต่ออาการ ผิวหนัง การไหลเวียนเลือด และคุณภาพชีวิตแล้วหรือยัง
ตรวจเส้นเลือดขอด ต้องตรวจอะไรบ้าง?
การประเมินเริ่มจากการซักประวัติและตรวจร่างกาย แพทย์จะดูตำแหน่งของเส้นเลือดขอด อาการบวม และการเปลี่ยนแปลงของผิวหนัง รวมทั้งประเมินว่ามีโรคหลอดเลือดประเภทอื่นร่วมด้วยหรือไม่
การตรวจที่สำคัญคือ อัลตราซาวด์หลอดเลือดดำ (Duplex Ultrasound) ซึ่งสามารถดูได้ทั้งโครงสร้างของหลอดเลือด การอุดตัน และการไหลย้อนของเลือด โดยแนวทางการรักษาตาม ESVS 2022 ระบุให้ใช้ Duplex ultrasound เป็นการตรวจหลักในการประเมินผู้ป่วยโรคหลอดเลือดดำเรื้อรัง
สิ่งสำคัญคือ เส้นเลือดขอดที่เห็นจากด้านนอกอาจเป็นเพียง “ปลายเหตุ” การอัลตราซาวด์ช่วยให้ทราบว่าต้นเหตุของเลือดไหลย้อนอยู่ที่หลอดเลือดเส้นใดและอยู่บริเวณไหน ซึ่งมีผลโดยตรงต่อการเลือกวิธีรักษา
การรักษาโรคเส้นเลือดขอด
คำถามที่ได้ยินบ่อยมากคือ “เป็นเส้นเลือดขอดแล้วต้องผ่าตัดเลยหรือเปล่า?” . . .คำตอบคือ ไม่จำเป็น
การรักษาขึ้นอยู่กับอาการ ความรุนแรง ตำแหน่งของหลอดเลือดที่มีปัญหา และผลตรวจอัลตราซาวด์ของแต่ละบุคคล ผู้ป่วยบางรายอาจเหมาะกับการดูแลด้วยการออกกำลังกาย ควบคุมน้ำหนัก ลดการยืนหรือนั่งนิ่งเป็นเวลานาน และใช้ถุงน่องทางการแพทย์ (Compression Stockings) ตามความเหมาะสม
แต่หากมีอาการหรือมีหลอดเลือดดำตื้นที่ไหลย้อนอย่างมีนัยสำคัญ ปัจจุบันมีการรักษาผ่านสายสวนภายในหลอดเลือด (Endovenous treatment) เช่น เลเซอร์ (Endovenous Laser Ablation; EVLA) หรือคลื่นความถี่วิทยุ (Radiofrequency Ablation; RFA) รวมถึงวิธีอื่น ๆ ที่สามารถเลือกให้เหมาะสมกับหลอดเลือดและผู้ป่วยแต่ละคน
แนวทางการรักษาตาม ESVS 2022 ให้การรักษาแบบผ่านสายสวนภายในหลอดเลือด (Endovenous treatment) เป็นทางเลือกแรกสำหรับผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ในการรักษา เนื่องจากเป็นหัตถการแผลเล็กและโดยทั่วไปสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ค่อนข้างเร็ว
อย่างไรก็ตาม ไม่มีวิธีรักษาใดที่เหมาะกับผู้ป่วยทุกคน การเลือกวิธีรักษาที่ดีจึงควรเริ่มจากการวินิจฉัยให้ถูกต้องก่อน
ถ้าเริ่มสงสัยว่าเป็นเส้นเลือดขอด ควรทำอย่างไร?
อีกประโยคที่หมอมักได้ยินบ่อยคือ “ถ้ายังไม่ปวดมาก รอให้เป็นเยอะกว่านี้ก่อนค่อยมาตรวจได้ไหม?”
หากมีเพียงเส้นเลือดเล็ก ๆ และไม่มีอาการ อาจสังเกตอาการไปก่อนได้ แต่ถ้าเริ่มมีเส้นเลือดนูน ปวดเมื่อย ขาหนัก บวม มีผิวหนังคล้ำ การเข้ารับการตรวจตั้งแต่ระยะที่ยังไม่มีภาวะแทรกซ้อนมักทำให้ประเมินและวางแผนการดูแลได้ง่ายกว่า
บางครั้งการมาตรวจก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องทำหัตถการเสมอไป แต่จะช่วยให้รู้ว่า เส้นเลือดปูดนูนที่เห็นนั้นเกิดจากอะไร ระบบหลอดเลือดดำทำงานปกติหรือไม่ และควรดูแลต่ออย่างไร
เพราะเส้นเลือดขอดที่เห็นจากภายนอกอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหา การตรวจโดยแพทย์เฉพาะทางโรคหลอดเลือดร่วมกับอัลตราซาวด์หลอดเลือดดำ (Duplex ultrasound) ในรายที่มีข้อบ่งชี้ จะช่วยให้เลือกการรักษาได้ตรงกับต้นเหตุ และหลีกเลี่ยงการรักษาที่มากหรือน้อยเกินความจำเป็น
หากเริ่มมีอาการ อย่ารอให้ขาบวม ผิวคล้ำ หรือเกิดแผลก่อนค่อยมาตรวจ การรู้ระยะของโรคตั้งแต่ต้น คือจุดเริ่มต้นของการดูแลเส้นเลือดขอดอย่างเหมาะสม
.jpg)









