มะเร็งเต้านมระยะแรก อาจยังคลำไม่พบก้อน
43%* ของผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ที่เคย “คลำด้วยมือเปล่า”เองแล้วพบว่า ปกติ แต่สุดท้ายรอดชีวิตและรักษาหายได้เพราะตัดสินใจไปตรวจแมมโมแกรม
43%* ของผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ที่เคย “คลำด้วยมือเปล่า”เองแล้วพบว่า ปกติ แต่สุดท้ายรอดชีวิตและรักษาหายได้เพราะตัดสินใจไปตรวจแมมโมแกรม
American Cancer Society รณรงค์ให้ผู้หญิงทุกคนคลำเต้านมตัวเองทุกเดือน แต่การตรวจด้วยตัวเองแล้วไม่เจอ มักทำให้วางใจผิดๆ ว่าปลอดภัย ดังนั้นการตรวจด้วยตัวเองอย่างเดียวจึงไม่เพียงพอ
กลุ่ม
เสี่ยงสูง
แม่หรือพี่น้องเป็นมะเร็งเต้านม หรือตรวจพบยีนกลายพันธุ์
อายุ
30+ ปี
ควรตรวจเพื่อเก็บไว้เป็นประวัติส่วนตัวพื้นฐาน และตรวจต่อเนื่องทุกปี
กลุ่ม
เสี่ยงปกติ
ช่วงอายุ
35-40 ปี
ควรตรวจเพื่อเก็บไว้เป็นประวัติส่วนตัวพื้นฐาน
อายุ
40+ ปี
ควรตรวจต่อเนื่องทุกปี
สามารถถ่ายภาพเต้านมแบบสามมิติแยกเป็นชั้นๆ เพิ่มโอกาสตรวจเจอจุดหินปูนหรือเนื้อร้ายขนาดเล็ก
เมื่อคุณกลับมาตรวจซ้ำ แพทย์จะสามารถนำภาพถ่ายเต้านมของปีก่อน ๆ มาเปิดเปรียบเทียบ เพื่อดูพัฒนาการของการเปลี่ยนแปลงได้
ที่รพ กรุงเทพ เรามีแพทย์รังสีวินิจฉัยเฉพาะทางด้านเต้านม และมีศัลยแพทย์เต้านมรองรับหากตรวจเจอความผิดปกติเพื่อวางแผนรักษาทันที
ยังคงจำเป็นต้องตรวจ
ข้อมูลทางสถิติระบุว่า กว่า 70-75% ของผู้หญิงที่ตรวจพบมะเร็งเต้านม ไม่มีประวัติพันธุกรรมหรือคนในครอบครัวสายตรงเป็นโรคนี้เลย มะเร็งเต้านมสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย เช่น อายุที่มากขึ้น พฤติกรรมการใช้ชีวิต หรือความไม่สมดุลของฮอร์โมนเอสโตรเจน การตรวจคัดกรองจึงไม่ใช่เรื่องของคนที่มีความเสี่ยงเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของผู้หญิงทุกคน
ตรวจได้ตามปกติทั้งสองกรณี
ขนาดของหน้าอกไม่ได้สัมพันธ์กับโอกาสการเกิดโรค ส่วนผู้ที่ผ่าตัดเสริมเต้านม (ซิลิโคน) ทีมรังสีเทคนิคแพทย์เฉพาะทางของโรงพยาบาลกรุงเทพมีความเชี่ยวชาญในการใช้เทคนิคดันซิลิโคนไปด้านหลัง เพื่อให้เครื่องสามารถกดบีบเนื้อเต้านมจริงและถ่ายภาพเอกซเรย์ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่มีผลทำให้ซิลิโคนแตกหรือรั่วซึมอย่างที่น่ากังวล อย่างไรก็ตาม กรุณาแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนรับบริการ
ปัจจัยที่ปรับเปลี่ยนไม่ได้
ปัจจัยที่ปรับเปลี่ยนได้
อาการเหล่านี้อาจเกิดจากภาวะที่ไม่ใช่มะเร็งได้ แต่ควรได้รับการตรวจวินิจฉัยโดยแพทย์เฉพาะทาง
เป็นการถ่ายภาพเต้านมด้วยรังสีเอกซ์ปริมาณต่ำ เพื่อตรวจหาก้อน การบิดเบี้ยวของโครงสร้างเนื้อเต้านม (Architectural Distortion) และหินปูนผิดปกติ ถือเป็นวิธีมาตรฐานในการคัดกรองมะเร็งเต้านมที่มีหลักฐานว่าช่วยลดอัตราการเสียชีวิตได้ เครื่องดิจิทัลแมมโมแกรมแบบ 3 มิติ (Digital Breast Tomosynthesis) ถ่ายภาพหลายระนาบ ช่วยลดการซ้อนทับของเนื้อเยื่อ และเพิ่มความแม่นยำโดยเฉพาะในผู้ที่มีเนื้อเต้านมหนาแน่น ปริมาณรังสีที่ได้รับอยู่ในระดับต่ำและอยู่ในเกณฑ์ความปลอดภัย
อัลตราซาวนด์เต้านม (Breast Ultrasound) ใช้คลื่นเสียงความถี่สูง ไม่มีรังสี ช่วยแยกถุงน้ำ (Cyst) ออกจากก้อนเนื้อตัน (Solid Mass) ได้ดี และยังสามารถดูลักษณะก้อนเนื้อว่ามีความเสี่ยงมะเร็งเต้านมหรือไม่ ในผู้หญิงเอเชียซึ่งพบเนื้อเต้านมหนาแน่นได้บ่อย เนื้อเยื่อที่หนาแน่นอาจบดบังรอยโรคบนภาพแมมโมแกรม การตรวจทั้งสองวิธีร่วมกันจึงช่วยเพิ่มความไวในการตรวจพบ ขณะที่แมมโมแกรมยังจำเป็นสำหรับการตรวจหาหินปูนขนาดเล็กซึ่งอัลตราซาวด์มองเห็นได้จำกัด
การวินิจฉัยที่แน่นอนต้องอาศัยการตรวจชิ้นเนื้อทางพยาธิวิทยา โดยทั่วไปใช้การเจาะชิ้นเนื้อด้วยเข็มขนาดใหญ่ (Core Needle Biopsy) ภายใต้การนำทางของอัลตราซาวด์หรือแมมโมแกรม เป็นหัตถการผู้ป่วยนอก ใช้ยาชาเฉพาะที่ ผลชิ้นเนื้อยังใช้ระบุชนิดย่อยของมะเร็งจากตัวรับฮอร์โมน (ER, PR) และโปรตีน HER2 ซึ่งมีผลต่อการวางแผนการรักษา