โรงพยาบาลกรุงเทพ
Caret Right
Search
CTA Curve
ค้นหาแพทย์ icon
ค้นหาแพทย์
ทำนัด icon
ทำนัด
ติดต่อ icon
ติดต่อ
โทร 1719
Menu
  • เลือกโรงพยาบาล

  • Language

Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
Doctor not found
โรงพยาบาลกรุงเทพ
ติดตามข่าวสาร
ดูแผนที่ Google Maps
    นโยบายความเป็นส่วนตัว

    |

    นโยบาย Cookie

    Copyright © 2026 Bangkok Hospital. All right reserved


    เครือข่ายโรงพยาบาลกรุงเทพ
    MEMBER OFBDMS logo

    ส่องโรคแทรกซ้อนที่ซ่อนในความอ้วน

    4 นาทีในการอ่าน
    ข้อมูลโดย
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 10 ธ.ค. 2568
    แพ็กเกจแนะนำ
    Package Image
    โปรแกรมดูแลผิวในเดือนเกิด รับส่วนลด 30% Birthday Privilege
    Package Image
    แพ็กเกจตรวจประเมินสุขภาพเด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วน
    Package Image
    วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ (Hepatitis vaccine)
    ส่องโรคแทรกซ้อนที่ซ่อนในความอ้วน
    โรงพยาบาลกรุงเทพ สำนักงานใหญ่
    อัปเดตเมื่อ: 10 ธ.ค. 2568

    ปัจจุบันแนวโน้มและสถานการณ์โรคอ้วนทั่วโลกเพิ่มมากขึ้นในสัดส่วน 1 ต่อ 3 คน ในปี 2017 มีผู้เป็นโรคอ้วน 2,200 ล้านคน โดยผู้ชายเพิ่มขึ้น 3 เท่า ในขณะที่ผู้หญิงเพิ่มขึ้น 2 เท่า สำหรับในประเทศไทยเองก็มีอัตราเพิ่มสูงมากขึ้นเช่นกัน ดูได้จากสถิติผู้ป่วยโรคอ้วนในประเทศไทยที่สูงเป็นลำดับที่ 2 ของกลุ่มประเทศอาเซียน รองจากประเทศมาเลเซีย คิดเป็น 16 ล้านคนที่เป็นโรคอ้วน แบ่งเป็นผู้ชาย 4.7 ล้านคนและผู้หญิง 11.3 ล้านคน

     

    ภาวะโรคอ้วน

    ภาวะโรคอ้วนเกิดได้จากหลายปัจจัย โดยเฉพาะพฤติกรรมต่าง ๆ ของผู้คนที่เสี่ยงให้เกิดโรคอ้วน เช่น

    • การเลือกรับประทานอาหารที่มีปริมาณคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลมากเกินไป ทั้งเบเกอรี่ ขนมหวาน ขนมกรุบกรอบ น้ำหวานชง น้ำอัดลม ฯลฯ
    • การรับประทานอาหารไม่ครบหมวดหมู่
    • รับประทานอาหารฟาสต์ฟูดบ่อยครั้งจากภาวะที่เร่งรีบในชีวิตประจำวันหรือติดรสชาติความอร่อยของอาหารเหล่านี้จนกลายเป็นความเคยชินในการเลือกรับประทาน
    • ขาดการออกกำลังกายอย่างเหมาะสมเพียงพอ
    • การลดความอ้วนหรือควบคุมน้ำหนักแบบไม่ถูกวิธีที่ทำให้กลับมาประสบปัญหาอ้วนมากกว่าเดิม
    • บางรายอาจเกิดจากความผิดปกติของระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานไม่สมบูรณ์
    • อื่น ๆ

     

    จะรู้ได้อย่างไรว่าเข้าข่ายโรคอ้วน (Obesity)

    น้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้น แขนขาใหญ่ขึ้น ลงพุง รับประทานมากเท่าไรก็รู้สึกว่ายังไม่อิ่ม กรนหรือมีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อาการเหล่านี้อาจไม่ได้บ่งบอกว่าคุณเป็นโรคอ้วนเสมอไป  

    โรคอ้วนสามารถบ่งชี้ได้ด้วยการวัดค่าดัชนีมวลกายและปริมาณไขมันสะสมในร่างกาย โดยค่าที่เกินมาตรฐานอาจหมายถึงภาวะผิดปกติที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคอ้วนและโรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ร่วมด้วย

    (คำนวณดัชนีมวลกายได้ที่ คลิก! ‘โปรแกรมคำนวณหาค่าดัชนีมลกาย‘)

     

    คนอ้วนเสี่ยงเป็นโรคอะไร

    โรคแทรกซ้อนต่าง ๆ ที่อาจมาพร้อมกับโรคอ้วน บางโรคอาจจะแสดงอาการให้เห็นชัดเจน ในขณะที่บางโรคก็อาจไม่แสดงอาการภายนอกแต่ส่งผลต่อสุขภาพในระยะยาว   

    • ไขมันพอกตับ

    การรับประทานอาหารมากเกินไป เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดไขมันก่อตัวขึ้นในตับ เมื่อตับไม่ได้นำไขมันไปใช้หรือย่อยสลายอย่างที่ควรจะเป็นก็อาจเกิดการสะสมไขมันขึ้น  โดยร้อยละ 20 ของคนที่เป็นโรคอ้วนจะมีโรคไขมันพอกตับร่วมอยู่ด้วย  

    • ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ

    สำหรับคนที่มีน้ำหนักเกินและเป็นโรคอ้วน มักมีไขมันสะสมในผนังลำคอมากขึ้น ผนังลำคอจึงหนาและมีลักษณะลำคอหดสั้นมากขึ้น ช่องลำคอจึงแคบลง ทำให้เกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจ และเสี่ยงเกิดภาวะหยุดหายใจขณะหลับได้

    • โรคหัวใจและหลอดเลือด

    โรคอ้วนมักทำให้เกิดภาวะเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดโดยตรง เนื่องจากระดับของไขมันคอเลสเตอรอลและไขมันสะสมในร่างกายสูงกว่าปกติ ส่งผลให้หลอดเลือดหนาขึ้น หลอดเลือดแดงจึงตีบแคบ ทำให้เลือดไหลเวียนได้น้อย จนเกิดหลอดเลือดอุดตันในที่สุดและอาจพัฒนากลายเป็นภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายได้

    • กรดไหลย้อน

    ในผู้ที่เป็นโรคอ้วนจะมีความดันในช่องท้องและความดันในกระเพาะอาหารสูงขึ้น ทำให้กรดและอาหารที่กำลังย่อยในกระเพาะอาหารไหลทวนย้อนกลับเข้าสู่หลอดอาหาร เกิดเป็นโรคกรดไหลย้อนได้

    • ภาวะไอ จาม ปัสสาวะเล็ด

    ภาวะไอ จาม ปัสสาวะเล็ดเกิดจากกล้ามเนื้ออุ้งเชิงกรานที่คอยพยุงท่อปัสสาวะและกระเพาะปัสสาวะหย่อนยาน สามารถเกิดขึ้นได้จากภาวะผิดปกติของร่างกายด้านต่าง ๆ รวมถึงโรคอ้วนด้วย เมื่อขาดตัวช่วยพยุงท่อปัสสาวะเมื่อเวลาไอหรือจาม ท่อปัสสาวะเปิดตัวทำให้ปัสสาวะเล็ดออกมา

    • ประจำเดือนผิดปกติ

    ในสตรีที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์ปกติและมีภาวะอ้วนอาจส่งผลให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ ขาดประจำเดือนไปได้คราวละหลาย ๆ เดือน  เนื่องจากในคนอ้วนผิวหนังสามารถเปลี่ยนเซลล์ไขมันไปเป็นฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งมีผลต่อการหลั่งฮอร์โมน FSH และฮอร์โมน LH ทำให้ประจำเดือนมาไม่ปกติ

    • โรคเบาหวาน

    น้ำหนักเกินเกณฑ์หรือความอ้วนเป็นปัจจัยหนึ่งของความเสี่ยงของการเป็นเบาหวาน  เนื่องจากในผู้ป่วยโรคอ้วน อินซูลินที่หลั่งจากตับอ่อนอาจออกฤทธิ์ไม่ดี และส่งผลให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน  ทำให้เนื้อเยื่อตอนปลายตอบสนองต่ออินซูลินได้น้อยลง เบตาเซลล์ไม่ทำงาน ไขมันในเลือดสูง ทำให้เกิดโรคที่เกี่ยวกับระบบการเผาผลาญ (Metabolic Syndrome)

    • โรคข้อเสื่อม

    ในการเดินของคนอ้วนแต่ละก้าวจะเกิดเเรงกดกระแทกที่ข้อเข่ามากกว่าคนไม่อ้วน อีกทั้งข้อเข่าที่มีเนื้อเยื่อไขมันมาก ๆ จะล้นไปกดเเละทำลายผิวกระดูกอ่อนที่อยู่ใกล้ ๆ เป็นการเร่งให้เกิดโรคข้อเสื่อมเร็วขึ้น

     

    นอกจากนี้ยังมีโรคและภาวะอื่น ๆ เช่น ภาวะซึมเศร้าร่วมด้วย โดยโรคเหล่านี้อาการมักจะทุเลาหรืออาจดีขึ้นเมื่อมีน้ำหนักตัวลดลง ดังนั้นควรดูแลใส่ใจในเรื่องของโภชนาการ เลือกรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ ควบคุมน้ำหนักให้คงที่สม่ำเสมอ พร้อมการออกกำลังกายเป็นประจำ หากทำทุกวิธีการที่แนะนำมานี้แล้วยังไม่สามารถลดน้ำหนักลงได้ แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อร่วมหาแนวทางและวิธีการรักษาที่เหมาะสมสำหรับแต่ละบุคคล ซึ่งการผ่าตัดกระเพาะก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ได้ผลดีต่อสุขภาพโดยรวมของร่างกาย

     

    ดูแลตนเองให้ห่างไกลโรคอ้วนและโรคแทรกซ้อน

    1. ใส่ใจเรื่องอาหารการกิน โภชนาการ ควบคุมอาหาร ลดแป้ง เน้นผักและผลไม้ เพื่อเพิ่มวิตามินและกากใยไฟเบอร์ให้ร่างกาย
    2. ดื่มน้ำเปล่าสะอาดอย่างน้อย 8 – 10 แก้วต่อวัน เพราะน้ำจะช่วยขับสารพิษ รักษาสมดุล และอุณหภูมิที่เหมาะสมของร่างกาย
    3. เลือกวิธีปรุงอาหารแบบ ต้ม นึ่ง ย่างมากกว่าการทอดหรือผัด
    4. ลด ละ เลิก เครื่องดื่มที่มีปริมาณน้ำตาลหรือแอลกอฮอล์สูง เช่น น้ำอัดลม (1 กระป๋องมีน้ำตาล 7 – 12 ช้อนชา) และเครื่องดื่มชาเขียว (1 ขวดมีน้ำตาล 8 – 14 ช้อนชา)
    5. ออกกำลังกายอย่างน้อยวันละ 30 นาที ตามความเหมาะสมของสภาพร่างกาย อย่าลืมคำนึงถึงความปลอดภัยและไม่ควรหักโหมจนเกินไป สำหรับผู้มีน้ำหนักมากเลี่ยงกีฬาหรือการออกกำลังที่ทำให้เกิดการกระแทกของข้อเท้า ซึ่งอาจทำให้บาดเจ็บได้ เปลี่ยนเป็นการเดินช้า ๆ โยคะ หรือว่ายน้ำ
    6. นอนหลับพักผ่อนในช่วงเวลาที่เหมาะสมคือ 22.00 – 06.00 น. โดยหลับสนิทติดต่อกันนาน เพราะการนอนหลับ ๆ ตื่น ๆ จะทำให้ระบบเผาผลาญของร่างกายเสียสมดุล
    7. เคลื่อนไหวร่างกายให้มากขึ้นในแต่ละวัน เริ่มง่าย ๆ ด้วยการแกว่งแขน ทำท่ากายบริหารง่าย ๆ เดินเล่นในสวน ขึ้นลงบันไดแทนการใช้ลิฟต์ จัดตารางการออกกำลังกายส่วนตัวที่ต้องทำสม่ำเสมอ
    8. หากทำทุกวิถีทางแล้วยังไม่สามารถลดความอ้วนได้ ปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อหาสาเหตุและแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม เช่น การผ่าตัดกระเพาะในรูปแบบต่าง ๆ ที่นอกจากรักษาโรคอ้วนแล้วยังช่วยลดความเสี่ยงการเกิดโรคแทรกซ้อนอื่น ๆ ด้วย


    ข้อมูล

    New England Journal of Medicine http://www.nejm.org/doi/full/10.1056/NEJMe1706095

    สอบถามเพิ่มเติมที่

    ศูนย์ผ่าตัดและรักษาโรคอ้วน

    ชั้น 1 อาคาร D โรงพยาบาลกรุงเทพ

    เปิดให้บริการ ทุกวัน เวลา 08.00 – 17.00 น.

    02 310 3002

    02 755 1002

    1719

    [email protected]

    @BHQSurgery

    แพทย์ที่เกี่ยวข้อง

    ดูแพทย์ทั้งหมด

    แพ็กเกจและโปรโมชั่น

    โปรแกรมดูแลผิวในเดือนเกิด รับส่วนลด 30% Birthday Privilegeโปรแกรมดูแลผิวในเดือนเกิด รับส่วนลด 30% Birthday Privilege
    โปรแกรมดูแลผิวในเดือนเกิด รับส่วนลด 30% Birthday Privilege

    1,000 - 126,000 บาท

    รายละเอียด
    แพ็กเกจตรวจประเมินสุขภาพเด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วนแพ็กเกจตรวจประเมินสุขภาพเด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วน
    แพ็กเกจตรวจประเมินสุขภาพเด็กที่มีภาวะน้ำหนักเกิน หรือโรคอ้วน

    12,000 - 23,000 บาท

    รายละเอียด
    วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ (Hepatitis vaccine)วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ (Hepatitis vaccine)
    วัคซีนป้องกันไวรัสตับอักเสบ (Hepatitis vaccine)

    4,100 - 6,200 บาท

    รายละเอียด
    ดูแพ็กเกจอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ

    ข้อมูลสุขภาพ

    Expert's Live รู้ได้อย่างไรว่าอ้วนขนาดไหนเริ่มอันตราย? By Bangkok Hospital Image
    Expert's Live รู้ได้อย่างไรว่าอ้วนขนาดไหนเริ่มอันตราย? By Bangkok Hospital
    กลับมาสุขภาพและรูปร่างดี ด้วยการผ่าตัดกระเพาะ Image
    กลับมาสุขภาพและรูปร่างดี ด้วยการผ่าตัดกระเพาะ
    เกิดอะไรขึ้นเมื่อไขมันพอกตับ Image
    เกิดอะไรขึ้นเมื่อไขมันพอกตับ
    ดูข้อมูลสุขภาพอื่น ๆ