โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดต่อเรา
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    ฟื้นฟูสายตาให้สดใสด้วยการรักษาด้วยแสง IPL

    5 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่
    อัปเดตเมื่อ: 10 ธ.ค. 2568
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    (โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่) Online โปรแกรมกระชับผิวหน้า 700 ไลน์ Ulthera Prime 700 lines
    Package Image
    (โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่) Online โปรแกรมกระชับผิวหน้า 600 ไลน์ Ulthera Prime 600 lines
    Package Image
    (โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่) Online โปรแกรมกระชับผิวหน้า 500 ไลน์ Ulthera Prime 500 lines
    ฟื้นฟูสายตาให้สดใสด้วยการรักษาด้วยแสง IPL
    โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่
    อัปเดตเมื่อ: 10 ธ.ค. 2568

    ตาแห้ง เป็นภาวะที่พบได้บ่อยและพบได้ในทุกเพศทุกวัย แม้ว่าอาการตาแห้งส่วนใหญ่จะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่การปล่อยทิ้งไว้ในระยะยาวโดยไม่ทำการรักษาจะทำให้อาการเคืองตารุนแรงยิ่งขึ้น จนอาจเกิดการอักเสบเรื้อรังรุนแรงจนเสี่ยงต่อการเป็นแผลที่กระจกตา และเสียการมองเห็นได้

    ตาแห้ง เป็นโรคตาที่เกิดจากระบบต่อมน้ำตาทำงานผิดปกติ ทำให้มีปริมาณน้ำตาไม่เพียงพอ หรือมีการระเหยของน้ำตาที่มากเกินไป ส่งผลให้เกิดอาการไม่สบายตา เช่น เคืองตา แสบตา ตาแห้ง เป็นต้น

    สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดภาวะตาแห้ง

    1. การสร้างน้ำตาน้อยกว่าปกติ (Aqueous Tear Deficiency) ในกลุ่มผู้ป่วยโรคต่าง ๆ ได้แก่
      • กลุ่มโรค Sjogren’s Syndrome อาจเกิดจากกลุ่มโรคข้อ เช่น โรครูมาตอยด์ โรคแพ้ภูมิตัวเอง หรือไม่พบสาเหตุ(Primary Sjogren’s Syndrome)
      • กลุ่มที่ไม่ใช่ Sjogren’s Syndrome เช่น ต่อมน้ำตาทำงานผิดปกติตั้งแต่เกิด หรือจากโรคภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือ แพ้ยารุนแรง การอักเสบจนท่อน้ำตาจากต่อมน้ำตาตัน หรือการที่มีกระจกตาอักเสบ มีการรับรู้ผิดปกติ การใส่คอนแทคเลนส์นาน ๆ ทำให้การกระตุ้นน้ำตาตามธรรมชาติผิดไปจากเดิม โดยโรคเหล่านี้ส่งผลให้ต่อมน้ำตาทำงานผิดปกติจึงผลิตน้ำตาน้อยและตาแห้ง
      • ฮอร์โมนต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลง มักพบในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน เนื่องจากอายุที่มากขึ้น ทำให้เยื่อบุต่าง ๆ ในร่างกายผลิตน้ำได้น้อยลง รวมทั้งสารคัดหลั่งต่าง ๆ
      • การใช้ยาบางประเภทที่ส่งผลให้ตาแห้ง เพราะลดการสร้างน้ำตา ถ้าใช้หลายชนิดอาจทำให้ตาแห้งได้มากขึ้น เช่น ยาแก้หวัด ยาแก้แพ้ ยาลดความดันโลหิต ยาคลายเครียดบางชนิด ฯลฯ
    1. การที่น้ำตาระเหยเร็วหรือมีคุณสมบัติผิดปกติ (Evaporative Dry Eyes) ได้แก่
      • กลุ่มต่อมไขมันที่เปลือกตาทำงานผิดปกติหรืออุดตัน (Meibomian Gland Dysfunction) เปลือกตาอักเสบ เมื่อชั้นไขมันเกิดความผิดปกติ จะทำให้น้ำตาระเหยเร็ว
      • กลุ่มที่มีความผิดปกติของเปลือกตา เช่น การปิดตาไม่สนิท การกะพริบตาน้อยผิดปกติ ฯลฯ
      • ภาวะหลังจากโดนสารเคมีหรือแพ้ยารุนแรง จะทำให้เกิดการอักเสบของเยื่อบุตาจนอาจเกิดแผลเป็น ทำให้การสร้างน้ำตาชั้นเมือกที่ติดกับกระจกตามีปัญหา
      • การใช้สายตามากเกินไป พบมากในวัยทำงาน จากการใช้งานคอมพิวเตอร์และสวมคอนแทคเลนส์ ซึ่งเป็นตัวการดูดน้ำออกจากลูกตา ทำให้ตาแห้ง เมื่อรวมกับพฤติกรรมชอบจ้องจอคอมพิวเตอร์นาน ๆ โดยไม่ค่อยกะพริบตา ทำให้กระตุ้นน้ำตาออกมาน้อยและระเหยเร็ว

    สัญญาณเตือนของอาการภาวะตาแห้ง

    • ระคายเคืองตา คันตา แสบตา หรือรู้สึกไม่สบายตา
    • ตามัว มองไม่ชัดเป็นครั้งคราว / ตาล้าง่าย
    • มีความรู้สึกเหมือนมีสิ่งแปลกปลอมคล้ายทรายหรือฝุ่นอยู่ในตา
    • แพ้แสง แพ้ลม น้ำตาอาจไหลมาก เพราะเคืองตา
    • ตาแดง และหรือมีขี้ตาแบบเมือกร่วมด้วย
    • บริเวณตาขาวมีสีแดงจากการอักเสบ ขอบเปลือกตาแดง
    • รู้สึกไม่สบายตา ลำบากเมื่อตอนลืมตาในช่วงตื่นนอนตอนเช้า

    ผลที่ตามมาจากภาวะตาแห้ง หากปล่อยให้มีภาวะตาแห้งโดยไม่ทำการรักษา อาจส่งผลให้เกิดภาวะอื่นๆ ตามมา เช่น

    • การอักเสบของเปลือกตา
    • การดึงรั้งของเปลือกตาทำให้ขนตาลงมาทิ่มตา
    • กระจกตาเป็นแผล

    วิธีป้องกันภาวะตาแห้งเบื้องต้น

    • การปรับพฤติกรรมการใช้สายตาให้ถูกต้อง พักสายตาทุก 20นาที โดยมองไกลๆ20ฟุต นาน20วินาที
    • งดการใช้คอนแทคเลนส์ต่อเนื่อง ควรมีการหยุดพักโดยใส่แว่นสลับใช้งานคอมพิวเตอร์หรือมือถือในที่ ๆ มีแสงสว่างเพียงพอ
    • เตือนตัวเองให้กะพริบตาให้บ่อย น้ำตาจะได้เคลือบตาอยู่เป็นระยะ ๆ
    • หากอยู่ในที่ที่มีอากาศแห้ง ร้อน ลมแรง แนะนำให้สวมแว่นเพื่อกันแดดกันลม
    • กินอาหารให้ครบทุกหมู่และอาหารที่มีโอเมกา 3 (Omega 3 Fatty Acid) ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ อาจช่วยลดการอักเสบบรรเทาอาการตาแห้งได้

    หากมีอาการรุนแรงหลังจากปรับการใช้งานสายตาแล้วอาการของภาวะตาแห้งไม่ดีขึ้น ควรเข้ารับคำปรึกษากับจักษุแพทย์ เพื่อตรวจวินิจฉัยและดูแลรักษาอย่างถูกต้อง ควบคู่ไปกับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้เหมาะสม ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยบรรเทาอาการและลดความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นได้

    การตรวจวินิจฉัย

    • การซักประวัติผู้ป่วย เช่น อาการ ประวัติสุขภาพ ประวัติการใช้ยา เป็นต้น เพื่อประเมินปัจจัยเสี่ยงที่มีผลให้เกิดภาวะตาแห้ง
    • การตรวจดูคุณภาพของน้ำตา
    • การตรวจวัดปริมาณน้ำตา
    • การตรวจต่อมน้ำตาไมโบเมียนด้วยกล้องชนิดพิเศษที่เรียกว่า Meibography เพื่อดูความเสียหายของต่อมน้ำตา

    การรักษา

    • การใช้ยารักษา ซึ่งแพทย์จะเลือกใช้ตามความรุนแรงของภาวะตาแห้ง
      • น้ำตาเทียม มีทั้งแบบยาหยอดตา เจล หรือขี้ผึ้งป้ายตา
      • ยาลดการอักเสบของเปลือกตา เช่น ยาปฏิชีวนะ Azithromycin, Doxycycline
      • ยาหยอดตาที่ช่วยลดการอักเสบของผิวดวงตา เช่น ยากลุ่มสเตียรอยด์ หรือ ยากดภูมิ Cyclosporine
      • ยากระตุ้นการสร้างน้ำตา เช่น Diquafosol เป็นต้น
      • ซีรัมของตนเอง (Autologous serum) เป็นการนำเลือดของผู้ป่วยคนนั้นๆ มาทำเป็นยาหยอดตา
    • การนวดและทำความสะอาดเปลือกตา การกดรีดไขมันตามแนวการวางตัวของต่อมไมโบเมียนที่ขอบเปลือกตา เพื่อกำจัดเชื้อโรคหรือสิ่งสกปรกที่อยู่บริเวณรอบเปลือกตา
    • การรักษาด้วยแสงIPL (Intense Pulse Light)  เพื่อช่วยเกิดการลดและตัดวงจรการอักเสบที่เปลือกตา ช่วยให้ไขมันที่ผลิดจากต่อมผลิตไขมัน (Meibomian Gland) ละลายตัวและลดการอุดตัน และส่งผลในระยะยาวให้การสร้างน้ำตาดีขึ้นได้ คลิกที่นี่ปรึกษารับการตรวจด้วยเครื่อง IPL
    • การปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิต ลดการเพ่งหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ทโฟน และพักสายตาเป็นระยะๆ รวมถึงการทำความสะอาดเปลือกตาด้วยน้ำยาพิเศษ เพื่อกำจัดเชื้อโรคหรือสิ่งสกปรกที่อยู่บริเวณรอบเปลือกตา
    • การประคบน้ำอุ่นอุณหภูมิประมาณ 41-43 องศาเซลเซียสเป็นประจำเช้า-เย็น

    IPL หรือ Intense Pulse Light เป็นการรักษาภาวะตาแห้งหรือโรคเปลือกตาอักเสบเรื้อรังด้วยแสงในช่วงความยาวคลื่นเฉพาะ พลังงานที่ถูกปล่อยออกมาจะมีลักษณะเหมือนไฟแฟลชจากกล้องถ่ายภาพ โดยคลื่นแสงที่ใช้ในการรักษาตาแห้งเรื้อรังจะไปมีผลกับเส้นเลือดฝอยที่ผิดปกติที่เปลือกตาให้หดตัวลง จึงทำให้สามารถเป็นผลให้เกิดการลดและตัดวงจรการอักเสบที่เปลือกตา และยังมีผลให้ไขมันที่ผลิดจากต่อมผลิตไขมัน (Meibomian Gland) ละลายตัวและลดการอุดตัน และส่งผลให้การสร้างน้ำตาดีขึ้นในระยะยาว นอกจากนี้แสงยังช่วยกำจัดเชื้อแบคทีเรีย และตัวไรที่ขนตา ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดการอักเสบของเปลือกตาและภาวะตาแห้งเรื้อรังได้

    การรักษาตาแห้งเรื้อรังด้วยแสง IPL เหมาะสำหรับกลุ่มคนไข้ที่ได้รับการวินิจฉัยในโรคต่อไปนี้

    • เปลือกตาอักเสบจากการติดเชื้อแบคทีเรีย หรือ ตัวไรขนตา (Demodex)
    • ต่อมผลิตไขมันเสื่อมสภาพ (Meibomian Gland Dysfunction)

    ผู้ป่วยจะได้พบกับจักษุแพทย์เพื่อประเมินภาวะตาแห้งเบื้องต้นก่อน เพื่อวางแผนกการรักษาเนื่องจากการรักษาด้วยแสง IPL นั้น จะเป็นการรักษาต่อเนื่อง ซึ่งโดยปกติการรักษาแนะนำทำการรักษาประมาณ 4-8 ครั้งขึ้นอยู่กับอาการและความรุนแรงของผู้ป่วยแต่ละราย ซึ่งหลังได้รับการวินิจฉัยว่าเหมาะสมสำหรับการรักษา ผู้ป่วยสามารถเริ่มรักษาได้ทันที และหลังจากการรักษาด้วยแสงแล้ว ขั้นตอนถัดไปคือ การทำบีบ/กดรีดต่อมไขมันบริเวณเปลือกตาผ่านกล้องจุลทรรศน์โดยจักษุแพทย์เพื่อช่วยส่งเสริมประสิทธิภาพในการรักษาตาแห้งเรื้อรัง

    การดูแลตนเองหลังการรักษาตาแห้งเรื้อรังด้วยแสง IPL

    • หลีกเลี่ยงการสัมผัสโดนแสงแดดเป็นเวลาประมาณ 1 สัปดาห์ หลังทำหัตถการ
    • ทาครีมกันแดด SPF 50 ขึ้นไป วันละประมาณ 4 ครั้ง
    • หยอดยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดเพื่อประสิทธิภาพของการรักษา

    หากท่านมีอาการผิดปกติ เช่น ตาแดง แพ้แสงแดดมากผิดปกติ มีขี้ตามากผิดปกติ หรือ ปวดตามากผิดปกติ ควรเข้ามาพบจักษุแพทย์ก่อนวันนัด หรือโทรปรึกษาแผนกจักษุเบื้องต้นที่เบอร์  052089880

     

    ด้วยความปรารถนาดีจาก

    แผนกจักษุ | โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่

    โทร. 052-089880 หรือ Call Center 1719

     

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    แผนกจักษุ

    วันจันทร์ – วันอาทิตย์ เวลา 08.00 – 20.00 น.
    เบอร์ Call Center 1719 ติดต่อได้ 24 ชั่วโมง

    052 089 880

    1719

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    (โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่) Online โปรแกรมกระชับผิวหน้า 700 ไลน์ Ulthera Prime 700 lines(โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่) Online โปรแกรมกระชับผิวหน้า 700 ไลน์ Ulthera Prime 700 lines
    (โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่) Online โปรแกรมกระชับผิวหน้า 700 ไลน์ Ulthera Prime 700 lines

    79,999 บาท

    รายละเอียด
    (โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่) Online โปรแกรมกระชับผิวหน้า 600 ไลน์ Ulthera Prime 600 lines(โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่) Online โปรแกรมกระชับผิวหน้า 600 ไลน์ Ulthera Prime 600 lines
    (โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่) Online โปรแกรมกระชับผิวหน้า 600 ไลน์ Ulthera Prime 600 lines

    69,999 บาท

    รายละเอียด
    (โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่) Online โปรแกรมกระชับผิวหน้า 500 ไลน์ Ulthera Prime 500 lines(โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่) Online โปรแกรมกระชับผิวหน้า 500 ไลน์ Ulthera Prime 500 lines
    (โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่) Online โปรแกรมกระชับผิวหน้า 500 ไลน์ Ulthera Prime 500 lines

    59,999 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูแล’ดวงตา’ ของคนสำคัญ ให้ห่างไกล……ต้อกระจก Image
    ดูแล’ดวงตา’ ของคนสำคัญ ให้ห่างไกล……ต้อกระจก
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ