แพ็กเกจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ Electrocardiogram (ECG/EKG) (For 35-40Years)
- พบแพทย์เฉพาะทางด้านโรคหัวใจ
- ตรวจวัดดัชนีมวลกาย (BMI)
- ตรวจ Electrocardiogram (ECG/EKG)
- รวมค่าแพทย์
- รวมค่าบริการโรงพยาบาล
คลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG/EKG) คืออะไร?
Electrocardiogram หรือที่เราเรียกกันสั้นๆ ว่า ECG หรือ EKG เป็นวิธีการตรวจการทำงานของหัวใจที่มีต้นกำเนิดมายาวนานที่สุด สะดวก รวดเร็ว และเจ็บตัวน้อยที่สุด ด้วยขั้นตอนที่ไม่ยุ่งยาก สามารถให้คำตอบเบื้องต้นและช่วยในการวินิจฉัยโรคหัวใจได้อย่างแม่นยำ เปรียบเสมือน “ปราการด่านแรก” สำหรับผู้ที่สงสัยว่าจะเป็นโรคหัวใจ และเป็นตัวชี้นำในการวางแผนตรวจเพิ่มเติมอย่างเหมาะสมต่อไป
ขั้นตอนการตรวจและความพร้อมก่อนตรวจ
- ไม่ต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษ : การตรวจ EKG ไม่จำเป็นต้องงดน้ำหรืออาหาร สามารถเข้ารับการตรวจได้ตลอดเวลา
- ระยะเวลาในการตรวจ : ประมาณ 20 – 30 นาที
ECG บอกอะไรเกี่ยวกับสุขภาพหัวใจ?
กราฟคลื่นไฟฟ้าหัวใจจะสื่อถึงการนำไฟฟ้าภายในกล้ามเนื้อหัวใจ อัตราและจังหวะการเต้นของหัวใจว่ามีความสม่ำเสมอหรือไม่ ซึ่งช่วยบอกความสัมพันธ์ในการทำงานของหัวใจห้องบนและห้องล่าง โดยสามารถวินิจฉัยโรคและภาวะต่างๆ ได้มากมาย เช่น:
- โรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (Acute Myocardial Infarction)
- โรคกล้ามเนื้อหัวใจห้องล่างซ้ายหนาตัวผิดปกติ (Left Ventricular Hypertrophy)
- โรคของกล้ามเนื้อหัวใจชนิดต่างๆ (Cardiomyopathy)
- โรคเยื่อหุ้มหัวใจอักเสบ (Pericarditis)
- โรคหัวใจเต้นผิดจังหวะ ทั้งแบบเต้นช้าหรือเต้นเร็วผิดปกติ (Bradyarrhythmias / Tachyarrhythmias)
- ภาวะสมดุลเกลือแร่ในเลือดผิดปกติ เช่น โพแทสเซียม หรือแคลเซียม สูง/ต่ำเกินไป
นอกจากนี้ การตรวจ EKG ยังเป็นส่วนสำคัญที่ใช้ร่วมกับการตรวจหัวใจประเภทอื่นๆ เช่น การเดินสายพาน (EST), การบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ 24 ชั่วโมง (Holter), การฉีดสีสวนหัวใจ หรือการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์หัวใจ (Cardiac CT/MRI)
ความเสี่ยงหรืออันตรายจากการตรวจ
การตรวจ EKG มีความปลอดภัยสูงมาก ไม่มีความเสี่ยงหรืออันตรายใดๆ และไม่เจ็บตัวในระหว่างการรับบริการ
ใครที่ควรเข้ารับการตรวจ และช่วงอายุที่เหมาะสม
เพื่อให้การดูแลสุขภาพหัวใจของชาวเชียงใหม่และภาคเหนือเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ศูนย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ แนะนำกลุ่มผู้ที่ควรตรวจดังนี้:
- ผู้ที่มีอาการผิดปกติ: เจ็บแน่นหน้าอก หายใจไม่เต็มอิ่ม เหนื่อยง่ายกว่าปกติ ใจสั่น หัวใจเต้นสะดุด หรือมีอาการหน้ามืด วูบ เป็นลมโดยไม่ทราบสาเหตุ
- ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยง: ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง, เบาหวาน, ไขมันในเลือดสูง, ผู้ที่สูบบุหรี่ หรือมีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจ
- คำแนะนำตามช่วงอายุ (สอดคล้องกับโปรแกรมตรวจสุขภาพ):
- อายุ 35 – 40 ปี: แนะนำให้ตรวจ EKG อย่างน้อย 1 ครั้ง เพื่อเป็นข้อมูลพื้นฐาน (Baseline) สำหรับใช้เปรียบเทียบในอนาคต
- อายุ 40 ปีขึ้นไป: แนะนำให้ตรวจเป็นประจำทุก 1-2 ปี เนื่องจากความเสี่ยงต่อภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบเพิ่มสูงขึ้นตามวัย
- อายุ 60 ปีขึ้นไป: แนะนำให้เข้ารับการตรวจเป็นประจำทุกปีร่วมกับการตรวจสุขภาพผู้สูงอายุ





