โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดต่อเรา
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    ไตวายเฉียบพลัน VS ไตวายเรื้อรัง

    3 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพจันทบุรี
    อัปเดตเมื่อ: 09 ต.ค. 2568
    ไตวายเฉียบพลัน VS ไตวายเรื้อรัง
    โรงพยาบาลกรุงเทพจันทบุรี
    อัปเดตเมื่อ: 09 ต.ค. 2568

    ไตวายเฉียบพลัน VS ไตวายเรื้อรัง แตกต่างกันอย่างไร? อะไรคือสัญญาณโรค?

    “โรคไต” ภัยเงียบที่มีความรุนแรงและป่วยเรื้อรังสูง แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ ไตวายแบบเฉีบพลันและไตวายเรื้อรัง และ 2ชนิดนี้ต่างกันอย่างไร สัญญาณเตือนโรคมีหรือไม่และใครควรรับการตรวจไตเช็กโรคอย่างเร่งด่วน

    จากรายงานของ The United States Renal Data System (USRDS) พบว่า ประเทศไทยเป็น 1 ใน 5 ประเทศที่มีอัตราการเกิดโรคไตสูงสุด คือมีผู้ป่วยโรคไตเรื้อรังถึง 11.6 ล้านคน ในจำนวนนี้มีมากกว่า 1 แสนคนที่ต้องล้างไต และหลายคนยังสับสนกับอาการไตวาย ที่มีทั้งอาการเรื้อรังและฉับพลัน วันนี้เรามาไขความลับโรคไตไปด้วยกัน เพื่อใช้เป็นไกด์นำทางสุขภาพที่ดีของทุกคน

    อาการหรือโรคไตวาย แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่

    ไตวายเฉียบพลัน คือภาวะที่ไตสูญเสียการทำงานอย่างรวดเร็ว โดยเกิดจากสาเหตุต่างๆ เช่น

    • ติดเชื้อในกระแสเลือดอย่างรุนแรง
    • โรคในระบบทางเดินปัสสาวะ
    • การได้รับสารพิษ ผลข้างเคียงจากยา การรับประทานยาเกินขนาด

    รวมถึงผู้ป่วยอาการหนักจากโรคต่างๆ โดยที่ผู้ป่วยจะมีอาการแสดงตั้งแต่เริ่มแรกทั้งๆ ที่ไตยังไม่เสื่อม เช่น ผู้ป่วยจะมีอาการบวม ปัสสาวะเป็นสีน้ำล้างเนื้อ ตรวจปัสสาวะพบเม็ดโลหิตแดงและโปรตีนไข่ขาวปนออกมาด้วย และมีความดันโลหิตสูงผิดปกติ แม้ภาวะไตวายเฉียบพลันจะมีอันตรายถึงชีวิตได้ แต่หากผู้ป่วยได้รับการรักษาอย่างทันท่วงทีก็มีโอกาสที่ไตจะฟื้นกลับมาเป็นปกติได้

    อาการของไตวายเฉียบพลัน

    • มีอาการบวมน้ำหรือขาดน้ำอย่างใดอย่างหนึ่ง
    • อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน
    • ปัสสาวะน้อยกว่าปกติหรือมีสีผิดปกติ
    • เหนื่อยง่าย รู้สึกหวิวๆ หัวใจเต้นผิดจังหวะ
    • กล้ามเนื้อเป็นตะคริวตอนกลางคืน
    • น้ำท่วมปอด
    • มีภาวะซีด เลือดจาง

    อย่างไรก็ตามอาการเหล่านี้เกิดภายในชั่วโมง วัน หรือสัปดาห์ ถ้ารักษาทันเวลาไตจะฟื้นฟูกลับมาเป็นปกติได้

    ไตวายเรื้อรัง คือ ภาวะที่ไตเริ่มค่อยๆ สูญเสียการทำงานทีละน้อยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ความสามารถในการทำงานของไตลดลง ซึ่งสาเหตุหลักๆ ของความเสื่อม คือ

    • โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคอ้วน
    • สภาวะอื่นๆ เช่น ไตอักเสบ โรคถุงน้ำในไต โรคไตที่เกิดจากเก๊าต์ เป็นต้น

    ข้อสังเกตคือ ในระยะแรกผู้ป่วยจะไม่แสดงอาการผิดปกติออกมาให้เห็น ถ้าหากมาตรวจร่างกาย แพทย์จะไม่พบความผิดปกติใดๆ ทั้งสิ้น ยกเว้นกรณีถ้าตรวจปัสสาวะแล้วพบว่ามีเม็ดเลือดแดงและโปรตีนไข่ขาวปนออกมาในปัสสาวะด้วย หากไม่ได้รับการรักษาอาการก็จะค่อยๆ ลุกลาม จนในที่สุดการทำงานของไตจะเหลือเพียงร้อยละ 25 หรือ 1 ใน 4 ของปกติ ถึงตอนนั้นผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการโรคไตแสดงออกมาให้เห็นบ้าง และถ้าการทำงานของไตเสื่อมลงเหลือต่ำกว่าร้อยละ 10 ของปกติ ผู้ป่วยจะมีอาการแสดงออกมาชัดเจนทุกราย โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยมักตรวจพบโรคเมื่อประสิทธิภาพการทำงานของไตลดลงไปมาก และนำไปสู่ภาวะไตวายที่ไม่สามารถรักษาให้ไตกลับมาทำงานเป็นปกติได้อีกต่อไป

    อาการของไตวายเรื้อรัง

    • เพลีย เหนื่อยหอบ
    • ปัสสาวะน้อยมาก
    • อาการบวม กดบุ๋มลง
    • คันตามตัว
    • เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน
    • หมดสติ เสียชีวิต

    ทั้งนี้ ไตเริ่มสูญเสียการทำงานทีละน้อยอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานหลักเดือนหรือปี  ไม่สามารถรักษาให้ไตกลับมาเป็นปกติได้

    เพราะโรคไตเรื้อรังเกิดได้กับทุกเพศ ทุกวัย จึงควรได้รับการตรวจในทุกช่วงอายุ โดยเฉพาะคนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง ดังนี้

    • ผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป
    • ผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเก๊าต์ ภาวะน้ำหนักเกินหรือโรคอ้วน
    • ผู้ที่สูบบุหรี่ประจำ หรือมีประวัติสูบบุหรี่มานาน
    • ผู้ได้รับยาสมุนไพร หรือสารพิษที่มีผลทำลายไตเป็นประจำ
    • คนในครอบครัวเป็นโรคไตเรื้อรัง
    • ผู้ที่มีอาการ ได้แก่ ใบหน้า ตัว หรือเท้าบวม ปวดหลัง ปวดเอว ปัสสาวะบ่อย แสบขัด มีเลือดปน หรือมีฟองผิดปกติ เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย เหนื่อยง่าย ตรวจพบความดันโลหิตสูง
    • ผู้ที่มีความดันโลหิตสูง และอายุเกิน 40 ปี
    • ผู้ที่เคยมีประวัติเป็นนิ่วในระบบทางเดินปัสสาวะ

    การตรวจคัดกรองการเกิดโรคไตเป็นการป้องกันก่อนการเกิดโรคที่ดีที่สุด หากพบความเสี่ยงของการเกิดโรคตั้งแต่ยังไม่เกิดโรค จะได้รีบป้องกันอย่างถูกวิธีเพื่อลดความเสี่ยงลง หรือยืดระยะเวลาการเกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคได้

    ขอขอบคุณข้อมูลจาก : BDMS สถานีสุขภาพ

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    คลินิกโรคไต

    1st Floor, Building A

    08.00-22.00 น.

    039-319-888

    [email protected]

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    เครียดมาก...เสี่ยงต่อมหมวกไตล้า Image
    เครียดมาก...เสี่ยงต่อมหมวกไตล้า
    หน่วยไตอักเสบเฉียบพลัน (Acute glomerulonephritis) Image
    หน่วยไตอักเสบเฉียบพลัน (Acute glomerulonephritis)
    กรวยไตอักเสบเรื้อรัง Image
    กรวยไตอักเสบเรื้อรัง
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ