โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดต่อเรา
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    กินไก่เยอะ เสี่ยงเกาต์จริงหรือไม่?

    2 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพจันทบุรี
    อัปเดตเมื่อ: 09 ต.ค. 2568
    กินไก่เยอะ เสี่ยงเกาต์จริงหรือไม่?
    โรงพยาบาลกรุงเทพจันทบุรี
    อัปเดตเมื่อ: 09 ต.ค. 2568

    รู้หรือไม่? ไก่-เป็ดไม่ใช่ตัวการของโรคเกาต์ทั้งหมดแต่เป็นการสะสมของกรมยูริกที่มากเกินไปจนร่างกายขับออกไม่ทัน และสิ่งที่ต้องกังวลมากกว่าคือน้ำอัดลม-น้ำผลไม้กล่อง ที่มีงานวิจัยพบว่าดื่มเกินวัน 1 แก้วเสี่ยงโรคเกาต์มากกว่ากินไก่ รวมทั้งแอลกอฮอล์ที่กระตุ้นให้อาการกำเริบรุนแรง

    เกาต์เกิดจากการสะสมของกรดยูริก (uric acid) ในเลือด ที่ตกตะกอนกลายเป็นผลึกรูปเข็มอยู่ตามข้อ ทำให้เกิดการอักเสบ ปวด บวม แดง ร้อนอย่างเฉียบพลัน โดยอาการเหล่านี้มักเกิดหลังการไปสังสรรค์กับเพื่อน ที่มีการทานเนื้อสัตว์และดื่มแอลกอฮอล์ พอตกกลางคืน ก็สังเกตได้ว่าหัวแม่เท้าบวมแดงเจ็บ เมื่อไปพบแพทย์ ตรวจวินิจฉัยโดยการเจาะเลือดก็พบว่าเป็นเกาต์ และหลังทานยาอาการก็ดีขึ้น

     

    ตำแหน่งที่พบโรคเกาต์บ่อยที่สุด

    ยูริกในเลือดสูงกว่า 6.8 มก./ดล. จะบ่งบอกถึงปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรคเกาต์ ความดันสูง เส้นเลือดเสื่อมสภาพ นิ่วในไต และไตวายได้ และหากพูดถึงความเสี่ยงในการเกิดการอักเสบตามข้อตำแหน่งที่พบบ่อยคือ “ข้อนิ้วหัวแม่เท้า”แต่ในคนที่เป็นเกาต์เรื้อรังอาจพบอาการอักเสบได้หลายข้อพร้อมๆ กัน บางคนอาจมีก้อนของกรดยูริกสะสมอยู่ตามข้อเหล่านี้ จนปูดขึ้นเป็นปุ่มโปน และอาจแตกออกมากลายเป็นแผลเรื้อรังได้อีก

     

    เป็นเกาต์กินไก่ได้ไหม ?

    คนส่วนใหญ่มักเข้าใจว่าโรคเกาต์เกิดจากการทานเป็ดไก่ หรือแม้แต่การทานยอดผัก ซึ่งความจริงแล้วอาหารที่เราทานเข้าไปเป็นเพียงหนึ่งปัจจัยที่อาจไปช่วยกระตุ้นให้เกิดโรคได้ “แต่ก็ไม่ใช่ทั้งหมด” เพราะอาหารพวกเป็ดหรือไก่ ทำให้ระดับกรดยูริกสูงขึ้นได้ไม่เกิน 1 มก./ดล. จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมแม้ว่าจะหยุดทานเป็ดไก่แล้ว อาการเกาต์ก็ยังไม่หายขาดซะทีอย่างไรก็ไม่ควรกินเยอะจนเกินไปเพราะหากคุณเป็นคนที่มีแนวโน้มที่จะเป็นโรคเกาต์อยู่แล้วการกินเป็ดไก่เข้าไปอีกก็อาจไปกระตุ้นให้เกิดอาการได้เช่นกัน ขณะที่ “ยอดผัก” นั้นก็ไม่ได้ทำให้ระดับของกรดยูริกพุ่งขึ้นสูงแต่อย่างใด นั่นจึงไม่ใช่สาเหตุสำคัญของโรคเกาต์นั่นเอง 

    นอกจากเป็ดไก่แล้ว อาหารที่มีพิวรีนสูงที่ควรกินแต่พอดีก็จะมีจำพวก ห่าน เครื่องในสัตว์ ไข่ปลา ปลาซาร์ดีน กะปิ กุ้งชีแฮ้ ซุปก้อน น้ำซุปกระดูก ยีสต์ เห็ด กระถิน ชะอม พืชตระกูลถั่ว เช่น ถั่วแดง ถั่วดำ เป็นต้น

    นอกจากอาหารพิวรีนสูงที่ควรตระหนัก เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เป็นสาเหตุสำคัญของภาวะกรดยูริกในเลือดสูงและโรคเกาต์  หลังดื่มจึงมีโอกาสที่จะมีอาการปวดบวมที่หัวแม่เท้าอย่างรุนแรงได้

    นอกจากแอลกอฮอล์แล้วควรคำนึกถึงน้ำตาลฟรุคโตส ที่ซ่อนอยู่ในอาหารต่างๆ ก็สามารถทำให้เกิดภาวะกรดยูริกในเลือดสูง และตามมาด้วยการเป็นโรคเกาต์ได้เช่นกัน และแหล่งของน้ำตาลฟรุคโตสที่น่ากังวลคือมาจากน้ำผลไม้กล่องและน้ำอัดลม

    สำหรับคนที่เคยไปรับการเจาะเลือดตรวจสุขภาพ และได้รับการบอกว่ามีกรดยูริกในเลือดสูง โปรดอย่าได้นิ่งนอนใจว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ควรเริ่มคุมอาหาร ลดแป้ง ออกกำลังกาย ลดน้ำหนักตัว งดดื่มแอลกอฮอล์ (หรือเลือกทานไวน์แทนเบียร์) และอย่าลืมว่า น้ำอัดลมและน้ำผลไม้กล่อง ทำให้กรดยูริกสูงได้ขอย้ำว่า ยูริกสูง และโรคเกาต์ไม่ใช่เรื่องเล็ก อย่าปล่อยทิ้งไว้เพราะเข้าใจว่าเป็นแค่โรคข้อ… รอให้เกิดแล้วทานยาเป็นพักๆ อาจจะลงเอยด้วยภาวะไตวาย หรือเส้นเลือดเสื่อมสภาพได้

     

    ขอบคุณข้อมูลจาก : BDMS สถานีสุขภาพ

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    คลินิกโรคข้อและรูมาติสซั่ม

    1st Floor, Building A

    08.00-22.00 น.

    039-319-888

    [email protected]

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    โรคข้อรูมาตอยด์ Image
    โรคข้อรูมาตอยด์
    การรักษาโรคเกาต์ Image
    การรักษาโรคเกาต์
    หญิงวัยทอง เสี่ยงเกาต์ Image
    หญิงวัยทอง เสี่ยงเกาต์
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ