โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language & Currency

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดต่อเรา
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    การออกกำลังกายสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

    5 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่
    อัปเดตเมื่อ: 09 ธ.ค. 2568
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    (โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่) BDMS ส่องกล้องตรวจสำไส้ใหญ่ (แบบให้ยาระงับความรู้สึกเฉพาะที่)
    Package Image
    (โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่) BDMS ส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารและสำไส้ใหญ่ (แบบให้ยาระงับความรู้สึกเฉพาะที่)
    Package Image
    โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ BDMS Preventive vaccine 2026 (สำหรับอายุ 19 ปี ขึ้นไป)
    การออกกำลังกายสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์
    โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่
    อัปเดตเมื่อ: 09 ธ.ค. 2568
     

    ปัจจุบันคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ไม่มีข้อห้ามในการออกกาลังกาย จะได้รับการส่งเสริมให้ออกกำลังกายได้ตลอดการตั้งครรภ์ เนื่องจากพบว่าการออกกาลังกายขณะตั้งครรภ์มีประโยชน์และมีความปลอดภัย สามารถเริ่มทำได้ในทั้งผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อนหรือออกกำลังกาย เป็นประจำอยู่แล้ว ซึ่งการออกกำลังกาย ไม่เพียงแต่จะช่วยเรื่องสุขภาพร่างกายของคุณแม่โดยตรงแล้ว แต่ยังช่วยลดหรือป้องกันความเสี่ยงต่าง ๆ ทั้งระยะสั้นและระยะยาวที่อาจเกิดขึ้นได้ขณะตั้งครรภ์

    ประโยชน์ของการออกกำลังกายในคุณแม่ตั้งครรภ์ ได้แก่

    • ช่วยป้องกันน้ำหนักขึ้นมากเกินระหว่างตั้งครรภ์
    • ช่วยป้องกันภาวะเบาหวานขณะตั้งครรภ์
    • ช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์
    • ช่วยลดอาการปวดหลัง
    • ช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอาการปัสสาวะเล็ด
    • ช่วยป้องกันภาวะซึมเศร้าหรือทำให้อาการความเครียดดีขึ้น
    • ช่วยคงสุขภาพร่างกายแข็งแรง
    • ช่วยป้องกันระยะการพักฟื้นและการดูแลหลังคลอดที่ฟื้นตัวนานเกินไป
    • ช่วยลดความเสี่ยงต่อการผ่าตัดคลอด

    การออกกำลังกายที่แนะนำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

    คุณแม่ตั้งครรภ์ได้รับคำแนะนำให้ออกกาลังกายสม่ำเสมอที่ระดับปานกลาง โดย ช่วงแรกเริ่มจาก 15 นาที/วัน น้อยกว่า 3 วัน/สัปดาห์ จากนั้นค่อย ๆ เพิ่มทีละน้อย จนได้ประมาน 20-30 นาที/วัน 3-5 วัน/สัปดาห์ (โดยรวมประมาน 150 นาที/สัปดาห์) เทียบเท่ากับการออกกาลังกายเพื่อส่งเสริมสุขภาพในผู้ใหญ่ทั่วไป ผู้ที่ไม่เคยหรือไม่ค่อยได้ออกกำลังกายมาก่อนควรเริ่มที่ความหนักระดับเบาก่อน

    รูปแบบการออกกำลังกายที่แนะนำ ได้แก่ การออกกำลังกายรูปแบบแอโรบิคแรงกระแทกต่ำ เช่น เดิน ว่ายน้ำ ออกกำลังกายในน้ำ (Hydrotherapy) ปั่นจักรยานแบบขี่อยู่กับที่ เต้นแอโรบิค เดินหรือแอโรบิคในน้ำ (Aquatic Treadmill Exercise) โยคะยืดกล้ามเนื้อท่าง่าย ๆ สำหรับคนท้อง หากต้องการออกกาลังกายแบบมีแรงต้าน เช่น ยกเวท ดัมเบล วิ่ง หรือวิ่ง เหยาะ ๆ ควรเป็นผู้ที่เคยออกกาลังกายชนิดนี้มาก่อนเป็นประจำและควรได้รับการปรึกษาจากแพทย์หรือผู้ดูแล นอกจากนี้ควรออกกำลังกายเสริมความแข็งแรงของอุ้งเชิงกรานและกล้ามเนื้อรอบ ๆ ร่วมด้วยเพื่อช่วยลดความเสี่ยงต่อภาวะปัสสาวะเล็ด

    การออกกำลังกายที่ไม่เหมาะสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

    ควรหลีกเลี่ยงการออกกาลังกายที่ระดับหนักหรือมีแรงปะทะสูง เช่น ชกมวย บาสเก็ตบอล ฟุตบอล เป็นต้น กีฬาเฉพาะบางจำพวกหรือผาดโผน เช่น ดำน้าลึก กระโดดหน้าผา รวมทั้งการออกกำลังกายในที่ร้อนจัด เช่น โยคะร้อน บ่อหรืออ่างน้าร้อน เป็นต้น เนื่องจากอาจทำให้อุณหภูมิของมารดาสูงเกินไปจนอาจส่งผลต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์ได้

    ช่วงอายุครรภ์ที่เหมาะสมสำหรับการออกกำลังกาย

    คุณแม่ตั้งครรภ์สามารถออกกาลังกายได้เรื่อย ๆ ตลอดช่วงการตั้งครรภ์ตั้งแต่ไตรมาส แรกจนถึงไตรมาสสามระยะใกล้คลอด ถ้าไม่มีข้อห้ามในการออกกำลัง หรือข้อห้ามภายใต้ คำแนะนำของแพทย์ ทั้งนี้ ควรได้รับคำแนะนำหรือปรึกษาสูตินรีแพทย์และแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูก่อน

    ข้อห้ามในการออกกำลังกายในคุณแม่ตั้งครรภ์

    • มีโรคหัวใจหรือปอดอย่างรุนแรง
    • มีภาวะปากมดลูกหลวม
    • มีตั้งครรภ์แฝดหลายคนที่มีความเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด
    • มีเลือดออกปากช่องคลอดในไตรมาสที่สองและสามของการตั้งครรภ์ หรือมีเลือดออกจากปากช่องคลอดใด ๆ ที่ยังไม่ทราบสาเหตุ
    • มีภาวะรกเกาะต่ำหลังอายุครรภ์ 26 สัปดาห์
    • มีถุงน้ำคร่ำแตก
    • มีภาวะครรภ์เป็นพิษหรือมีภาวะความดันโลหิตสูงขณะตั้งครรภ์
    • มีภาวะซีดรุนแรง
    • มีภาวะทารกโตช้าในครรภ์
    • มีโรคเบาหวานชนิดที่ 1 โรคความดันโลหิตสูง หรือโรคไทยรอยด์ที่รุนแรงและควบคุมไม่ได้

    ประโยชน์ของการออกกำลังกายในน้ำสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

    การออกกาลังกายในน้าสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ เป็นการอาศัยคุณสมบัติเฉพาะของน้ำ ได้แก่ คุณสมบัติแรงลอยตัว แรงต้าน แรงดันน้ำและการนำความร้อนของน้ำ ช่วยให้เป็นประโยชน์ต่อการออกกำลังกาย

    แรงลอยตัวของน้ำ ช่วยพยุงร่างกาย ลดแรงกระทำต่อข้อ ทำให้มีแรงกระแทกต่ำและเพิ่มอิสระในการเคลื่อนไหวมากขึ้น

    แรงต้านของน้ำ ขึ้นอยู่กับทิศทาง ความเร็ว และลักษณะการเคลื่อนไหวในน้ำช่วยให้การออกกำลังกายจำพวกเสริมความแข็งแรงให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

    แรงดันน้ำ ขึ้นอยู่กับระดับน้ำว่าอยู่ที่ระดับใดของร่างกาย ส่วนที่อยู่ในน้ำจะมีการไหลเวียนโลหิตที่เพิ่มขึ้น ช่วยลดบวมตามส่วนปลายของร่างกาย และมีการปรับตัวของอัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต และอุณหภูมิของร่างกายขณะออกกำลังกายขึ้นสูงน้อยกว่า เมื่อเทียบกับการออกกำลังกายบนบก

    การนำความร้อนของน้ำ ซึ่งเกี่ยวข้องกับอุณหภูมิของน้ำที่เหมาะสม ควรอยู่ที่อุณหภูมิห้อง โดยอยู่ที่ประมาน 28-33 องศา ซึ่งปลอดภัยสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์ ไม่ให้ร้อนเกินไป จนส่งต่ออุณหภูมิร่างกายของคุณแม่ซึ่งอาจส่งผลต่อทารกในครรภ์ได้ นอกจากนี้อุณหภูมิที่เหมาะสม ยังช่วยให้ผ่อนคลาย ลดอาการปวดเมื่อยล้าได้ เช่น ปวดหลัง เชิงกราน ปวด กล้ามเนื้อตามร่างกาย เป็นต้น

    มีงานวิจัยพบว่า คุณแม่ตั้งครรภ์ที่ร่วมโปรแกรมออกกาลังกายในน้ำเป็นเวลาครั้งละ 1 ชั่วโมง จำนวน 3 ครั้ง/สัปดาห์ ต่อเนื่องเป็นเวลา 6 สัปดาห์ มีอาการไม่สบายตัวหรืออึดอัดตัวน้อยลง มีการเคลื่อนไหวที่คล่องตัวมากขึ้นมีรูปร่างภาพลักษณ์ดีขึ้นและมีพฤติกรรมเกี่ยวกับการส่งเสริมสุขภาพมากขึ้น เมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมที่ไม่ได้ออกกาลังกายเลย

    ทั้งนี้ก่อนเริ่มออกกำลังกาย ควรได้รับคำแนะนำหรือปรึกษาสูตินรีแพทย์และแพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูก่อน เพื่อประเมินข้อห้ามหรือข้อควรระวังก่อนการออกกำลังกาย

    ข้อห้ามในการออกกำลังกายในน้ำ

    • มีภาวะโรคหัวใจที่ยังไม่คงที่
    • มีการติดเชื้อใด ๆ ที่อาจส่งผลต่อการแพร่เชื้อทางน้ำได้ เช่น การติดเชื้อทาง ผิวหนัง บาดแผลเปิด เป็นต้น
    • กลั้นอุจจาระ/ปัสสาวะไม่ได้
    • มีภาวะลมชักรุนแรง
    • ผู้ป่วยที่ยังมีความคิดจะฆ่าตัวตาย

    เครื่องออกกำลังกายลู่วิ่งในน้ำแบบส่วนตัว คืออะไร

    การออกกำลังกายในน้ำ นอกจากการออกกาลังกายแบบในสระน้ำทั่วไปแล้ว ปัจจุบันยังมีการพัฒนาเทคโนโลยีที่ทันสมัยขึ้นด้วยการออกกาลังกายแบบลู่วิ่งในน้ำแบบส่วนตัว

    การออกกาลังกายในน้ำด้วยลู่วิ่งในน้ำแบบส่วนตัว คือ การออกกำลังกายประเภทแอโรบิกที่มีแรงกระแทกต่ำชนิดหนึ่ง โดยการเดินและเคลื่อนไหวในน้ำที่มีการปรับอุณหภูมิที่เหมาะสม บรรจุอยู่ในตู้กระจกนิรภัย มีเครื่องทำกระแสน้ำ ปรับระดับความหนัก เบาของแรงต้านน้ำได้ และมีลู่วิ่งแบบสายพานอยู่ที่พื้นตู้ สามารถปรับระดับความช้าเร็วได้ ซึ่งลู่วิ่งแบบสายพานจะช่วยในการเดินหรือการเคลื่อนไหวในน้ำได้สะดวกและเป็นธรรมชาติมากขึ้นแม้อยู่ในที่ที่มีพื้นที่จำกัด

    การใช้งานแรกเริ่มนั้น ผู้ป่วยจะเดินเข้าไปในตู้ก่อนจากนั้นระบบจะปล่อยน้ำตามเข้าไปในตู้ที่ปิดประตูสนิทแล้ว ปล่อยน้ำเข้าจนถึงระดับที่ต้องการ เมื่อเปิดเครื่องลู่วิ่งและเครื่องทำกระแสน้ำจะเริ่มทำงาน นอกจากนี้น้ำที่ใช้ในตู้เป็นน้ำสะอาด ผ่านระบบฆ่าเชื้อและระบายน้ำทันทีหลังใช้ พร้อมกล้องวิดีโอฉายภาพเพื่อดูการเคลื่อนไหวในตำแหน่งที่ต้องการขณะออกกำลังกาย อีกทั้งยังมีนักกายภาพบำบัดคอยดูแลอย่างใกล้ชิด จึงมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ก่อนออกกาลังกายทุกครั้ง ต้องไม่มีอาการผิดปกติหรือข้อห้ามในการออกกาลังกาย หรือได้รับคำแนะนำจากแพทย์แล้ว

      พญ.สินีนาถ พรจากสวรรค์ แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู แผนกเวชศาสตร์ฟื้นฟู | โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ โทร. 052 089 780 หรือ 1719   เอกสารอ้างอิง 1. Perales M, Artal R, Lucia A. Exercise during pregnancy. JAMA. 2017;317:1113-4. 2. American College of Sports Medicine. ACSM’s Guidelines for Exercise Testing and Prescription. 10th ed. Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkins, 2018. 3. ACOG Committee Opinion No. 650: Physical activity and exercise during pregnancy and the postpartum period. Obstet Gynecol. 2015;126:e135-42. 4. Mottola MF, Davenport MH, Ruchat SM, et al. 2019 Canadian guideline for physical activity throughout pregnancy. Br J Sports Med. 2018;52:1339-46. 5. Cameron MH. Physical agents in rehabilitation from research to practice. 4th ed. Missouri: Elsevier Saunders; 2013. 6. Smith SA, Michel A Y. A Pilot Study on the effects of aquatic exercises on discomforts of pregnancy. J Obstet Gynecol Neonatal Nurs. 2006;315-323.

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    (โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่) BDMS ส่องกล้องตรวจสำไส้ใหญ่ (แบบให้ยาระงับความรู้สึกเฉพาะที่)(โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่) BDMS ส่องกล้องตรวจสำไส้ใหญ่ (แบบให้ยาระงับความรู้สึกเฉพาะที่)
    (โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่) BDMS ส่องกล้องตรวจสำไส้ใหญ่ (แบบให้ยาระงับความรู้สึกเฉพาะที่)

    23,500 บาท

    รายละเอียด
    (โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่) BDMS ส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารและสำไส้ใหญ่ (แบบให้ยาระงับความรู้สึกเฉพาะที่)(โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่) BDMS ส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารและสำไส้ใหญ่ (แบบให้ยาระงับความรู้สึกเฉพาะที่)
    (โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่) BDMS ส่องกล้องตรวจกระเพาะอาหารและสำไส้ใหญ่ (แบบให้ยาระงับความรู้สึกเฉพาะที่)

    33,500 บาท

    รายละเอียด
    โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ BDMS Preventive vaccine 2026  (สำหรับอายุ 19 ปี ขึ้นไป)โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ BDMS Preventive vaccine 2026  (สำหรับอายุ 19 ปี ขึ้นไป)
    โรงพยาบาลกรุงเทพเชียงใหม่ BDMS Preventive vaccine 2026 (สำหรับอายุ 19 ปี ขึ้นไป)

    500 - 11,500 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ผมร่วงเกิดจากอะไร? ทางเลือกการรักษาด้วย FOTONA Laser Image
    ผมร่วงเกิดจากอะไร? ทางเลือกการรักษาด้วย FOTONA Laser
    Fotona 4D ยกกระชับผิวหน้าในระดับโรงพยาบาล Image
    Fotona 4D ยกกระชับผิวหน้าในระดับโรงพยาบาล
    ประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด Image
    ประเมินความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ